ความคิดของเราจะเริ่มไม่เป็นของเรา Skill สำคัญยุคนี้คือ [การเลือกความคิด]

ความคิดของเราจะเริ่มไม่เป็นของเรา Skill สำคัญยุคนี้คือ [การเลือกความคิด]

ความคิดของเราจะเริ่มไม่เป็นของเรา
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ การที่เราคิดไม่ออก
แต่มันคือวันที่เราคิดว่า “เราคิดได้ด้วยตัวเอง”
.
ทั้งที่จริง ๆ แล้วเรากำลัง “ให้เช่าความคิดของตัวเราเอง”
บทความนี้ เบ้นจะเล่าให้ฟังเป็น 3 Part ว่า
.
[1] ทำไม Attention Economy ทำให้เรา “เสียสิทธิ์” ในการเลือกความคิดของตัวเราเอง
[2] สมองเรากำลังถูกฝึกให้ติดอยู่ในโหมด System 1 [Daniel Kahneman]
[ 3] Solution: Mental Model ของ Charlie Munger & Warren Buffett ที่จะพาเรากลับมาเป็นเจ้าของสมองของตัวเองอีกครั้ง
.
ถ้าอ่านจนจบ จะได้ Framework ง่าย ๆ ที่ทำให้เลือกความคิดได้เหมือนเลือกหุ้น โดยเราจะเก็บเฉพาะ Asset ที่เติบโตได้ #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
—————————————
Part 1 : Attention Economy: สมองที่ถูกปล่อยเช่า
.
ทุกครั้งที่เราเปิดมือถือ เลื่อนฟีด หรือกดดูคลิปสั้น
เราไม่ได้แค่ “ใช้เวลา” …แต่เรากำลัง ปล่อยให้ Algorithm เข้ามาเช่าสมอง
.
เราจ่ายค่าเช่าเป็น Dopamine shot – กดไลก์ หัวใจ การแจ้งเตือน
แล้วเอาความคิดที่มันป้อนให้เรา ออกแบบมาเป็นหน้ากาก Data
แล้วเอาไปขายต่อเป็น “Ads”
.
พอเวลาผ่านไปนานๆ สมองเราจะเต็มไปด้วย”ความคิดสำเร็จรูป”
.
ดราม่า = ทำให้เราโกรธไว ตัดสินเหตุการณ์ ไวๆ เพียงไม่กี่วินาที
Meme = ทำให้เราต้องการรางวัลสั้น ๆ ตลอดเวลา (สนุกได้ทันที)
Flash Sale = ทำให้เราซื้อเร็ว ตัดสินใจเร็ว (ไม่ต้องเสียเวลาคิดเยอะ)
.
ตอนนี้ทุกคนในหัวเข้าใจตรงกันแล้วว่า วัน D-Day คือวันที่เราต้องเสียเงิน
.
ทุกคนก็เข้าใจตรงกันแล้วว่า การทำ Affiliate จะหาเงินได้โดยไม่ต้องเสี่ยงลงทุน( ใช้เงินลงทุน)
.
แต่กลับหลงลืมไปว่า สิ่งที่ใช้เงินลงทุน มันซื้อ เวลา แทนเรา
แต่สิ่งที่ไม่ได้ใช้เงินลงทุน เราใช้เวลา ลงทุนไปกับสิ่งนั้นแทน
.
สุดท้าย…พอเราใช้ชีวิตไปนานๆ เราจะหลงคิดว่านี่คือ “ความคิดของเรา”
ทั้งที่จริง ๆ แล้ว มันคือ Narrative ที่ Algorithm เลือกแทนเรา
—————————-
Part 2: สมองเรากำลังถูกฝึกให้ติดอยู่ในโหมด System 1
.
Daniel Kahneman นักจิตวิทยาเจ้าของรางวัลโนเบล เขียนไว้ใน Thinking, Fast and Slow ว่าสมองเรามี 2 โหมดหลักในการคิด

System 1 → คิดไว อัตโนมัติ สัญชาตญาณ ตอบสนองทันที
System 2 → คิดช้า ใช้เหตุผล ลึกซึ้ง แต่เปลืองพลังงาน
.
โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์มักจะใช้ System 1 เป็น default เพราะมัน “ประหยัดแรง” และนี่แหละคือจุดที่ Algorithm ใช้เล่นงานเรา
.
เพราะ System 1 = ทำให้เรา Predictable (คาดเดาได้ง่าย) → ง่ายต่อการสร้างเงินให้ลูกค้า

ลองสังเกตดูว่าเกือบทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ถูกออกแบบมาเพื่อ:

– ทำให้เราโกรธเร็ว : feed ข่าวดราม่า มาก่อนเสมอ กระตุ้นให้เราเลือกข้างเร็ว แชร์เร็ว โดยไม่ต้องใช้เหตุผล หรือรอดูก่อนว่า อันไหนจริง ไม่จริงกันแน่

– ทำให้คุณขำเร็ว มีความสุขไวมาก : พวกMeme ไวรัล = การสอนสมองให้ชอบ “รางวัลสั้น ๆ” ตลอดเวลา → ยิ่งดูยิ่งอยากได้ dopamine shot เร็วขึ้น

– ทำให้คุณอยากได้ของเร็ว : Flash Sale บังคับให้กดซื้อทันที เพราะเวลาไม่กี่วินาทีคือการตัดสินใจแบบ System 1 ล้วน ๆ ระบบขนส่งที่ตอนนี้บีบให้ร้านค้าต้องส่งของภายใน 24 ชั่วโมง

นี่ไม่ใช่แค่การยัด Content มาให้ดู แต่คือการ ฝึกสมองเราให้ติดอยู่ในโหมด System 1 ตลอดเวลา

ผุลลัพธ์คือ สมองเราจะเริ่มคุ้นเคยกับการตัดสินใจแบบ
[คิดไว-วิเคราะห์ตื้น-รู้สึกอัตโนมัติ]
จนเราคิดไปเองว่า “นี่คือความคิดของเรา”
.
ทั้งที่จริงๆแล้ว…มันคือ “กล้ามเนื้อสมอง” ที่ถูก Algorithm เทรนมาให้ตอบสนองอย่างที่มันต้องการ
.
รู้ตัวอีกทีเราก็ติดอยู่ System 1 ไปแล้ว เราเคลื่อนไวตามกระแสสังคม เราทำสิ่งที่อยู่ใน Trend เหมือนกับ Bot ชนิดหนึ่งที่โดนล้างสมอง
ให้คิดน้อยลง ทำตามมากขึ้น ส่วนระบบ Feed ก็ Support อะไรที่ Viral แบบนั้น
.
(อย่างเช่นบทความนี้ Platform ก็อาจจะ Detect ว่าเป็นบทความ เสียดสีตัว Platform เองก็จะ กด Reach ลง) แต่เบ้นไม่สน 5555555555555
—————————————-
Part 3: Solution – Mental Model ของ Charlie Munger & Warren Buffett
.
ถ้า Part 1 คือ “โลกภายนอก” ที่ Algorithm เข้ามาเช่าสมอง
และ Part 2 คือ “โลกภายใน” ที่สมองเราถูกฝึกให้ติดอยู่ใน System 1
.
Part 3 คือ วิธี reclaim สมองกลับมา

[Charlie Munger: Mental Models]
.
Charlie Munger ไม่ได้ปล่อยให้ Noise เข้ามากำหนดการตัดสินใจ
สิ่งที่คุณปู่ Charlie ให้ความสำคัญที่สุดคือ
.
[Mental Models] – เครื่องมือทางความคิดที่ทำให้เขา บังคับตัวเอง ไปใช้ System 2 ทุกครั้งก่อนตัดสินใจ
.

[ลองดูตัวอย่าง Mental Models ที่ใช้ได้กับชีวิตประจำวัน:

– Inversion: ถ้าอยากใช้ชีวิตแบบนี้ ต้องเลิกคิดแบบไหน?

– Opportunity Cost: ความคิดนี้คุ้มค่าที่จะต้องมานั่งคิดไหมมั้ย มานั่งตัดสินวิเคราะห์ ว่าสิ่งนี้ดีจริงๆไหม อะไรผิดถูก ทั้งๆที่วันนึงเราคิดได้แค่ไม่กี่เรื่อง

– Longevity จำเป็นจริงไหม? นั่งเถียงกันไปมา ทั้งๆที่ เราก็ต้องออกกำลังกายดูแลสุขภาพ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ดี

– Second-Order Thinking: อีก 5 ก้าวจากนี้ถ้าเราใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปจะเป็นยังไง?

– Circle of Competence: เรื่องนี้เราเข้าใจจริงๆ หรือเป็น Noise ที่ Algorithm ป้อนมา ให้เรามานั่งเถียงกันทั้งๆที่เราก็ไม่เข้าใจมันเลย?

Mental Models = เครื่องมือที่ช่วยเรากรอง “หุ้นแห่งความคิด” ก่อนเข้าพอร์ตสมอง ]

[Warren Buffett: The Power of NO]
ข้าง ๆ กัน Warren Buffett ก็มีปรัชญาที่โหดไม่แพ้กัน:
.
“Really successful people say NO to almost everything.”

Buffett เขาปฏิเสธเรื่องส่วนมากที่ไม่ได้เกี่ยวกับเป้าหมายเขา และ Focus ไปในสิ่งที่จะช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้น
.
ชีวิตเราก็เหมือนกัน
.
ถ้าเลือกเก็บแต่ ความคิดห่วย = พอร์ตสมองเต็มไปด้วยหนี้เสีย เราเก็บ Mental Model เยอะแยะที่ทำให้ชีวิตเราแย่ขึ้น
.
ถ้าเลือกเก็บแต่ ความคิด Asset = มันจะ Compounding ชีวิตเราแบบทบต้นไปเรื่อยๆ
.
การพูดคำว่า NO คือ เกราะป้องกันสมองจากการถูก Algorithm ย้อมสีไปเรื่อย ๆ
———————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

Framework: วิธีเลือกความคิดเข้าหัวเรา
.
[1] Observe – หยุดก่อน แล้วถามว่า “ความคิดนี้เป็นของเรา หรือ Algorithm เช่าความคิดเราอยู่?”
[2] Filter – ใช้ Mental Models ของ Munger + กฎ NO ของ Buffett
[3] Focus – ลงทุน Attention กับความคิดที่เป็น Asset (Compounding ระยะยาว)
.
Marcus Aurelius เคยเขียนไว้ว่า:
“The soul becomes dyed with the color of its thoughts.”
“จิตวิญญาณของเราจะถูกย้อมด้วยสีสันของความคิดที่เราครอบครอง”
.
วันนี้จิตวิญญาณเราไม่ได้ถูกย้อมด้วยสีที่เราเลือก
แต่มันถูก Algorithm เป็นคนถือพู่กันแห่งความคิด
.
แต่ทุกครั้งที่เราหยุดสังเกต กรอง และเลือกด้วยสติ
เรากำลัง พาสมอง System 2 กลับคืนมา
และค่อย ๆ ย้อมสีแห่งจิตวิญญาณด้วย “สีที่เราเลือกเอง”
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • Attention is the new Gold (ความสนใจคือทองคำสมัยใหม่) New Era Project

  • สกุลเงินยุคใหม่ “Followers” (New Era Projects)

  • สงครามฮอร์โมนของ Social Media (ยาเสพติดถูกกฎหมาย)


ความเห็น

ใส่ความเห็น