ยิ่งโตขึ้น ทำไมเรารู้สึกว่า เรายิ่งเข้ากับสังคมเก่าๆมากขึ้นไม่ได้เรื่อยๆ
.
ยิ่งเราโตขึ้น เราก็ยิ่งมีความเชื่อมี Pattern ต่างๆในชีวิตเราที่ไม่เหมือนคนอื่น
ทำไมบางคนโครตพยายามเอาชนะชีวิต
แต่บางคนกลับอยู่เฉย ๆ แล้วบอกว่า “พอแล้ว แค่นี้ก็ดีแล้ว”
.
ช่วงปีที่ผ่านมา เบ้นเจอคนหลายแบบมากเลย หลายสังคมๆสุด
บางคนเริ่มมีลูกก็บอกว่า “ฉันพึ่งเข้าใจเบ้นว่า เกิดมาเพื่อเด็กคนนี้” เรื่องเงินไม่สำคัญแล้ว ต่างกับอีกคนที่บอกว่า ถ้าไม่รวยจะไม่ไปทำอย่างอื่น
.
ทำไมบางคนหุ่นดี รายได้สูง แต่ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ดู Toxic
อีกคนไม่ได้เก่งอะไรเป็นพิเศษ แต่มีเพื่อน มีคนรักเต็มไปหมด
.
จนเมื่อคืน เบ้นไปอ่าน Letter ของ Dan Koe
เขาพูดถึง Framework ที่ชื่อว่า Human 3.0
มันอธิบายความแตกต่างพวกนี้ได้โคตรชัด
และที่สำคัญ มันชี้ให้เราเห็นเส้นทางที่จะ เลื่อนเลเวลชีวิต ของเราเอง
ถ้าใครอยากเข้าใจว่ามนุษย์เราพัฒนาด้านไหนได้บ้างลองมาเข้าใจจากอันนี้กัน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
————————————–
Part1 : เส้นทางสู่ Human 3.0
.
ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา Dan Koe (คนทำโมเดลนี้) บอกว่า เขาศึกษาทั้งจิตวิทยา ปรัชญา ธุรกิจ เทคโนโลยี ศาสนา และความหมายชีวิต จนเริ่มเห็น Pattern บางอย่างที่ “ซ้ำ” กันหมด ไม่ว่าจะเป็น Spiral Dynamics, Maslow, หรือ Integral Theory
.
ทุกโมเดลมีความจริงของมัน แต่ข้อเสียคือมันแยกกันเป็น “กล่อง ๆ”
บางคนรวยมาก แต่ชีวิตครอบครัวพัง
บางคนมีแต่คนรอบตัวรักมาก แต่สุขภาพร่างกายแย่
บางคนเก่งธุรกิจ แต่ไม่มีทำสิ่งที่มีความหมายให้ตัวเราเอง
.
Dan Koe เขาบอกว่าเขาอยากเป็น Human 3.0 ให้ได้
.
Human 3.0 คือความพยายามที่จะ สังเคราะห์ทุกมิติ เข้าด้วยกัน
กลายเป็น “แผนที่ภาพรวม” ที่เราจะใช้เดินทางไปถึงศักยภาพสูงสุด
——————————–
Part 2 : Levels – ระดับของการตื่นรู้ ทั้ง Human ทั้ง 3 ระดับ
-Human 1.0 (Conformist): ทำตามระบบ เชื่อฟัง authority คิดขาว–ดำ โลกมี “คำตอบเดียว”
– Human 2.0 (Individualist): แยกตัว เป็นตัวเอง หาเงิน หาชื่อเสียง หาสถานะต่างๆ
– Human 3.0 (Synthesist): เชื่อมโยงทุกมิติ มองเห็นหลายมุม มองทุกทฤษฎีว่า “มีส่วนจริง” แล้วสังเคราะห์เป็นสิ่งใหม่
พูดง่าย ๆ
1.0 = NPC คือคนที่ทำตามระบบที่สังคมออกแบบมาให้ ทำงาน เลื่อนขั้น เกษียณ หรือ ถ้าเป็นเรื่องความสัมพันธ์ก็ คบกันนานพอแล้ว”ต้อง” แต่งงาน
.
2.0 = Player ที่เลือกเส้นทางเอง – ออกมาทำอะไรของตัวเอง ออกคำสั่งให้ตัวเอง
.
3.0 = Creator ที่เขียนเกมใหม่ขึ้นมาให้คนอื่นเล่นด้วย – สร้างระบบใหม่ขึ้นมาเลย ทำเพื่ออะไรบางอย่างข้างในของตัวเราเอง
———————–
Part 3 : Quadrants – 4 มิติของชีวิตที่เราจะพัฒนาได้
.
1.Mind: ความคิด ความเชื่อ วิธีที่เราตีความโลก
2.Body: พฤติกรรม ร่างกาย นิสัย ภาพลักษณ์
3.Spirit: ความสัมพันธ์ เพื่อน ครอบครัว ชุมชน ความหมาย
4.Vocation: งาน ระบบสังคม การเงิน การศึกษา เศรษฐกิจ
.
ทุกคนจะมี 4 ด้านนี้ในชีวิต แต่ละคนจะพัฒนาและมีความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน
บางคน
เช่น
นาย A เป็นคนรวยมากเลย หุ่นก็ดี แต่ไม่ได้ตั้งคำถามกับ Mind ว่า เราเชื่อว่าโลกนี้เป็นยังไง ศาสนา ของเราคืออะไร เราเชื่อตรงไหน ไม่ได้หาคำตอบกับมัน ( Mind Level :1 , Body and Vocation Level 3)
.
แต่พอเป็น นาย B คนที่เข้าใจ ศาสนา นี้ Mind Level 3 เลย แต่ Vocation Level 1 เพราะเข้าไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ Core Value ก็จะไม่เหมือนกันอีก (Mind Level 3 : , Vocation Level 1)
—————–
Part 4 :วงจรการเลื่อนเลเวล (Phases + Traits)
[A] ทุกครั้งที่เราจะอัปเลเวลชีวิต มันจะพาเราเข้าสู่ 3 Phase
1.Dissonance – เบื่อ ขัดแย้ง ไม่โอเคกับชีวิตเดิม
(เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่เรากำลังอยู่)
.
2.Uncertainty – ก้าวสู่ความไม่แน่นอน ออกจาก comfort zone
(เดินทางค้นหาคำตอบนั้น เจออุปสรรค)
.
3.Discovery – ค้นพบสิ่งใหม่ที่พาเราไปเลเวลถัดไป
(ผ่านไปสู่ชุด เลเวลใหม่ Statisใหม่ๆ
[B] แต่การจะผ่านแต่ละ Phase ได้จริง ต้องสะสม 3 Traits ให้ครบ 3 สิ่งนี้
1.Knowledge (รู้)
(หาความรู้ใหม่ๆเข้ามา เหมือนที่เรากำลังอ่านบทความนี้ แล้วอยากพัฒนา)
.
2.Experience (ลอง)
(เราเอาความรู้ที่ดีไปทดลอง เรียนรู้ ล้มเหลว)
.
3.Skill (ทำได้จริง)
(ทำจนมันกลายเป็น Skill ทักษะใหม่ของเรา Level up)
.
ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง เราจะค้างเลเวลเดิม เช่น คนที่ “รู้เยอะ” แต่ไม่เคยลองจริงก็เหมือนคนสอนหาเงิน ที่ไม่ได้หาเงินจริงๆ,
หรือคนที่ “ทำเยอะ” แต่ไม่เรียนรู้ก็เจอเพดานไว

Core คือ การเติบโต = ผ่าน Phase + เก็บ Traits ครบ
นั่นแหละคือสูตรเดียวที่จะพาเราเลื่อนเลเวลจาก NPC → Player → Creator ได้จริง
———————
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
#สรุปแบบลงดาบ
เบ้นคิดว่าทุกคนจะมีด้านที่เราเชื่อและอยากพัฒนา
.
First we need map , Second we choose path
มนุษย์ เราอยากได้ แผนที่ก่อน แล้ว ค่อยอยากเลือกเส้นทางของตัวเราเอง
.
มีหลายๆด้านในชีวิตที่เราเป็น NPC อยู่ (คือเกิดมาสังคมว่าไงก็ว่างั้นเลย55555) แต่จริงๆ เราสามารถพัฒนา Level แต่ละด้านได้ แล้วยิ่ง Level แต่ละด้าน เราพัฒนามากแค่ไหน เราก็ยิ่งจะเชื่อมโยงความหลากหลายมากขึ้น
.
ส่วนตัวเบ้นเชื่อว่า One Person Business คือ Human Level 3 เลย มันเดินออกจากเส้นทางของสังคม สร้างเส้นทางของตัวเอง สร้างวิถีชีวิตตัวเอง
.
เราต้องหา Status และ Level ที่เราอยากจะอยู่ในชีวิต
บางทีเราาอาจจะชอบ การเงิน Level 2 ก็พอแล้ว แต่อยากให้ ความสัมพันธ์ Level 3 ลองหาตัวเองดูว่าอยากเป็น Human 3.0 ไหม
.
หลายคนเลือกอยู่สบาย ๆ ในเลเวลที่รู้จัก ถึงแม้จะเบื่อ
หลายคนยอมติดอยู่ในเกมที่คนอื่นออกแบบให้ ทั้งที่ในใจอยากเขียนเกมใหม่
.
ทุกครั้งที่คุณรู้สึกว่าชีวิตไม่ใช่ของคุณแล้ว
นั่นไม่ใช่ความล้มเหลว แต่มันคือ “เสียงเรียก” ของการเปลี่ยน Level
.
คำถามคือ…
คุณจะกดปุ่ม Continue เพื่อเดินหน้าสู่ Unknown
หรือคุณจะกดปุ่ม Save & Exit แล้ววนอยู่ในเลเวลเดิมไปทั้งชีวิต?
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ






ใส่ความเห็น