ไอเดียส่วนมากมักพังเพราะความกลัว นี้คือวิธีก้าวข้ามความเครียดทั้ง 3 แบบ

ไอเดียส่วนมากมักพังเพราะความกลัว นี้คือวิธีก้าวข้ามความเครียดทั้ง 3 แบบ

ไอเดียส่วนมากมัก “ล้มเลิก” ที่ คนทำ ไม่ใช่ “ตัวไอเดีย”
.
เวลาเราเห็น คนที่เก่งๆ เรามักคิดว่าเขา “มั่นใจ” ตลอดเวลา
แต่จากที่เบ้นคุยกับคนเก่งมาเยอะๆ จริงๆทุกคนก็มีความ “กลัว”
แทบไม่ได้ต่างอะไรกับพวกเรา หรือเด็กน้อยเลย
.
เวลาเด็กน้อยพูดจะบอกว่า “หนูกลัว”
แต่พอโตเป็นผู้ใหญ่ เราไม่พูดแบบนั้น
.
Sean D’ Souza (นักเขียน Brain Audit) บอกว่า
เราใช้คำว่า “เครียด” แทนคำว่า “กลัว”เพื่อให้ดูโตขึ้น 5555555

และหลายครั้งความกลัวนี้แหละทำให้ไอเดียดีๆในหัวเรามักเลิกทำไป
และนี้คือ ความกลัวทั้ง 3 แบบที่เราควรก้าวข้ามมัน
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
————————
{ 1 } Fear of Failure – ความกลัวที่ล้มเหลวตั้งแต่เริ่ม
.
ในปี 2010 Sean กัดฟันเปิดสอนเรื่อง Copy Writing ครั้งแรก
เตรียมตัวอย่างดี ใส่แรงลงไปเต็มที่ งานนั้นมีสมัครมาแค่ 3 คน
.
ถ้าเป็นพวกเราจะทำยังไง คำถามคงจะเต็มหัวเลยไหม 55555
– เรากากหรือเปล่า? ที่ผ่านมาเราอาจจะคิดไปเองมาตลอด
– หรือของเราห่วย ไม่มีใครสนใจเราหรอก
– ของเราแพงเกินไปแน่ๆเลย หรือช่วงนี้คนไม่มีเงิน
.
แต่แทนที่จะเลิก Sean เลือก “ลองใหม่”
ปีถัดมา คอร์สเต็มภายใน 24 ชั่วโมง (เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Sean)
.
บางครั้งผลลัพธ์ที่ออกมาแย่ ไม่ได้แปลว่า “เราควรเลิก”
มันอาจแปลว่าเรายังไม่ถึงจังหวะที่ใช่เท่านั้นเอง
.
{ 2 } Fear of Repeating Mistakes – ความกลัวว่าจะพลาดซ้ำแบบเดิม
.
ครั้งหนึ่ง Sean ไปพูดบนเวทีใหญ่ที่ Wellington
ตอนนั้นเขาเพิ่งฟังคำแนะนำจากใครบางคนมาว่า
“เวลา Present อย่าใช้สไลด์ มันจะทำให้ดูโปรกว่า”
แล้วเขาก็เชื่อ (ความพังพินาศจึงเกิดขึ้น55555)
.
10 นาทีแรกยังดีอยู่ จนไปถึงนาทีที่ 12 สมองของ Sean ว่างเปล่า55555
พูดอะไรไม่ออกต่อหน้าคนฟังและลูกค้าที่จ่ายเงินมา
.
ความรู้สึกตอนนั้นไม่ใช่แค่ “Fail”
แต่มันคือ ความอับอายที่อยากหายไปจากโลกนี้ทันที
.
เขากลับไปที่ห้องโรงแรม ล็อกตัวเองไว้ทั้งวัน ไม่กล้าออกไปเจอใครจนถึงไฟลท์บินกลับ
.
หลายปีต่อมา เวทีเดียวกันเชิญเขากลับไปพูดอีก
.
ลองคิดดูสิ…ถ้าเราต้องกลับไปที่ๆทำให้เราผิดหวังในตัวเองมากที่สุด
ความกลัวมันจะกดดันขนาดไหน
.
แต่คราวนี้ Sean เตรียมตัวเต็มที่ ใช้สไลด์ และทำการบ้านแบบจัดเต็ม
สุดท้ายเขาก็พูดได้ดี และก้าวข้าม “ความทรงจำร้ายๆ” นั้นไป
.
ความกลัวแบบนี้จะไม่หายด้วยการ หนี
มันจะหายก็ตอนเรา กลับไปทำซ้ำที่เดิม
และพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่า “ครั้งนี้ฉันทำได้”
.
{ 3 } Fear of Being an Imposter – ความกลัวว่าเราไม่คู่ควร
.
ปี 2000 Sean ย้ายจากอินเดียมานิวซีแลนด์
ตอนนั้นเขายังเป็น Cartoonist อาชีพหลัก
แต่ในใจอยากเปลี่ยนไปทำ Marketing
.
เขาไป Networking ทุกสัปดาห์ ลุกขึ้นพูดเรื่องการตลาด พูดเป็นฉากเลย
ทั้งที่ในใจคิดว่า “ฉันมันปลอมว่ะ ไม่ได้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับการตลาดเลย”
.
เขาไม่รู้จักแม้แต่คำว่า “Strategy (กลยุทธ์)” มันคืออะไร 55555
.
จนพอได้งาน Consult ครั้งแรกจากร้านขายโซฟา
Sean ถึงขั้นควักเงิน $3,000 ไปลง Workshop 2 คอร์สในสุดสัปดาห์นั้น
เพื่อกลบความรู้สึกว่า “ฉันไม่ได้ดีพอจะให้คำแนะนำใคร”
.
นี่คือ Imposter Syndrome ของจริง
ความกลัวว่าตัวเราไม่คู่ควรกับบทบาทใหม่
.
เราไม่จำเป็นต้องรู้ ทุกอย่าง
เราแค่ต้องรู้ ว่าทักษะที่เรามี พอจะช่วยใครบางคนได้จริงๆ

————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
มีหลายๆคนที่ทัก inbox เข้ามาเล่าไอเดียธุรกิจดีๆให้ฟังในเพจนี้ ตั้งแต่ต้นปี และจนถึงตอนนี้ คนเกิน 8 ใน 10 ยังไม่ได้เริ่มไอเดียนั้นเลย
.
คำถามคือทำไม? เพราะเรา “กลัวผลลัพธ์” + ไม่มี System ที่จะสร้างงาน
.
ซึ่งปัญหาที่ไม่มี System มันแก้ง่ายมาก
แค่ถาม AI เดี๋ยวก็ได้ system framework
.
แต่ปัญหาที่หนักกว่าคือ “ความรู้สึก” ของเราเอง
ความกลัวที่คอยกระซิบว่า “ถ้าพลาดล่ะ? ถ้าไม่ดีพอล่ะ?”
.
และนี่แหละคือ Mental Problem ที่จริงจังกว่า Business Problem
เราต้อง Deal กับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อมันเสมอ
.
Seneca นักปรัชญา Stoic เขียนเอาไว้ว่า
.
“We suffer more in imagination than in reality.”
เรามักทุกข์เพราะจินตนาการ มากกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
.
ความกลัวก็เป็นแบบนั้น
มันใหญ่เฉพาะในหัว แต่เล็กกว่ามากในชีวิตจริง
.
วันนี้เราอาจจะยังไม่พร้อม 100%
เราอาจจะยังกลัว ว่าเราจะไม่สนใจ ว่าผลลัพธ์จะออกมาแย่
แต่ความจริงคือ…ไม่มีใครพร้อมหรอก
.
(วันแรกที่เบ้นทำธุรกิจเมื่อ 12 ปีก่อนเบ้นโครตจะไม่พร้อมอะไรเลย)
.
และสิ่งที่ทำให้ “ไอเดีย” อยู่รอด
ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ
แต่มันคือ การที่เจ้าของไอเดีย “ยอมเดินผ่านความกลัวในตัวเอง”
.
เพราะอีกฟากหนึ่งของความกลัว
คือ ‘อิสรภาพ’ ที่เราตามหามาตลอด
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • วิธีหลอกสมองของเราให้หลับง่าย ตามหลักกลไกของ คลื่นสมอง + ระบบประสาท

  • ทำไมยิ่งเราจัดการเวลา เราจะยิ่งไม่มีเวลา(ปรัชญาการจัดการเวลาโดยนักวิจัยด้านเวลา)

  • วิธีพัฒนาชีวิตให้เก่งขึ้นไวเหมือน AI รู้จักวิธีคิด Stepwise Reasoning


ความเห็น

ใส่ความเห็น