วิเคราะห์กลยุทธ์ ที่ Donald Trump ใช้กับบริษัทใหญ่โดนปิดดีลแบบเจ้าพ่อ

วิเคราะห์กลยุทธ์ ที่ Donald Trump ใช้กับบริษัทใหญ่โดนปิดดีลแบบเจ้าพ่อ

การปิดดีลครั้งประวัติศาสตร์: Donald Trump บังคับ Big Tech “กลับบ้าน”
.
[1] ลองนึกภาพ โต๊ะยาวกลางทำเนียบขาว แสงไฟอบอุ่น ดอกไม้เรียงราย แต่บรรยากาศกลับไม่ใช่งานเลี้ยงธรรมดา…
.
[2] นี่คือ High-IQ Dinner ที่ Donald Trump เรียก CEO และผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำกว่า 30 คน มานั่งล้อมโต๊ะ Meta, Apple, Google, Microsoft, OpenAI, AMD, Oracle, IBM, Scale AI และอีกหลายตระกูลใหญ่ใน Silicon Valley
.
[3] ที่หัวโต๊ะ ไม่ใช่แค่ประธานาธิบดี แต่คือ God Father Don Donald Trump ชายที่เปลี่ยนอาหารค่ำให้กลายเป็น พิธีสาบาน loyalty ของ Big Tech ต่ออเมริกา
.
[4] หลายปีที่ผ่านมา ปัญหาของอเมริกาที่ซ่อนอยู่ ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่คือ บริษัทเทคโนโลยีใหญ่เกินรัฐๆนึง
.
Apple, Google, Microsoft, Meta มีมูลค่าตลาดรวมกันมากกว่าประเทศเล็กๆ ทั้งทวีป
.
พวกเขาคุมโครงสร้างพื้นฐานของโลก: Search, Cloud, Social, App Store ที่แม้แต่รัฐบาลยังต้องพึ่งพา
.
บริษัทเหล่านี้หนีภาษีไป Tax Haven อย่างไอร์แลนด์, ย้าย supply chain ไปจีน/เอเชีย, สร้างงานนอกประเทศมากกว่าภายใน ทำให้เงินไหลออกเยอะมาก
.
= ผลลัพธ์คือ อเมริกาเสียทั้งรายได้ งาน และการควบคุมเชิงกลยุทธ์
และในโลกที่ AI + Semiconductor = โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต ถ้าอเมริกาไม่แก้เกม จีนจะเป็นคนกำหนดอนาคตแทน
.
[5] Trump รู้ว่าการเจรจาลับมันไม่พอ Big Tech ใหญ่เกินกว่ากฎหมายจะบังคับได้
ดังนั้นเขาเลือก เปลี่ยนสนาม → จากการต่อรองหลังฉาก ไปสู่ เวทีสาธารณะที่เขาคุม narrative

นี่แหละคือกลยุทธ์แบบเจ้าพ่อ:
.
เปิดด้วยคำชมให้ทุกคนสบายใจ “This is definitely a high-IQ group”
.
ตามด้วยการขู่ “ถ้าไม่ลงทุนในอเมริกา… คุณจะเจอภาษีนำเข้าที่ทำให้ต้นทุนพุ่งกระฉูด”
.
แล้วไล่ถาม CEO ทีละคนว่า “คุณจะลงทุนใน U.S. เท่าไหร่?” (แบบเรียงหัวเลย 55555 โหดโคตรๆ)
.
ทุกคำตอบที่ออกมา = คำสาบานต่อหน้า Don Trump และสื่อทั้งประเทศ
.
พอพูดแล้วถอยไม่ได้ เพราะกลายเป็น Public Contract ไปแล้ว
.
[6] แต่การปิดดีลครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน Trump กำลังปักธงว่า
“AI = America First”
.
เขาบอกว่า “AI จะใหญ่กว่า Apollo Project 10 เท่า” (ภารกิจส่งคนไปดวงจันทร์)
.
การลงทุนหลัก trillion ที่ถูกประกาศในคืนนั้น ส่วนใหญ่คือ Data Centers, Semiconductor, Energy Infrastructure ทั้งหมดตั้งอยู่ใน U.S.
.
Melania Trump เพิ่งเปิด AI Education Task Force ปูทางสร้าง workforce AI ตั้งแต่ K-12
.
AI จึงไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือ โครงการระดับชาติ + ความมั่นคงแห่งชาติ
ใครคุม AI = คุมอนาคตโลก
.
[7] คำตอบที่ CEO ให้ในคืนนั้นจึงไม่ต่างจาก คำสัตย์สาบาน
.
Zuckerberg: Meta จะลงทุน 600 พันล้านเหรียญ
.
Tim Cook: Apple 600 พันล้านเหรียญ
.
Sundar Pichai: Google 250 พันล้านใน 2 ปี
.
Satya Nadella: Microsoft 75–80 พันล้านต่อปี
.
Sam Altman: “Trump คือ แม้ไม่ได้ประกาศตัวเลขชัด แต่ชม Trump ว่า “Thank you for being such a pro-business, pro-innovation President. It’s a very refreshing change.” และยืนยันแผนลงทุนมหาศาลใน Data Centers AI ภายในประเทศ
.
ทั้งหมดถูกสื่อถ่ายทอดออกไปทั่วประเทศ = พูดแล้วถอยไม่ได้ (ตอนนี้ได้กลายเป็นคลิป Short ที่คนตัดแชร์กันสนั่น Social ไปหมดทุก Platform)
.
[8] ผลลัพธ์ของเกมนี้คือ Win-Win แต่ Don คือคนคุมเวที
.
Trump ได้ ประกาศศักดาว่า: “Tech Giants Promise Trillions To America” ภาพลักษณ์ deal-maker ที่บังคับ Big Tech กลับบ้าน
.
เหล่า CEO → ได้ ภาพพจน์ว่า: “เราไม่ใช่บริษัทหนีภาษี เรายืนอยู่ข้าง America First” – PR ที่ช่วยล้างภาพ greedy multinational
.
อเมริกา → ได้งาน, ได้โครงสร้างพื้นฐาน AI และ Semiconductor กลับมาอยู่ในประเทศ
.
ทุกฝ่ายดูเหมือนจะได้ประโยชน์
แต่คนที่ ออกแบบเวที, ตั้งกติกา, และ control narrative ทั้งหมด คือ God Father Don Donald Trump
.

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


[9] #สรุปแบบลงดาบ
Trump ไม่ได้ชนะ Big Tech เพราะเขามีอำนาจมากกว่า แต่เพราะเขา เปลี่ยนสนามเจรจา
.
จาก global freedom ที่บริษัทคุม -> สู่ public stage ที่ Don คุม
.
นี่คือ Godfather Strategy:
-เปลี่ยน Dinner ให้เป็น Loyalty Test
-และบังคับ Big Tech ให้สาบานว่า
-เงินจะกลับบ้าน และ AI = ต้องเกิดในอเมริกา
.
นี่ไม่ใช่ Dinner แต่มันคือการปิดดีลครั้งประวัติศาสตร์
ที่ Big Tech ปฏิเสธไม่ได้ และ Don Donald Trump มีสไตล์การเจรจาและจิตวิทยาที่โหดมากๆ และอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่จะกำหนดว่า อนาคต AI จะถูกสร้างใน “อเมริกา” หรือ “จีน”

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • 15 เคล็ดลับบริหารเวลา ของคนที่ประสบความสำเร็จ

  • Manifest 7 ขั้นตอนสู่สิ่งที่เราปราถนา (สรุปหนังสือจบ)

  • กลยุทธ์การตลาดที่ดีที่สุดคือ “Do Good Thing”


ความเห็น

ใส่ความเห็น