ถ้าชีวิตเรากำลังวุ่นวายอยู่ ชีวิตมันกำลังจัดระเบียบตัวมันเองใหม่

ถ้าชีวิตเรากำลังวุ่นวายอยู่ ชีวิตมันกำลังจัดระเบียบตัวมันเองใหม่

ถ้าชีวิตมันกำลังวุ่นวาย (Instability & Chaos)
แปลว่า เรากำลังจะวิวัฒนาการไปสู่ชีวิตอีกขั้น
.
ใครกำลังรู้สึก ชีวิตตัวเองกำลังสับสน เละเทะ วุ่นวายบ้าง
ปีก่อนๆชีวิตเบ้นกำลังเป็นแบบนั้นเลย รู้สึกว่า
.
“เรานี่ชีวิตไม่เป็นระบบเลยว่ะ”
“รู้สึกมั่วไปหมด ทั้งงาน ความสัมพันธ์ ความคิด”
“ทำไมคนอื่นเขาดูนิ่งๆ แต่เรานี่ Chaos ตลอด”
.
ชีวิตเรากำลังแย่ลงแน่ๆเลย?
.
ใครกำลังคิดแบบนี้อยู่ ลองมาอ่านบทความนี้กัน
แล้วเราจะมองเห็น Pattern ชีวิตเรามากขึ้น และช่วยให้เราออกจาก Chaos (ความวุ่นวาย) ได้ไวขึ้น
#อ่านจบปั๊ปเก่งขึ้นปุ๊ป
——————————–
Part 1 : จุดเปลี่ยนของวิทยาศาสตร์: จากกลไก สู่ ความปั่นป่วน
ในยุคก่อน นักวิทยาศาสตร์ยุคคลาสสิก (เช่น Newton, Laplace) มองว่า
.
จักรวาลเหมือนเครื่องจักร ทุกอย่าง predictable (สามารถคาดเดาได้)
แค่มีข้อมูลทั้งหมด = เราก็สามารถรู้อนาคตได้หมด(นี้มัน Data Science ยุคแรกเลย)
.
แต่ นักฟิสิก เคมี ชื่อ ว่า ilya prigogine (Nobel prize) เขามองอีกแบบ
เขาบอกว่า…
.
“ลองมองระบบที่มัน ‘เปิด’ (Open Systems) สิ
ลองมองสิ่งที่มัน ‘ถ่ายเทพลังงาน’ และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
จะเห็นเลยว่า…ไม่มีอะไร predictable(ทำนาย) ได้ทั้งหมดหรอก”
.
ตัวอย่างง่ายๆ คือ…
-ระบบชีววิทยา ที่ดู chaotic สุด ๆ แต่อยู่ดีๆ ก็ จัดระเบียบตัวเองได้
-บริษัทที่เข้าสู่วิกฤติ อาจเปลี่ยนโครงสร้างใหม่หมด แล้ว “เกิดใหม่” อย่างแข็งแรงกว่าเดิม (ทุกวันนี้เราเรียกสิ่งนี้ว่า การ Disruption ใน Start up)
.
นั้นแปลว่า “ชีวิต และสิ่งมีชีวิต ไม่ได้เกิดจากระบบที่สงบนิ่ง”
แต่เกิดจาก ‘ระบบที่ไม่สมดุล’ และพร้อมจะแตกต่างเสมอ”
////////////////
Part 2 : Dissipative Structure
เราทฤษฎี กันไปเยอะแล้ว 5555 กลับมาๆก่อน อย่าพึ่งหนีไปไหน
.
คุณ ilya prigogine เรียกสิ่งนี้ว่า
.
“Dissipative Structure” (การพังเพื่อจัดระเบียบใหม่)
.
มันต้องมีพลังงานไหลเข้า-ออก มันถึงจะเปลี่ยนได้
เหมือนชีวิตคนเราที่ต้องเจอ “พลังงานแปลกปลอม” บ้าง
ทั้งความเจ็บปวด ความไม่แน่นอน ความเสียใจ
เพื่อให้บางอย่าง “เกิดขึ้นมาใหม่”
.
ถ้าเราอยู่แบบเดิมๆ ไม่เอาอะไรออกไป = ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม
ถ้าเราเอาอะไรออกไป = ระบบในชีวิตเราจะอลหม่านช่วงแรก
ความไม่เป็นระเบียบในชีวิต = สัญญาณเปลี่ยนโครงสร้าง
.
“ความไม่เสถียร (Instability) ไม่ใช่จุดจบ
แต่มันคือโอกาสในการเปลี่ยนแปลง”
.
Life = Becoming
ชีวิตไม่ใช่สิ่งที่ “อยู่กับที่”
แต่คือกระบวนการที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
และความโกลาหลคือเชื้อเพลิงสำคัญ
.
คำถามคือในชีวิตจริง มันคืออะไรบ้าง?
.
-ทำธุรกิจแล้วเจ๊ง = โอกาสดีสุดในการตั้งคำถามว่า
“จริงๆ เราอยากทำอะไร?” แล้วสร้างโมเดลใหม่ที่เหมาะกับเรากว่าเดิม
(เบ้นเคยทำธุรกิจพังมา 6 อัน ก่อนมาใช้ชีวิตนี้อยู่ ถ้าอันแรกไม่พังป่านนี้ยังอยู่ที่เดิม ทำงานวันละ 14 ชั่วโมง 55555)
.
– Burnout = สัญญาณว่ารูปแบบการทำงานแบบเดิมมันไม่เวิร์กแล้ว
ต้องยกเครื่องทั้ง Workflow หรือแม้แต่ Mindset
.
-ความรักพัง ความสัมพันธ์เละ = ถึงเวลาตั้งคำถามว่า
เราเลือกคนยังไง? เรามี Pattern ซ้ำๆ ไหม?
หรือเราต้องจัดโครงสร้าง “ความสัมพันธ์กับตัวเอง” ใหม่ก่อน
////////////////////
Part 3 : แล้วจะผ่าน Chaos (ช่วงเวลาอลหม่านในชีวิต) เราได้ยังไง?
เบ้นแนะนำให้ ดู [3] Choices นี้
.
[A] ตั้งคำถามให้ลึกลง:
ไม่ใช่แค่ “ทำไมชีวิตพัง เละเทะ” แต่ถามว่า…
“ระบบ ชีวิตแบบไหนที่เราใช้มันไปต่อไม่ได้แล้ว” (เราไม่ใช่คนๆนั้นแล้ว)
.
[B] ปล่อยให้มันปั่นป่วน:
อย่ารีบจัดระเบียบหรือแก้ไขทุกอย่าง
เพราะบางทีของใหม่มันยัง “ไม่โผล่ขึ้นมา”
แต่ความวุ่นวายนี่แหละคือการสร้างพื้นที่ให้มันโผล่ (บางอย่างใช้เวลา)
.
[C] เลือกแค่ 1 จุดที่พังแล้วลองจัดใหม่:
อาจเริ่มจากตารางเวลา / คนรอบตัว / งานที่ทำ
แค่ 1 ระบบที่เราควบคุมได้ ก็พอให้เกิด Momentum ใหม่ๆ
.
เบ้นขอเรียกสิ่งนี้ว่า “Creative Chaos” ความวุ่นวายจะสร้างสรรค์ชีวิตใหม่ให้เรา ยิ่งเราเจอความวุ่นวายเยอะๆในชีวิต มันกำลัง สร้างสรรค์ (Creative) สิ่งใหม่ๆ ออกมาให้เราเสมอ
.
Chaos (อลหม่าน) = Creative (สร้างสรรค์)
ทุกครั้งที่ชีวิตเรากำลัง อลหม่าน เราลองมาหา Pattern ให้เจอ
การเติบโตไม่ใช่การทำให้ทุกอย่างสงบ
แต่คือการเรียนรู้ที่จะ ‘อยู่กับความปั่นป่วน’
และเติบโตไปพร้อมกับมัน
——————————–

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ:
.
Prigogine สอนเราว่า Chaos = จุดกำเนิดของสิ่งใหม่
ระบบที่ดูเหมือนวุ่นวาย → อาจกำลัง “จัดระเบียบตัวเอง” ในแบบใหม่
.
ธุรกิจ ชีวิต หรือแม้แต่ความคิดของเรา ก็ทำแบบเดียวกันได้
อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง อย่ากลัวความไม่เสถียร
เพราะมันอาจคือก้าวแรกของการ Evolution
.
บทความนี้ยาวมาก ใครอ่านจบได้ ระหว่างทางมันก็เหมือน กับ Chaos ในชีวิตเราเลย (มันมีศัพท์ยากๆ วิทยาศาสตร์ ตลอดทาง)
.
มันดูจะท้าทายความคิดของเราให้เข้าใจมัน แต่ถ้าเราอ่านมาจนถึงตรงนี้จบได้ นั้นคือ” การเริ่มต้นฝึกให้ชินกับความวุ่นวาย (Chaos)”
.
สมองเรากำลังจับ Pattern ให้เราเป็นคนที่เก่งขึ้น ผ่านการอ่านอะไรยาวๆ แล้วพยายามทำความเข้าใจกับมัน
.
และนี้คือ ตัวอย่างเล็กๆ ของ ทฤษฎี Prigogine’s Argument (เรากำลังจัดระเบียบความคิดของเราอยู่ผ่านบทความนี้ )
มันวุ่นวาย มันยาก แต่เราก็อ่านผ่านมันมาได้กลายเป็นคนที่เข้าใจมัน (Evo)
.
Instability & Chaos = Evolution
ความไม่เสถียร และความวุ่นวาย กำลังเป็นสัญญาณของการ วิวัฒนาการ
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ถ้าเรารู้สึกว่าไม่มีเวลาทั้งที่ยังไม่เริ่มทำอะไร ปัญหาไม่ใช่เวลา แต่คือวิธีจัดการสมองของเรา

  • เข้าใจวิธีที่ AI ทำตัวเองให้เก่งขึ้นยังไง ลองเอาModelที่ AI ใช้ มาใช้กับตัวเราเอง

  • 44 สัจธรรมของเกมที่ชื่อว่า [ชีวิต] ชีวิตมันไม่ยุติธรรมมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


ความเห็น

ใส่ความเห็น