ทำไมเราต้องยิ่งฝึกเขียนในยุค AI ก็เขียนได้ การเขียนคือวิธีจัดการความคิดที่ดีที่สุด

ทำไมเราต้องยิ่งฝึกเขียนในยุค AI ก็เขียนได้ การเขียนคือวิธีจัดการความคิดที่ดีที่สุด

ทำไมเรายิ่งต้องฝึก “เขียน” ให้มากขึ้นในยุคที่ AI แทนเราได้
.
วันนี้นั่งหาอะไรดูเรื่อยเปื่อย จนไปเจอคลิปชื่อว่า “Sam Altman’s Method for Clear Thinking” พอเปิดเข้าไปดู กระจ่างเลยยย 5555
.
ดูจบลุกมาเขียนเรื่องนี้เลย
ในทุกวันนี้ AI สามารถเขียนแทนเราได้ภายในแค่ไม่กี่วินาที
มันแต่งเพลงได้ สร้างภาพดีๆด้วย ทำวีดีโอก็ได้
จนหลายคนเริ่มถามว่า “แล้วเราจะฝึกเขียนไปทำไมนะ?”
.
Sam Altman (CEO ของ OpenAI) บอกว่า
“Writing is a tool for thinking most importantly”
การเขียนคือเครื่องมือ สำหรับ การคิด ที่ทรงพลังที่สุด
.
การเขียนไม่ใช่ Skill ของพวกนักเขียน (ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา)
แต่จริงๆ มันคือเครื่องมือ การ Debug ของ “ความคิดเรา”
.
และนี่คือ Framework การจัดการความคิดที่ Sam Altman ใช้ทุกวัน
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้้นปัํป
——————
{ 1 } การเขียน = การจัดการความคิดที่ดีที่สุด
.
เวลาเราคิดอะไรขึ้นมาในหัว มันจะเหมือน หมอกที่ยังฟุ้ง
แต่ถ้าเราได้เขียนมันออกมา มันจะกลายเป็น ภาษาใหม่ของความคิดเรา
.
เราจะเริ่มหา คำศัพท์มาเรียก Label (แปะป้าย) สิ่งที่เราคิดอยู่
อันไหนที่มันไม่ชัด หรือไม่ตรงกับความรู้สึกเรา เราจะลบมันออกแล้วเขียนใหม่ (ไม่เคยมีใครเขียนแค่ Draft เดียว)
.
พอเราเขียนออกมาจนอธิบายได้ตรงกับความคิดเรา
เราก็จะเอาชุดความคิดนี้ไปต่อยอด ความคิดนี้ต่อๆไป
.
นี่คือ “การ debug สมอง”
เหมือนนักเขียนโค้ดที่กด run เพื่อหาว่า error อยู่ตรงไหน
การเขียนคือการ run ความคิดให้เจอ bug ของตัวเอง
.
และนี่คือเหตุผลที่ “ต่อให้ AI เขียนแทนได้”
มนุษย์ก็ยังต้องเขียนเอง
เพราะสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่ข้อความสวยๆ
แต่คือ “การจัดการกับความคิดที่ชัดเจน”
————————————–
{ 2 } Clear Thinking Framework ของ Sam Altman
.
Sam Altman เขาสาย OG เลย ไม่ได้เขียนใน Tablet หรือ Notion
แต่ใช้แค่ สมุดเกลียวราคาถูก + ปากกาที่เขียนลื่นๆ 2 แท่ง
.
เหตุผลที่เขาเลือกสมุดเกลียว (ไม่ใช่สมุดเล่มใหญ่)

1.ฉีกหน้าออกได้ง่าย เอาต่อยอดไอเดียได้ แยกเป็นเรื่องๆ (อันไหนห่วยขยำทิ้งได้เลย)
2.ใช้กระดาษเขียนแล้ว “รู้สึกดี” ไม่ทำให้ flow สะดุด
3.เล่มเล็กพกพาง่าย เปิดกางออกมาได้เลย แล้วเชื่อมความคิดแต่ละอันแผ่นเข้าด้วยกัน
.
Sam Altman จะใช้ ปากกา สองแท่ง
1.Uni-ball Micro 0.5 = สำหรับ เขียนไว ไหลลื่น
2.Muji 0.37 น้ำเงินเข้ม = สำหรับเขียนแบบคิดละเอียด
.
Sam Altman จะเขียนทุกอย่างที่คิดออกมา (วันละหลายหน้า)
ส่วนมากเขาจะใช้หมดเล่มใน 2–3 สัปดาห์ (ประมาณ 100แผ่นเล็ก)
แต่ไม่เคยมีเล่มไหน “สมบูรณ์” เพราะฉีกออกตลอด
.
[สรุป Framework 3 ขั้นตอนของ Sam Altman]
[1] Capture – เขียนออกมาให้หมด อย่าเก็บไว้ในหัว
[2] Refine – อ่านซ้ำ อันไหนไม่ดี ไม่ใช่ -> ฉีกทิ้ง เขียนใหม่
[3] Leverage -ใช้ความคิดที่ refine แล้ว เป็น “คำสั่ง” ให้ AI

———————–
{ Part 3 } ทำไม AI ยิ่งทำให้การเขียนสำคัญกว่าเดิม
.
AI = Amplifier (เครื่องขยายเสียง)
.
AI มันทำแทนเราได้แทบจะทั้งหมด – บทความ เพลง วีดีโอ
แต่ AI จะไม่คิดแทนเราแต่ “มันจะขยายสิ่งที่เราป้อนเข้าไป”
.
ถ้าเราคิดมั่ว → AI ก็ขยายความมั่ว
ถ้าเราคิดเป็นระบบ ชัดเจน → AI ก็ขยายสิ่งนั้นออกไป
.
นี่คือเหตุผลที่ Sam ยิ่งเน้นเรื่อง “เขียน” ในยุคนี้
เพราะการเขียนคือทักษะการ “สั่ง”
และ AI จะทำงานได้ดีแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ของคำสั่งนั้น
.
เขาเปรียบการเขียนเหมือนการโค้ด
แม้ AI จะช่วยเขียนโค้ดได้ แต่การเรียนโค้ดยังสำคัญ
เพราะมันคือการฝึกคิดแบบ logic
.
ต่อให้ AI เขียนแทนเราได้แค่ไหน แต่เราจะปล่อยให้ AI มาฝึกคิดแทนเราไม่ได้ ลองคิดดูว่าถ้าเราคิดเองไม่ได้จะเป็นยังไง ?
เราตอบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ AI ให้คำตอบมามันถูกหรือมันผิด แต่เราเชื่อมากกว่าตัวเอง
———————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
ส่วนตัวเบ้นพึ่งมาฝึกลองเขียนทุกวัน ติดต่อกันมา 144 วัน
ตอนแรกกะจะเขียนเพราะ โพสต์ ไว้อ่านเฉยๆ แต่จริงๆ สิ่งที่ได้มันยิ่งใหญ่กว่านั้นเยอะเลย
.
ทุกครั้งที่เบ้นเขียน เบ้นเห็นเลยว่าความคิดตัวเองมั่วขนาดไหน
บางทีสิ่งที่คิดว่าเข้าใจ พอเขียนจริงๆ มันเละเป็นโจ๊ก
(ลบแล้วลบอีก บางทีลบทั้งบทเลย 555555)
.
ถ้าเราคิดว่าเราเข้าใจอะไรสักเรื่องได้ดี เบ้นขอ Challenge
“ให้เราเขียนอธิบายออกมา ตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วส่งให้คนอื่นอ่านดู”
มันยากมากๆ 5555555
มันคือการจัดการความคิดในหัวเรากับ ภาษาที่เราเลือกใช้ออกมา
.
แต่พอเราเขียนทุกวัน ผ่านไปสักพัก เบ้นเริ่มเห็นว่า “สมองมันคมขึ้น”
เวลาต้องตัดสินใจเรื่องธุรกิจ เรื่องชีวิต มันเร็วและชัดกว่าก่อนเยอะ
(เหมือนเราตกลงกับตัวเองไว้ก่อนแล้ว ว่าเราคิดยังไงกับเรื่องนี้)
.
สุดท้าย ผู้ชนะในยุค AI
ไม่ใช่คนที่มีเครื่องมือ fancy ที่สุด
แต่คือคนที่ เขียนได้ดี คิดได้ชัด และสั่ง AI ได้เฉียบที่สุด
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ถ้าใครรู้สึกว่าชีวิตกำลังเครียดเกินควบคุม ถึงเวลาแล้วที่เราต้องคำถามกับชีวิตใหม่

  • วิธีแก้ปัญหาเรื่องสมาธิสั้นแบบถาวร ใช้แบบฝึกหัดนี้เพื่อกระตุ้นระบบประสาท

  • ทำไมเราถึงไม่ควรเรียน MBA วิธีทำธุรกิจ ถ้าเราอยากเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ให้ได้ในยุคนี้


ความเห็น

ใส่ความเห็น