ทำไมเราถึงชอบงัดกับคนอื่นเวลาคุยกัน การสื่อสารแบบยีราฟกับหมาป่า

ทำไมเราถึงชอบงัดกับคนอื่นเวลาคุยกัน การสื่อสารแบบยีราฟกับหมาป่า

บางคนทำไมเวลาคุยทีไร ทะเลาะกันตลอด
รู้จักสื่อสาร แบบ หมาป่า 

🐺

 และ ยีราฟ 

🦒

.
ในมุมสมองเรา มันไม่เคยถูกฝึกให้ “เข้าใจคนอื่น”
แต่มันถูกฝึกให้ “ปกป้องตัวเองก่อนเสมอ”
.
คำพูดแบบ “ก็เธอผิดเอง”, “งานคุณไม่เคยดีเลย”, “คุณไม่เคยฟังผมเลย”
.
มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลังสร้าง ลูปของการสื่อสารแบบหมาป่า ในสมองเรา
.
Marshall Rosenberg เขาเสนอการสื่อสารแบบ Nonviolent Communication (NVC) ที่จะช่วยให้เราออกจากลูปการชกกับคนอื่นได้
ผ่าน [4] ข้อนี้ #อ่านจบปั๊ปเก่งขึ้นปุ๊ป

—————————————-
[1] จุดเริ่มต้น ของคำพูดที่นองเลือด
.
ในยุค 1960s อเมริกากำลังแตกเป็นเสี่ยง
Civil Rights Movement ทำให้ถนนเต็มไปด้วยการประท้วง การเหยียดสีผิว และความรุนแรงทุกวัน

Marshall Rosenberg ตอนนั้นพึ่งเรียนจบหมาดๆ
นักจิตวิทยาหนุ่ม ลงไปอยู่กลางเหตุการณ์ต่างๆ และเริ่มสังเกตุเห็นว่า
.
“ความรุนแรงทั้งหลาย เริ่มต้นมาจาก คำพูด ทั้งนั้นเลย”
.
คำด่า คำกดขี่ พัฒนามาเป็น การจุดไฟในใจคนจนกลายเป็นการนองเลือด
.
นี่คือเหตุผลที่เขาคิดค้น Nonviolent Communication
การใช้ “ภาษาใหม่” เพื่อหยุดวงจรการงัดกัน

———————
[2] หมาป่า vs ยีราฟ
Marshall Rosenberg เขาเลยยกสัตว์ขึ้นมาสองชนิด

1.หมาป่า = สัญลักษณ์ของภาษาแห่งเขี้ยว
> ตัดสิน, โทษ, ดุด่า, กัดเพื่อเอาชนะ
ใช้ไปเรื่อยๆ สมองจะเรียนรู้ว่า “การคุย = การต่อสู้”

2.ยีราฟ = สัตว์ที่มี”หัวใจใหญ่”ที่สุดบนบก หนักกว่า 11 กิโลกรัม
มันเป็นสัญลักษณ์ของ “การพูด–ฟังด้วยหัวใจ”
ยีราฟคือภาษาแห่งการเชื่อมโยง รับฟังกันจากใจ

———————————–
[3] Framework พูดแบบ ยีราฟ

หลายคนเข้าใจผิดว่าการสื่อสารแบบไม่ใช้ความรุนแรง = การพูดอ้อมๆ, โลกสวย หรือเลี่ยงปัญหาไปเลย
จริงๆ มันตรงข้ามเลย = ยีราฟพูดคือการ “พูดตรงๆ” แต่ไม่ทำร้ายใคร

[Framework ของ Marshall Rosenberg แตกเป็น 4 step]

1.Observation (ข้อเท็จจริง)
– พูดเฉพาะสิ่งที่เห็น ไม่ใส่การตีความ
เช่น: “งานที่นัดส่งวันอังคาร มาถึงวันพฤหัส”

2.Feeling (ความรู้สึก)
– บอกสิ่งที่เกิดในใจ ไม่ใช่คำตัดสิน
เช่น: “ผมรู้สึกกังวล”

3.Need (ความต้องการแท้จริง)
– เจาะไปที่สิ่งที่ต้องการจริงๆ ไม่ใช่ความโกรธ
เช่น: “เพราะผมต้องใช้เวลาตรวจงานก่อนเจอลูกค้า”

4.Request (คำขอ)
– ขอสิ่งที่อีกฝ่ายทำได้จริง ไม่ใช่คำสั่ง
เช่น: “ครั้งหน้าช่วยส่งตรงเวลา หรือถ้ามีปัญหาแจ้งผมล่วงหน้าได้ไหม?”

หมาป่าพูด = “งานคุณห่วยแตกตลอด” = คนฟังจะสร้างกำแพงในใจ
ยีราฟพูด = “บอกข้อเท็จจริง + ความรู้สึก + ความต้องการ + คำขอ” → สร้างสะพาน
———————————
[4] Framework การฟังแบบยีราฟ
.
นี่คือสกิลที่ยากที่สุด เพราะต้อง “ชนะใจตัวเองก่อน”
เวลาใครพูดแรงใส่เรา สมองจะตีความทันทีว่า = กำลังถูกคุกคาม
หมาป่าในใจจะรีบสวนทันที “ก็งานคุณมันไม่ดีไง!” (ชกกัน!55555)
.
แต่ ยีราฟฟัง คือการ “ก้าวข้ามคำพูด” ไปหาความรู้สึกที่ซ่อนอยู่
.
วิธีฝึกยีราฟฟัง

1. Pause – หยุด 3 วินาที ก่อนตอบ
ให้เวลาตัวเองหายใจ 1–2 ครั้ง เพื่อไม่ให้หมาป่าเราพุ่งออกไปทันที

2. Translate – แปลคำด่า ->ความรู้สึก
ถามตัวเองว่า “จริงๆ เขารู้สึกยังไง?”
เช่น จากคำว่า “เจ้านายไม่เคยพอใจงานผมเลย!”
– เขาอาจรู้สึก “ท้อ” หรือ “ผิดหวัง”

3. Mirror – สะท้อนกลับความรู้สึก
พูดออกไปว่า “คุณรู้สึกท้อใช่ไหม เพราะอยากให้ผมเห็นคุณค่าของงานที่คุณทำ?”
นี่ไม่ใช่การเออออ แต่คือการยืนยันว่า “ฉันได้ยินคุณจริงๆ”
.
4.Clarify – เช็คว่าเข้าใจตรงกัน
ถ้าเขาพยักหน้า = เราฟังถูก
ถ้าเขาส่ายหัว = ให้เขาอธิบายเพิ่ม (ซึ่งก็คือจุดเริ่มการสนทนาใหม่ที่ไม่ใช่การงัดกันแล้ว)
——————————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
สมองของเราจะจำหมด ว่าคนใช้ภาษาไหนกับเรา เราจะแปะป้ายคนๆนั้นไว้เวลาใครมาคุยคนไหนก็จะใช้ภาษานั้นกับเขา

ครั้งหน้าเวลาเราคุยกับใครลองดูว่า เราจะใช้ “เขี้ยว” หรือ “หัวใจ”
.
เพราะสุดท้าย… ภาษาคือทักษะ
มันไม่ใช่พรสวรรค์ แต่คือสิ่งที่เราฝึกได้ทุกวัน
และทุกครั้งที่เราเลือกพูด–ฟังแบบยีราฟ
เรากำลังวางรากฐานใหม่ให้ความสัมพันธ์
ทั้งกับทีม… และกับคนที่คุณรักที่สุด
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • Attention is the new Gold (ความสนใจคือทองคำสมัยใหม่) New Era Project

  • สกุลเงินยุคใหม่ “Followers” (New Era Projects)

  • สงครามฮอร์โมนของ Social Media (ยาเสพติดถูกกฎหมาย)


ความเห็น

ใส่ความเห็น