4 สิ่งที่คนใช้เพื่อครอบงำและควบคุมคน เปิดเผยโดย อดีตเจ้าหน้าที่ CIA

4 สิ่งที่คนใช้เพื่อครอบงำและควบคุมคน เปิดเผยโดย อดีตเจ้าหน้าที่ CIA

4 สิ่งที่คนใช้ ชักจูงและครอบงำคน โดยอดีตเจ้าหน้าที่ CIA
.
Andrew Bustamante อดีตเจ้าหน้าที่ CIA เขามาแบ่งปัน ในเบื้องหลังวิธีคิดต่างๆของ สายลับ ว่า เขาล้วงความลับ และ บงการให้คนมาทำงานให้ยังไง
.
สมัยเขาทำงาน เขาเคยเป็น CIA covert intelligence officer (เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสายลับภาคสนาม)
.
หน้าที่เขาคือ หาคน (assets/สายลับท้องถิ่น) มาทำงานให้สหรัฐฯ โดยเขาจะใช้ “แรงจูงใจของมนุษย์” ผูกมิตรที่ดี และทำให้ คนนั้นกลายมาเป็นพวก CIA เพื่อบงการให้ทำสิ่งที่ CIA ต้องการ
.
ซึ่ง Andrew Bustamante บอกว่า เราสามารถเข้าใจวิธีการเหล่านี้เพื่อป้องกันและใช้สำหรับ สร้าง แรงบันดาลใจในการทำงานให้กับทีมเราได้
มาดูกันว่า เราจะโดนสายลับหลอกไหม 55555 #อ่านจบปั๊ปเก่งขึ้นปุ๊ป

///////////////////
Part1 : เหรียญอีกด้านของ Manipulation (การบงการ ควบคุม)
.
เวลาเราพูดถึงการควบคุมคน ภาพในหัวเราจะเป็นเหมือนกับในหนัง Hollywood คือ ปืน อำนาจเงิน Godfather ก็มา แบบเจ้าพ่อเลย5555
.
แต่ในความเป็นจริง คนเราจะไม่ได้ยอมถูกควบคุมด้วยการใช้อำนาจสั่ง
.
เหรียญอีกด้านของ Manipulation (การควบคุม) = Motivation(แรงบันดาลใจ)
.
Andrew เล่าว่า เวลาที่ CIA อยาก Manipulate ใครสักคน
เขาไม่ได้สร้าง Motivation ใหม่ขึ้นมา
แต่เขาจะ ค้นหาแรงขับที่มีอยู่แล้วในตัวคนนั้น
แล้วค่อยเอามันมาเป็น “คันโยก” เพื่อชักจูงให้เดินไปในทางที่เขาต้องการ
.
แทนที่จะบอกว่า “คุณต้องไปทำงานนี้เพื่อ CIA นะ
กลายเป็น
“เราอยากให้คุณทำเพราะ เป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวคุณนะ”
.
[เราควบคุมคนอื่นไม่ได้ แต่เร่งแรงขับเคลื่อนใจของคนได้]
Manipulation (การควบคุม) = Motivation(แรงบันดาลใจ) คือเหรียญสองฝั่งที่แยกออกจากันไม่ได้
————————–
Part 2 : R.I.C.E Framework
.
Framework ที่หน่วยข่าวกรองใช้มาตั้งแต่ยุคสงครามเย็นมีชื่อว่า M.I.C.E.
[ Money ,Ideology ,Compromise / Coercion .Ego (หรือ Excitement)]
.
แต่ ที่ Andrew Bustamante เขาปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้นเรียกว่า
[R.I.C.E. Framework]
.
ซึ่งวันนี้ถูกนำมาใช้ไม่ใช่แค่ในโลกสอดแนน…แต่สามารถใช้ในธุรกิจ การตลาด และความสัมพันธ์ของเรา มาดูที่ทีละตัวกัน
.
[R.I.C.E. Framework]
///////////
1. Reward (รางวัล)
.
ทุกคนมี “ของรางวัล” ที่อยากได้ในใจ
บางคนคือเงิน บางคนคือคำชม บางคนคือความรักหรือการยอมรับ
.
CIA ใช้ Reward ในการผูกมัดเป้าหมาย เช่น การจ่ายเงินเดือนลับ ๆ การให้ของหรู หรือแม้กระทั่งการสร้างความรู้สึกว่ามีใครสักคนเห็นคุณค่า
.
ในโลกธุรกิจก็เหมือนกัน
การลด แถม การแจก ของร้านค้าออนไลน์ → มันคือ Rewardแบบนึง
Badge “Top Fan” ใน Facebook → มันคือ Reward
หรือแม้กระทั่งไลก์ในโพสต์ → Reward เล็ก ๆ ที่เราติด
.
สิ่งที่ทรงพลังที่สุดคือ Reward ไม่จำเป็นต้องมีมูลค่าเป็นเงิน
แค่ทำให้คน “รู้สึกดีกับตัวเอง” ก็เพียงพอ
///////
2. Ideology (อุดมการณ์)

นี่คือแรงขับที่ลึกที่สุดของมนุษย์
ครอบครัว ความศรัทธา ความยุติธรรม ความรักชาติ

CIA ชอบใช้ Ideology ในการ recruit คน เพราะมันทรงพลังจนบางครั้งเหนือกว่าเงินด้วยซ้ำ
.
ถ้าใครเชื่อว่าตัวเองกำลังต่อสู้เพื่อ “สิ่งที่ถูกต้อง” เขาจะทำแม้สิ่งนั้นจะขัดผลประโยชน์ตัวเอง
.
ธุรกิจเองก็เล่นกับ Ideology ตลอดเวลา
ร้าน Chick-fil-A (ร้าน Fast food)
เขาจะเลือกปิดร้านวันอาทิตย์เพื่อยึดหลักคริสต์ศาสนา
ในมุมธุรกิจเหมือนเสียรายได้ แต่ในมุม Ideology มันสร้างความจงรักภักดี
ทำให้เขากลายเป็นเครือร้านอาหารอันดับ 3 ของอเมริกา

///////////
3. Coercion (การกดดัน/บังคับ)
.
นี่คือด้านที่เสี่ยงที่สุดและอันตรายที่สุด
การแบล็กเมล กดดัน ข่มขู่ เล่นกับความกลัว
.
ในสายงานข่าวกรอง CIA ใช้ Coercion เฉพาะในกรณีที่ไม่มีทางเลือก เพราะผลที่ตามมาคือ คุณจะไม่สามารถสร้างความไว้ใจได้อีกเลย
.
Andrew Bustamante บอกว่า
“เมื่อคุณเคยจ่อปืนที่หัวใครสักคน…เขาจะมองคุณไม่เหมือนเดิมตลอดไป”
//////////////
4. Ego (อัตตา/ภาพลักษณ์)
.
มนุษย์ทุกคนต่างอยากถูกมองว่า “ฉันคือใครสักคน”
บางคนอยากถูกมองว่าเก่ง
บางคนอยากถูกมองว่าดี
บางคนอยากถูกมองว่าเสียสละ
.
CIA ใช้ Ego เพื่อบอกกับเป้าหมายว่า “คุณคือคนสำคัญ”
.
ธุรกิจใช้ Ego โดยการขาย Identity เช่น Harley-Davidson ที่ไม่ได้ขายแค่รถ แต่ขายภาพลักษณ์ของ “ผู้ชายอิสระบนถนน”
.
ลองสังเกตตัวเอง…หลายครั้งเราซื้อของไม่ใช่เพราะคุณภาพ แต่เพราะมันทำให้เรา “รู้สึกเป็นใครบางคน”
———————–
Part 3 : แล้วเราจะใช้สิ่งนี้ยังไง?
Andrew บอกว่า Framework นี้ไม่ใช่มีไว้เพื่อหลอกคน
แต่มันคือ “แว่นตา” ให้เราเห็นความจริงของแรงจูงใจมนุษย์
.
– ใช้เพื่อ ป้องกัน ไม่ให้โดนใครชักจูงง่าย ๆ
– ใช้เพื่อ สร้างแรงบันดาลใจ ที่แท้จริงกับทีมงาน ลูกน้อง หรือแม้กระทั่งกับลูกค้า
– ใช้เพื่อ เข้าใจตัวเอง ว่าอะไรกันแน่ที่เป็นแรงขับเคลื่อนชีวิตเรา
.
เพราะถ้าเราไม่รู้ว่าอะไรคือ Motivation ที่แท้จริงของเรา…
ก็แปลว่าใคร ๆ ก็สามารถ Manipulate เราได้เสมอ

————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
เหรียญสองด้านนี้…มันไม่เคยแยกออกจากกัน
.
Motivation กับ Manipulation คือเรื่องเดียวกัน
ต่างกันแค่ “ใครเป็นคนถือพวงมาลัย”
.
ถ้าเราไม่รู้ → คนอื่นจะใช้มันบังคับทิศทางคุณ
ถ้าเรารู้ทัน → เราสามารถใช้มันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่แท้จริง
.
คำถามคือ…
วันนี้คุณกำลัง ขับเคลื่อนชีวิตด้วยแรงบันดาลใจของตัวเอง
หรือกำลัง เดินอยู่ในเส้นทางที่ใครบางคนวางไว้ให้ โดยไม่รู้ตัว?
.
ขอให้เราเจอเส้นทาง Intrinsic Motivation(แรงบันดาลใจจากภายใน) ที่แท้จริงของเราที่ไม่ได้มาจากคนอื่นครับ
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ความสุขของมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อเศรษฐกิจ

  • ปรัชญาชีวิตที่ได้เรียนรู้จากตัวละคร ดราก้อนบอล (RIP อ.โทริยามะ)

  • ทำไมเราพัฒนาตัวเองเยอะ แต่ รายได้ไม่เพิ่ม?


ความเห็น

ใส่ความเห็น