คนติดตาม 50 ล้านคน แต่หาเงินไม่ได้ ปัญหาของคนทำ Media ที่คนไม่พูด

คนติดตาม 50 ล้านคน แต่หาเงินไม่ได้ ปัญหาของคนทำ Media ที่คนไม่พูด

ทำไมเรามีคนติดตามก็แล้ว คนดูก็แล้ว แต่ก็ยังหาเงินไม่ได้?
บทความนี้จะมาช่วยทำให้เราเข้าใจมากขึ้น
.
วันนี้ขอต่อจากบทความเมื่อวาน ที่ The Diary of CEO เขาจับนักปั้นธุรกิจมาคุยกันในโต๊ะเดียวกัน (แนะนำให้อ่านอันนี้จบก่อนแล้วไปอ่านได้ค้าบ)
.
คนทำ Media content ส่วนใหญ่จะเสพติด Impact พอมีคนแชร์เยอะๆ ดูเยอะๆก็อยากจะทำอีกเยอะๆ จนสุดท้าย หาเงินไม่ได้เลย(ได้ก็น้อยนิด) ใครที่กำลังเป็นแบบนี้อยู่
.
เราจะมาหาทางออกจากปัญหานี้ไปด้วยกัน ผ่าน mini-class บทความนี้
ลุยกัน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป

————–
[Part 1/3] : The Social Media is gone
.
Alex Hormozi (คนในรูป) เขาอธิบายเรื่อง Media ได้ดีมากๆเลย คือ
.
“Social Media มันไม่มีแล้ว” (อ่าว งงจัด แล้วเราเล่นอะไรกันอยู่555)
.
ตอนนี้มันเป็น Interest Media ไปแล้ว เพราะว่า เราไม่ได้เห็นแค่สังคม หรือเพื่อนรอบๆตัวเรา แต่เราจะเห็นแต่อะไรที่ เรา Interest (สนใจ) มันมากกว่า
.
[เช่น ถ้าคุณเห็นเพจนี้ แต่คุณไม่ได้กดติดตาม แปลว่า คุณกำลังสนใจอะไรแบบนี้อยู่ และถ้าคุณชอบ กดติดตาม Benz Arnun ได้นะ แวะขายของ]
.
ใน Interest Media: จะถูกจัดออกเป็น 2 แบบ
.
1. Entertainment = คือ Media ที่เราดูเพื่อความสนุก บันเทิง ขาย Lifestyle หรืออะไรสักอย่าง คือ”ขายเพลิน”
.
2. Education = ทำให้เราได้ Value อะไรกลับไป (เช่น เพจ Benz Arnun ที่พวกเรากำลังอ่าน จัดอยู่ในประเภทนี้) หรือจะเป็น สอนหรือ อะไรก็ได้ที่เรา Take value กลับไป
.
Alex Hormozi ยกตัวอย่างว่า Rihanna(นักร้อง) กับ Drake(นักร้อง) สองคนนี้นับเป็น Entertainers
.
บางครั้งการที่มี Audienceน้อย แต่สามารถหาเงินได้ก็อาจจะแข็งแรงกว่า
.
ความหมายคือ Views ไม่เท่ากับ Influence – กลุ่มเล็กแต่เชื่อใจสูง แปลงเป็นรายได้จริงๆได้มากกว่า
.
Alex Hormozi บอกว่ามี คนนึงใน ตต(แอพดำ) มีผู้ติดตามเกิน 50 ล้าน แต่ ล้มเหลว Failed ไปถึง 13 Launches ในการหา สร้างอะไรบางอย่าง
.
เพราะอะไร? คำถามนี้น่าสนใจมาก
.
Alex บอกว่า They have views, but they have zero influence
มีแต่คนดูแต่ไม่มีใครอยากฟังคำแนะนำของเขา
.
คนดู “เพราะสนุก” ไม่ได้แปลว่า “พร้อมทำตาม/พร้อมควักตัง” → ไม่มี Trade-off = ไม่มีรายได้จากการขายของตัวเอง
.
[อย่างเพจ Benz Arnun ใน 90 วันนี้ มีคนเห็นเพจเบ้น 15 ล้านคน แต่ใน 15 ล้านคนนี้ ก็อาจจะมีคนแค่หลัก ร้อย คน ที่ รู้จักเพจเบ้นจริงๆ และติดตามมาตลอด (ใครอ่านเพจนี้มาตลอด คอมเมนต์หน่อย55555)
.
ส่วน อีก 14.99 ล้านครั้ง ที่ผ่านเข้ามา และผ่านไป
นั้นแปลว่า เพจเบ้นไม่ได้ Influence อะไรกับพวกเขาเลย แค่บังเอิญ และมองเบ้นเป็น Entertain]
.
แปลว่า ถ้าเพจ Benz Arnun เราไปวิ่งตาม Content ที่คนแชร์เยอะๆ ตามกระแสไปเรื่อยๆ เพจเราก็จะเสีย Character คนที่มาตามเราเพราะ Value ก็จะไม่ตามเราต่อ เพราะเราเริ่มวิ่งตามกระแส Trend มากไป จนเสีย Value
.
เราก็เลย Focus กับสิ่งที่ชอบทำต่อไป นั้นก็คือ #การเขียนยาวๆให้คนอ่านให้จบให้ได้5555 โครตโรคจิต55555 ซึ่งถ้าใครอ่านบทความนี้จบ คุณก็เก่งขึ้นได้ทันที
. จบ Part 1
—————–
[Part 2/3] : อะไรทำให้คนยอมจ่ายเงิน : Framework SPCL
.
Alex บอกว่า ปัจจัยเดียวที่จะทำให้คนเชื่อเราคือ “Influence”
เราต้องมีอิทธิพลกับชีวิตของเขาแบบจริงๆ
.
ซึ่ง Alex Hormozi ให้ Framework มาว่า การที่เราจะ Influence กับคนได้ จะมีทั้งหมด 4 แบบ และขอเรียกสิ่งนี้ว่า
.
[SPCL Framework] – มาดูทีละตัวกัน
.
[S] Status : คือคนที่สามารถควบคุม resources ได้ เช่น Bartender ที่ Bar ก็จะสามารถควบคุม เหล้าหลัง Bar ตัวเองได้ แต่พอเดินออกจาก Bar ก็ไม่มีใครสนใจ ว่าคุณจะเป็นใครแล้ว แปลว่า Influencer แบบแรก จะอยู่ที่ Status ที่ตัวเองอยุ่ ถ้าหมดจุดนั้นไปก็ Influ อะไรเราไม่ได้แล้ว
.
[P] Power – บอกให้ทำอะไรบางอย่าง และ ทำตามระบบได้ คำแนะนำ และ ได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับมา Alex ยกตัวอย่าง ถึง Martha Stewart (เป็นผู้หญิง Self-Made คนแรกที่เป็น Billionaire ) ถ้าเป็น Martha แนะนำเรา ก็จะมีเหตุผลที่หนักแน่นพอที่จะให้เราทำตามคำแนะนำเขา
ฉันทำมาก่อน ฉันมีผลลัพธ์ ทำตามฉันได้ แบบบนี้
.
[C] Credibility – คุณมีอะไร Proof? ไหม
คุณเป็นหมอ คุณเลยมี Credit ที่จะมี Influence ให้เราเลิกกินขนมหวานได้มากกว่า คนที่บ้านเรา หรือ คุณเป็นทนาย คำแนะนำของทนายจะมีน้ำหนักมากกว่าคนทั่วไป
.
[L] Likeness – ชอบไหม? การชอบมีทั้ง รูปร่างหน้าตา หรือ เชิงจิตวิทยาทางภาษา บุคลิก พวกนี้ หรือบางที เรา มี Core value ที่เหมือนกัน แต่งตัวแนวเดียวกัน
.
สมมุติว่า มีสองคน ที่มีข้อก่อนๆมาเหมือนกันหมด แต่ ถ้าอีกคน ดันเป็นคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน (อาจจะแค่ชอบเชียร์บอลทีมเดียวกัน) ก็ทำให้คนหัน เลือกคนนี้ที่เราอยากจะฟังเขามากกว่า
.
[SPCL Framework] สามารถถูกพิสูจน์ได้ในประโยคเดียวก็ได้ เช่น
“Alex บอกว่า ผมขาย บริษัทไปที่ราคา $43.2 Million”
.
นั้นแปลว่า Alex พิสูจว่าตัวเอง มี Status และ มี Credit ว่าสิ่งที่ตัวเองทำ มัน Work จริงนะหาเงินได้จริงๆ ซึ่งตอนนี้อาจจะยังไม่มี [P] Power
.
จนกระทั่ง Alex บอกให้ทำอะไรบางอย่าง เช่น คุณต้อง เพิ่ม การ Guarantee ให้ลูกค้านะ มันได้ผล คุณต้องเริ่มคิดถึง Value บลาๆ
.
และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราทำตามคำแนะนำพวกนี้ แล้วมันได้ผล ก็จะทำให้เราได้ผลลัพธ์ และกลายเป็น Influencer ด้าน Power ได้
.
เราก็ต้องลองสำรวจดูว่า เรายังมีข้อไหนไหมใน SPCL นี้ที่ทำให้เราไม่มี Influence กับคนดูของเรา
—————————-
[Part 3/3] : จาก Influence → Income (ทำไม Educator เก็บเงินได้กว่า)
.
ทีนี้ย้อนกลับมาเรื่องการหา Conversion เป็น Income
นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไม Educator (แบบเพจเบ้น) จะมี Audiences กลุ่มเล็กกว่า เพจที่เป็น Entertainer
.
แต่จริงๆแล้ว Alex Hormozi บอกว่า Educator จะหาเงินได้มากกว่า Entertainer หาได้ (ส่วนมาก Entertainer จะหารายได้จาก Sponsorships)
.
Educator = ช่องทางรายได้จาก สิ่งที่เราชี้นำ (Solution/Service/Product) → คนเชื่อใจกว่า = แปลงเป็น Income ได้มากกว่า
.
Entertainer = รายได้ส่วนใหญ่จาก สปอนเซอร์/โฆษณา → ต้องการ Reach/Views สูง แต่ไม่ได้แปลว่าขายของตัวเองได้
.
Alex ยกตัวอย่างถึง Rihanna Fenty (นักร้อง นักธุรกิจ)
Alex บอกว่า “Rihanna is beautiful” (ชมกันโต้งๆเลย5555)
.
พอสวย ก็เลยทำให้มี Credit ใน Label ของ ด้านความสวย
.
Rihanna ก็เลยสร้าง Content รอบสิ่งนี้(Beauty) และนั้นทำให้ Rihanna มี Power ที่จะ ชี้นำให้คน ทำ หรือ ซื้ออะไรบางอย่างได้
.
เขาก็เลย สร้างแบรรนด์ Fenty Beauty ทำให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐี (Billionaire) โดยไม่ต้องพึ่งแค่รายได้จากเพลง ที่เป็น Entertainment
.
Rihanna ใช้ C (ความน่าเชื่อถือเรื่องสวย/บิวตี้)
เป็นฐาน → ทำคอนเทนต์ซ้ำในธีมเดิม → เกิด P (ชี้นำการซื้อได้จริง) → คนยอม Trade-off เงิน (ซื้อของเธอ)
เพราะเชื่อเธอใน Domain นั้น แปลว่า Rihanna ก็หลุดออกจาก Entertainment มาอยู่ใน ขาของ Educator ด้านความงามด้วย
———————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
คนส่วนมากจะเสพติดการทำ Media เพื่อ Entertain แล้วก็จะบอกว่า
“ดังก่อนเดี๋ยวเงินจะตามมา”
.
แต่ความจริง (ที่โหดกว่านั้น) คือ…
ถ้าคุณไม่มี อิทธิพลจริงๆ กับชีวิตของคนดู ต่อให้คนเห็นเป็นล้าน ก็อาจจะไม่มีใครยอมควักเงินซื้อจากคุณเลย (เขาไม่ได้ Value กลับไปจากเรา)
.
แต่อย่างที่ Alex บอกว่า หัวใจของรายได้ไม่ใช่ Views แต่คือ Influence
เพราะ Views ≠ รายได้ และ Follower เยอะ ≠ ยอดขายเยอะ
.
ปัญหาของคนทำคอนเทนต์ส่วนใหญ่คือ Influence อ่อน
คนดูแค่ “สนุก” แต่ไม่ “เชื่อ”
คนกดไลก์แต่ไม่ยอม Trade-off เงินกลับมา
และคุณก็ไม่จำเป็นต้องมีคนติดตามเป็นล้านเพื่อจะอยู่รอดได้
.
อย่างเพจนี้ Benz Arnun ตอนแรกที่เปิดเพจ เรามีคนติดตามแค่หลักร้อยคน มีลูกค้าทักมา ว่าช่วยอะไรธุรกิจเขาได้บ้าง?
.
เบ้นก็เล่าว่า “เคยปั้นธุรกิจ 0-8 หลักมา 3 ธุรกิจ (ใช้ทุน 6,000บาท) ” (แต่ๆ เราก็เคยทำเจ๊งมา 7 อัน 555555)
.
เราเข้าใจว่าอะไรทำให้ธุรกิจพัง และอะไรทำให้ธุรกิจโต
.
เล่าแค่นี้เลย ตอนนี้ เรามีลูกค้าที่ยอมจ่ายเงินให้เราแค่ 3 คน ก็พอแล้ว
.
ผลคือได้ลูกค้า 3 คนแรก และนั่นก็พอแล้ว
ผ่านมา 3 ปี ธุรกิจ Partner ที่ทำงานด้วยกันก็แตะ 8 หลักหมดแล้ว (ทุกคนเก่งมาก กราบบ 555)
.
เบ้นก็กินอิ่ม นอนหลับ ทำงานแบบ One Person Business อย่างสบายใจไม่ต้องการยอดฟอลเป็นล้าน ขอแค่มีลูกค้าที่เชื่อใจ 3 คน
.
ถ้าเราอ่านกันมาถึงตรงนี้ ที่เบ้นบอกว่าเราจะเก่งขึ้น ใน Part 1
.
เราอาจจะยังไม่เก่งขึ้นทันทีใน Topic นี้ หรอก แต่จริงๆสิ่งที่เราเก่งขึ้นคือ ” เรา Focus เก่งขึ้น “
.
เห็นไหม เราอ่านอะไรยาวๆเก่งขึ้นเยอะเลย และนิสัย Focus จะทำให้เราพัฒนาตัวเองได้ดีขึ้น เก่งขึ้นเรื่อยๆ
.
ยิ่งเรา Focus เก่งเราจะคิดอะไรได้ซับซ้อนและ คิดได้ดี และหาเงินได้
.
สรุป recap สั้นๆอีกรอบ กันลืมทุกคน -[SPCL Framework] –
สิ่งที่จะเปลี่ยนจากคนดูเฉยๆ → เป็นคนยอมควักเงิน -[SPCL Framework] –
.
1.Status (ตำแหน่ง/อำนาจชั่วคราว) – ที่ๆเราอยู่ อำนาจที่เราใช้ได้ เข้าถึงได้
2.Power (บอกแล้วทำตามได้ผล) – ยิ่งทำตามเรายิ่งเห็นผล
3.Credibility (หลักฐาน/ผลงานจริง) – ประวัติ ที่เราเคยทำ
4.Likeness (เคมีตรงกัน) – นิสัย บุคลิก ภาษา คำพูด
.
เพราะสุดท้าย รายได้ไม่ได้มาจาก “คนรู้จักเรา” แต่มาจาก “คนเชื่อใจเรา”
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • รวมความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “เกลือ” โซเดียมสูงมักมาจากขาดน้ำไม่ไช่กินเกลือเยอะ

  • แนวคิดการซื้อธุรกิจแทนที่จะปั้นธุรกิจเอง ใช้ คน 19 คน สร้างธุรกิจโต 80ล้าน/ปี

  • ถ้าต้องเริ่มใหม่เลยวันนี้จะเริ่มจากอะไร ฉบับ One Person Business


ความเห็น

ใส่ความเห็น