หยุดถามว่าตัวเอง “ชอบ” อะไรกันแน่? สมองเราไม่ได้สร้าง Passion แบบนั้น

หยุดถามว่าตัวเอง “ชอบ” อะไรกันแน่? สมองเราไม่ได้สร้าง Passion แบบนั้น

ตอบตัวเองให้ได้ ว่า “Passion ของเราคืออะไร?”
.
ประโยคคลาสสิคที่ ทำให้คนยุคพวกเรา หลงอยู่กลางป่าแห่ง “การค้นหาตัวเอง”
.
เบ้นติดอยู่กับคำถามนี้นานหลายปีมากๆตั้งแต่ยังเด็ก
เราชอบอะไรกันแน่? เราถนัดอะไร? เราเกิดมาเพื่อทำอะไร”
สิ่งที่เรา Passion จริงๆมันคืออะไรกันแน่
.
หากันเข้าไป หากันเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนบางวันเราก็ Burnout ไป ยอมแพ้ไป
.
ถ้าวันนี้ใครติดอยู่ใน Loop นี้อยู่ เรามาหาทางออกจากป่าแห่งการค้นหาตัวตนไปด้วยกันผ่าน [3]ข้อนี้
#อ่านจบปั๊ปเก่งขึ้นปุ๊ป

———————
[1] เราหาค้นหา Passion ตัวเองได้จริงๆหรอ?
.
Daryl Bem เสนอทฤษฎีนี้ในยุค 1970s
ในมุมที่ “สวนทางกับจิตวิทยากระแสหลัก” ณ ตอนนั้น
.
คนทั่วไปเชื่อว่า “เรามีทัศนคติภายใน → แล้วค่อยกระทำตามทัศนคตินั้น”
แต่ Daryl Bem บอกว่า “เราลงมือทำก่อน แล้วสมองค่อยอนุมานว่าเรารู้สึกยังไง” (ทำไปก่อน เดี๋ยวรู้สึกดีขึ้นเอง!)
.
มันสัมพันธ์กับหลักการของสมองที่ชื่อว่า Neural Reinforcement
.
-ทุกครั้งที่เราทำพฤติกรรมเดิมซ้ำ → สมองจะสร้างเส้นทาง (Neural Pathway) ที่ชัดขึ้น
– เส้นทางนั้นจะกลายเป็น “default mode” ที่กำหนดว่าเรารู้สึกยังไงกับตัวเอง
– จนในที่สุด Identity ของเรา = พฤติกรรมที่เราทำบ่อยที่สุด
(อ๋าาา ฉัน Passion เราชอบสิ่งนี้อยู่นี้เอง5555555)
.
Daryl Bem เรียกสิ่งนี้ว่า Self-Perception Theory(การรับรู้ตัวตนของเรา)
———————–
[2] Passion ไม่ใช่สิ่งที่ค้นเจอในป่าได้
.
สมองเราไม่ได้เก่งเรื่อง “ตอบคำถามเชิงปรัชญา”
มันไม่รู้หรอกว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร
.
สมองคือนักสืบโคนันดีๆนี้เอง
มันจะคอยสังเกตการกระทำของคุณ
แล้วตั้งสมมุติฐานว่า “เธอน่าจะชอบสิ่งนี้นะ เพราะเธอทำมันทุกวัน”
.
มันไม่สนว่า bio ของคุณเขียนว่าอะไร คุณเป็นใคร
มันไม่สนว่า vision board ของคุณมีภาพอะไร
.
ถ้าเราเขียนทุกวัน สมองจะเริ่มเชื่อว่าคุณคือ นักเขียน
ถ้าเราเรียนรู้เรื่องใหม่ๆทุกวัน สมองจะสรุปว่าคุณเป็นนักเรียนตลอดชีวิต
(เช่นเรามาอ่านเพจนี้ทุกวัน เพื่อฝึกนิสัยนักอ่านยาว)
.
ถ้าคุณเลื่อน new feed ทุกชั่วโมง…มันก็สรุปตัวเราเหมือนกัน
(แต่อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากเป็น55555)
.
ถ้าเรายังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร
นั่นไม่ได้แปลว่าเราไม่มี Passion หรือ เราหา Passion ไม่เจอ
แต่มันอาจหมายความว่า
คุณยังไม่ได้ให้ “พฤติกรรมซ้ำๆ” กับสมองมากพอให้มันเชื่อ
—————-
[3] แล้วทำไมเรื่องนี้สำคัญในยุค Creator Economy?
.
โลกใบนี้ถูกออกแบบให้คน “ต้องนิยามตัวเองก่อน”
.
แต่จริงๆ แล้ว…ถ้าเข้าใจ Self-Perception Theory(1972)
คุณจะรู้ว่า identity ที่ดีที่สุด คือตัวตนที่ค่อยๆ “ถูกสร้างขึ้นจากการทำ”
.
– เราไม่ต้องรู้ว่าแบรนด์คุณคืออะไร อยากขายอะไรกันแน่
– เราไม่ต้องรู้ว่าเป้าหมายสุดท้ายคืออะไร
– เราแค่ต้อง “มีพฤติกรรมที่ส่งสัญญาณซ้ำๆให้สมองเรา”
.
วันแรกที่เบ้นเริ่มเขียนก็ไม่ตัดสินใจแบบ เออจะมาเขียนบทความนะ
.
เบ้นก็แค่คนที่ชอบสรุปหนังสือลง Notion เล่นๆ
แต่พอทำไปเรื่อยๆ… โพสต์ไปบ้าง แชร์ไปนิด
.
แต่พอสมองเห็นว่า เออ เราทำสิ่งนี้ทุกวันนะ
มันเลยสรุปให้ว่า “นี่ไง เราน่าจะเป็นคนชอบเขียนนะ”
.
เบ้นเริ่มเขียนโดยไม่รู้ว่าจะไปสุดที่ตรงไหน
วันนึงพูดเรื่องธุรกิจ
อีกวันนึงเขียนเรื่องสมอง
บางวันไปดูหนังมาก็เขียนเรื่องหนัง
.
ผมไม่ได้ “วาง Positioning” จากบนกระดาษ
แต่มันค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นจากสิ่งที่ผมโพสต์ซ้ำๆ
.
และวันนึง…มันชัดขึ้น
ว่าผมเป็นคนที่ชอบเล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่าย
ผมเป็นคนที่ชอบผสม Neuroscience + Business + Storytelling
.
นั่นแหละคือ Brand
ไม่ใช่สิ่งที่เราคิด…แต่คือสิ่งที่เราทำซ้ำๆ แล้วสมองสรุปให้
.
คุณไม่มีวันรู้ว่าคอนเทนต์แบบไหนคือตัวตนของคุณ
ถ้าคุณยังไม่ลงมือโพสต์ซ้ำๆ ให้สมองได้ดูพฤติกรรมคุณ
.
จนสมองเริ่มเชื่อว่า “นี่คือคุณ”
และผู้ติดตามก็เริ่มเชื่อเช่นกัน
——————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
ถ้าตอนนี้คุณยังไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณ ลงมือทำต่อ
.
-ความมั่นใจ ไม่ได้เกิดจากความรู้ แต่เกิดจากการยืนยันกับสมองบ่อยๆ ว่า “เราทำได้นะ”
-Passion ไม่ได้เกิดจากความฝัน แต่เกิดจากการทำบางอย่างจนเริ่มรู้สึกอินกับมันขึ้นมาทีละหน่อย
.
ตัวตน = พฤติกรรม + ความถี่ + เวลา
.
You don’t find yourself.
You build yourself, with one small action at a time.
อย่าค้นหาตัวเราแต่ให้ประกอบร่างตัวตนของเราผ่านการกระทำเล็กๆทุกๆวัน
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ความสุขของมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อเศรษฐกิจ

  • ปรัชญาชีวิตที่ได้เรียนรู้จากตัวละคร ดราก้อนบอล (RIP อ.โทริยามะ)

  • ทำไมเราพัฒนาตัวเองเยอะ แต่ รายได้ไม่เพิ่ม?


ความเห็น

ใส่ความเห็น