คนที่ดูเหมือนทำงานเร็ว ไม่ได้เก่งกว่าเรา แต่เขาแค่ batch งานเป็น
.
ตอนนี้ Notion สามารถเล่นแบบ Offline ได้แล้ว(สักที5555)
.
วันนี้เลยไปนั่งดูคลิป ของ Thomas Frank ที่ใช้ Notion ได้โครตโหด
แล้วไปเจอคลิปเก่า [The Easiest Way to Double Your Productivity]
.
Thomas อธิบายว่า
“การแก้ปัญหาให้ทำงานเสร็จมากขึ้นโดยการขยันมันผิดวิธี”
มาฟังวิธีที่เขาแนะนำกับการทำงานกัน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
——————
[1] ย้อนกลับไป ยุคอุตสาหกรรม 100 กว่าปีก่อน
.
ในตอนนั้น: ถ้าเราจะประกอบรถยนต์ 1 คัน ต้องใช้เวลาประกอบประมาณ 12 ชั่วโมง/คัน (ใช้เวลานานมากๆ)
.
Henry Ford เข้ามาทำให้โลกอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปตลอดกาล
เขาลดเวลาจาก 12 ชั่วโมง เหลือแค่ 93 นาที! คนทั้งวงการตะลึง
แบบนี้มีด้วยหรอ ?
.
Henry Ford เขาไม่ได้เพิ่มแรงงาน ไม่ได้บังคับคนงานทำให้เร็วขึ้น
คนยิ่งงง กว่าเดิม ทำได้ไง?
.
สิ่งที่เขาง่ายๆเลยคือ “แก้ลำดับงานใหม่”
1.ให้แต่ละคนทำแค่อย่างเดียวซ้ำ ๆ
2.ให้งานไหลมาตามสายพาน
สิ่งนี้เรียกว่า Assembly Line
.
เขาเรียกสิ่งนี้ว่า “Assembly Line”
.
นี่คือ Task Batching ที่พิสูจน์มาแล้วว่า…
การจัดงานเป็น batch ทำให้ Productivity กระโดดขึ้นแบบก้าวกระโดด
——————
[2] ปัญหาจริงๆของเราไม่ได้อยู่ที่งานเยอะจนทำไม่ทัน
แต่เรางานเรา “กระจัดกระจายมากเกินไป”
.
ทุกวันนี้เราไม่ได้แพ้งานเพราะมีเยอะเกินจะรับไหว
แต่เราแพ้เพราะต้อง “สลับไปมา” ระหว่างงานเล็ก ๆ ตลอดทั้งวัน
.
เขียนรายงานได้แค่ย่อหน้าเดียว → เด้งไปตอบไลน์ลูกค้า
กำลังคิดงานสำคัญ → มีอีเมลเข้ามา → หยิบมือถือขึ้นมาเช็ค
พอกลับมา สมองก็ต้องใช้เวลา reset ใหม่หมด
.
นี่คือสิ่งที่ Thomas Frank เรียกว่า Cognitive Switching Cost
ซึ่งมันแอบโหดกว่าที่คิด เพราะทุกครั้งที่เราสลับงาน
สมองต้องใช้เวลา 5–10 นาทีในการ “กลับเข้าสู่โฟกัสเดิม”
.
ลองคิดดู…ถ้าวันหนึ่งเราสลับงาน 20–30 ครั้ง
นั่นแปลว่าคุณเสียเวลาทั้งวันไปกับ “การเริ่มใหม่” มากกว่าการทำงานจริง ๆ เสียอีก
————————
[3] วิธีแก้: Task Batching
.
ถ้า Ford ใช้สายพานการผลิตเพื่อจัดลำดับงานให้รถออกมาเร็วขึ้น
เราก็สามารถใช้หลักการเดียวกันนี้กับชีวิตเราได้เช่นกัน
.
แทนที่จะปล่อยให้ตัวเอง “โดนดึง” ไปมา
ให้ลอง จัดกลุ่มงานที่คล้ายกัน มาทำให้เสร็จทีเดียว
เช่น
– กำหนดเวลาเช็คเมลแค่ 2 รอบต่อวัน → แทนที่จะปล่อยให้เมลเด้งทั้งวัน
– นัดประชุมต่อกันในช่วงบ่าย → แทนที่จะกระจายเต็มวันจนขาดตอนทำงานจริง
– จัดงานประเภทเดียวกันไว้ในเวลาเดียว → ถ้าจะเขียนก็เขียนยาวๆเลย ถ้าจะพูดก็พูดยาวๆเลย
.
สิ่งนี้เรียกว่า “Task Batching”
มันไม่ได้ทำให้เราขยันขึ้น แต่ทำให้คุณ “เสียเวลาน้อยลง”
——————
[4] ใช้เครื่องมือช่วยจัด Batch
.
การจะทำ Task Batching ให้ได้ผลจริง เราต้องมี “ระบบ” มารองรับ
ไม่อย่างนั้นงานก็จะยังหลุด ๆ ลอย ๆ อยู่ดี
.
Thomas Frank ใช้ Notion เป็นศูนย์กลาง
เขาสร้าง Database เอาไว้ แล้วติด Tag ให้แต่ละงาน เช่น
Research ,Writing ,Editing, Publish
จากนั้นสร้าง “View” แยกตาม Batch
เช่น เปิด Writing View → เห็นเฉพาะงานที่ต้องเขียน
วันนั้นเขาก็โฟกัสแค่การเขียน ไม่ต้องสนใจ Editing หรือ Publish เลย
.
เขาสามารถทำงานเป็นก้อนใหญ่ ๆ ได้จริง
งานไม่สะดุด สมองไม่ต้อง reset ไปมาเหมือนเดิม
.
ถ้าใครถนัดใช้ Todoist → ก็ใช้ Label แบบเดียวกันได้เลย
เช่น @office @online @low-energy
เวลาเปิดดู เราก็รู้ทันทีว่างานไหนควรถูกรวม batch แล้วลงมือทีเดียว
.
นี่คือการเปลี่ยน Productivity จาก “ความขยัน” ให้เป็น “ระบบ”
และระบบนี้แหละ ที่ทำให้เราทำงานเสร็จได้สองเท่า โดยไม่ต้องทำงานหนักขึ้น
—————-
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
#สรุปแบบลงดาบ
.
ส่วนตัวเบ้นก็ใช้ Notion เยอะมากๆ ในการจัดการระบบ เขียน อ่าน ติดตาม
เรียกได้ว่าเป็น Second Brian ของเบ้นเลย (ใครเอา Notion กับ Google Calendar เบ้นไปนี้คือ ไม่รู้แล้ววันนี้ต้องทำอะไร)
.
ถ้าใครเป็นเพื่อนเบ้นจะเคยเห็น ปฎิเสธสุดสยอง 5555 ของเบ้น
.
อีกสิ่งนึงที่อยากขอเสริมจาก Thomas คือ “Mental Management”
คือเราควร ดูด้วยว่า “งานไหนทำให้เราเหนื่อยใจเยอะ”
งานประเภทนี้ “ไม่ควรอยู่ในวันเดียวกันมากเกินไป”
เราต้องลำดับงานโดยปัจจัยนี้ด้วย (เพราะ Mental is everything)
.
ยิ่งเรา Task Batching ได้ดีเท่าไหร่ งานเราจะไหลมากขึ้น (เหมือนถ้าเบ้นมาเขียนตอนเย็นกับเขียนตอนเช้า Output จะคนละเรื่องเลย ตอนเช้าจะ Flow กว่ามากๆ เพราะ Mental ดีกว่า)
.
เลิกพยายาม “ขยัน” ให้มากขึ้น เพราะการขยันไม่ใช่คำตอบของ Productivity
การออกแบบระบบต่างหาก ที่ทำให้คุณทำงานเสร็จได้มากขึ้น
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ






ใส่ความเห็น