ทำไมเราถึงเสพติด อาหารแปรรูป เราเลือกกินเองหรือเราโดนบังคับให้กิน

ทำไมเราถึงเสพติด อาหารแปรรูป เราเลือกกินเองหรือเราโดนบังคับให้กิน

ทำไมเราถึงเสพติดอาหารแปรรูป กินเท่าไหร่ก็หยุดไม่ได้
.
สัปดาห์ก่อน เบ้นไปดู ดาบพิฆาตอสูรมา สั่งป๊อปคอนมาถึงนึง ตอนแรกกินไม่หมด คิดว่าเออเดี่ยว กินแค่นี้พอ พอผ่านไป ครึ่งชั่วโมง หนังมันจัด 55555 หันมาอีกที อ้าว ป๊อปคอนหมดแล้ว ? ขนาดอิ่มมากๆยังกินไหว5555
.
ดูหนังจบ เดินเข้าร้านหนังสือเลย เห็นมานานแล้ว “Ultra Process Food (UPF) อร่อยลวงตาย” อ่านมาสัปดาห์นึง พึ่งจบ อ่านไป ถาม AI ยับๆ แล้วก็ไปต่อด้วย Ted-Talk ของคุณ Chris van Tulleken (ผู้เขียน) ต่อเลย
.
{ 13 } ไอเดียที่ได้จากหนังสือ + TEDx Talk ว่าทำไมเราถึงเสพติดอาหารแปรรูปนักนะ ! #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
.
{ 1 } ไอศรีมรสนม แต่ไม่มีนม
พวกเราคิดว่า “ไอศกรีม” = นม + ครีม + น้ำตาลใช่ไหม?
แต่ในความเป็นจริงคือ
[ไอศครีม = น้ำมันพืชปรับแต่ง + สารคงตัว + กาวอาหาร]
ที่ถูกทำให้เนียนจนเหมือนไอศครีมจริงๆ
.
สิ่งนี้สะท้อนความจริงอันโหดร้ายของอุตสาหกรรมอาหาร ว่า
“เขาไม่ได้ขายความสุข แต่ขายวิศวกรรมที่ถูกทำให้กินได้”
.
{ 2 } ซีเรียลคือสิ่งที่หยุดไม่ได้
Chris van Tulleken เขาทดลองกับตัวเองกิน UPF 80% ของชีวิตหนึ่งเดือน
ผลคือเขากลายเป็นกินมากขึ้นวันละ 500 แคลอรีโดยไม่รู้ตัว
.
ของพวกนี้ถูกปรับสูตรจนพลังงานหนาแน่นแต่ไม่อิ่ม ไฟเบอร์ต่ำจนสมองไม่ได้รับสัญญาณ “พอแล้ว” ทำให้เราไม่รู้สึกว่าอิ่มสักที
.
นี่คือเหตุผลที่เวลาเรากินซีเรียล เราคิดว่า “แค่ชามเดียว”
แต่หันมาอีกที … อ้าว หมดกล่องแล้ว?
(และนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมเบ้นกินป๊อปคอนหมดแล้ว 5555 ไอบ้าเอ้ย )
.
{ 3 } เนยที่ไม่ได้มาจากนม
ช่วงสงครามโลก เคยมีการทำ “เนยจากถ่านหิน” แล้วมันกินได้จริงๆ ใช้ได้ผลจริงๆทดลองในเรือนจำ
และนี้ทำให้มัน Shift mindset mindset อุตสาหกรรมอาหาร:
ขายอะไรที่มันทำเงินแล้วกินได้ > อะไรที่เป็นอาหารจริงๆ
.
{ 4 } มนุษย์สามยุคของการกิน
1.ยุคแรก: สิ่งมีชีวิตกินแร่ธาตุ
2.ยุคสอง: มนุษย์กินสิ่งมีชีวิตอื่น
3.ยุคสาม (วันนี้): เรากินสิ่งที่โรงงานประกอบขึ้นมา
.
ร่างกายเราวิวัฒน์มาเพื่ออาหารสด
แต่ตอนนี้ถูกบังคับให้เจอกับ “อาหารจำลอง” ทุกวัน
.
{ 5 } อย่าโทษน้ำตาลอย่างเดียว
ไม่ใครมีใครกินน้ำตาลเป็นช้อนๆได้
แต่ทำไมกินน้ำอัดลม กินโดนัท กินช็อกโกแลตได้เรื่อยๆ ?
.
เพราะมันคือเกม cocktail น้ำตาล + เกลือ + ไขมัน + กลิ่นสังเคราะห์
.
เราไม่ได้ “ติดน้ำตาล” เราติด “สูตร Cocktail อาหาร” ที่เขาออกแบบมา
.
{ 6 } วิ่งยังไงก็เอาพิซซ่าออกไปไม่ได้
บริษัท UPF ชอบจ้างนักวิจัย มาให้ประโคมข่าวว่า “คุณอ้วนเพราะออกกำลังกายไม่พอ” แต่ในความเป็นจริง “เราอ้วนเพราะอาหารทั้งนั้น”
.
สโลแกน “กินเยอะก็ออกกำลังสิ” = marketing myth
.
{ 7 } สมองเราถูก hack ด้วย UPF
เขาสแกนสมองคนกิน UPF เยอะๆ เขาเห็น วงจรสมอง โดปามนีน ดูสว่างขึ้น
เปรียบเทียบ เท่ากับ สถานะ คนดูดนิโคตินเลย
ยิ่งเรากิน UPF มากเท่าไหร่ เรายิ่งเสพติด สมาธิสั้นขึ้น เรื่อยๆ
.
{ 8 } UPF = อาหารที่ถูกเคี้ยวแทนเราแล้ว
UPF ส่วนมากจะเป็นของที่ นิ่ม เคี้ยวง่าย กินเร็ว สมองไม่อิ่ม
เราจะกินโดยไม่รู้ตัว และมันจะทำให้เรารู้สึกว่า คำแรกจะอร่อยมาก ดูกรอบ
.
ช่วงๆหลังๆ คนรุ่นใหม่จะมีฟันคุดเยอะกว่ายุคก่อน เพราะ ขากรรไกรเล็กลง
.
{ 9 } กลิ่นที่ถูกโปรแกรม
กลิ่นเคยเป็นเรดาร์ดั้งเดิมที่ช่วยให้เรารู้ว่าอาหารไหนดี
แต่พอทุกอย่างแต่งกลิ่นในห้องแล็บ
UPF จะมีการเอากลิ่น วนิลา กลิ่นต่างๆมาป้ายตามซอง ตอนแกะ
.
เราอยากกินต่อเพราะร่างกายกำลัง “หา” สารอาหารที่ไม่เคยมีอยู่จริง
.
{ 10 } สารเติมแต่งที่กัดเซาะลำไส้
อิมัลซิไฟเออร์ (สารให้ความหนืด) บางชนิดเปลี่ยน microbiome ในลำไส้
เพิ่มการอักเสบ ทำให้สุขภาพพังแบบเงียบ ๆ
.
สิ่งที่คุณคิดว่า “ซุปซองง่าย ๆ” อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรัง
.
{ 11 } UPF ที่แทนที่อาหารสดในเชิงวัฒนธรรม
มันไม่ใช่แค่ทำให้คนอ้วนขึ้น แต่ยังทำให้วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นหายไป
.
ถ้าเราไปสถานที่หลักๆของเมือง อาหารท้องถิ่นหายไปเกินครึ่งและแทนที่ด้วยร้าน Junk Food
.
สิ่งที่เราสูญเสียไม่ใช่แค่สุขภาพ แต่คือ “ราก” ของสังคมด้วย
.
{ 12 } เมื่อการตลาดทำให้เด็กป่วย
เคยมี อาหารทดแทนที่โฆษณาว่า “นมผงดีกว่าแม่” → ทำให้แม่หยุดให้นมลูก → เด็กเจ็บป่วย (จนตอนนี้ต้องกลับมาบอกว่า นมแม่ดีกว่า)
.
พวกเราคือผลกระทบในยุค นมผง ที่มาถึงตอนนี้ (ยุคพ่อแม่พวกนี้นมข้นหวานให้ลูกกินเลยโหดมาก)
.
{ 13 } แล้วเราจะเลิกได้ยังไง?
Chris บอกว่าขั้นแรกคือ “awareness” ต้องรู้ตัวว่าเราเป็นเหยื่อ
จากนั้นค่อย ๆ ลด เลือกอาหารสดมากขึ้น ต้องมีความเข้าใจมากขึ้น
.
อย่ามองว่านี่คือการต่อสู้ลำพัง เพราะสนามนี้ถูกออกแบบมาให้คุณแพ้
ต้องมีการ regulate คนตรวจสอบแบบที่เคยทำกับบุหรี่
———-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

คุณ Chris van Tulleken เขาบอกใน Ted Talk
.
ถ้าเป็น “เหล้า” คนจะบอกติดสุรา (ดูไม่ดี)
แต่ถ้าเป็น “อาหาร” คนจะบอก อร่อย 55555 เฮฮาหัวเราะ กันรีวิวกัน
.
นี่คือ สองมาตรฐาน” ที่ทำให้เราไม่เห็นปัญหาว่า จริง ๆ แล้วนี่คือ
“โรคระบาดใหม่” ไม่ใช่ความล้มเหลวของเจตจำนง แต่คือระบบอาหารที่ออกแบบมาให้คุณแพ้ตั้งแต่คำแรก
.
สุดท้ายแล้ว ทางออกมันไม่ใช่ “ห้ามกินตลอดชีวิต”
แต่มันคือการค่อยๆ แยกแยะ เลือกของจริงกลับมาอยู่ในชีวิตเรา
ทีละมื้อ ทีละวัน
.
อยากให้ลองคิดว่า พอเรารู้ว่าเรากำลังถูก “ออกแบบให้แพ้”
ก็แปลว่าเรามีสิทธิ์จะ “ออกแบบชัยชนะใหม่ให้ตัวเอง” ได้เหมือนกัน
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทำไมเดี๋ยวนี้เราถึงรู้สึกทำไรก็ไม่สนุกแล้ว มันคือสัญญาณว่าฮอร์โมนความสุขเสียสมดุล

  • วิธีใช้ AI ให้เข้าใจธุรกิจเรามากขึ้น บทเรียนการไปสอน AI มา 100 บริษัท

  • วิธีฝึกสมองตัวเองให้คิดแบบเป็นภาพได้ จินตนาการให้คมมองแบบนักหมากรุก


ความเห็น

ใส่ความเห็น