ปัญหา Classic ส่วนมากของ Creator บนโลกนี้คือ
ปั้น Personal Brand ผิดวิธี (ดังแต่หาเงินไม่ได้)
.
Dan koe บอกว่า คนส่วนมากจะเข้าใจผิด
Personal Brand มันไม่ใช่ธุรกิจ แต่มันคือ “Trust System”
“มันคือระบบความไว้ใจ ของตัวเรากับลูกค้า”
.
วันนี้จะมาเล่า ประวัติ Dan koe (OPB ระดับโลก) ให้ฟังกันว่าเขามาจุดนี้ยังไง (จุดที่ในปี 2024 Dan Koe มีรายได้ประมาณ 6.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ~240 ล้านบาท ด้วยตัวคนเดียว ไม่แบ่งใคร55555)
——————–
[1] The early life of Dan Koe (ชีวิตช่วงแรก)
ย้อนกลับไปปี 2016
Dan เคยอยากเป็น YouTuber สายฟิตเนส
ทำ Challenge กินเยอะกับเพื่อน
ถ่ายวิดีโอ โพสต์ขึ้น YouTube
…ไม่มีใครดู แป๊กมาก
( ปี2023 เบ้น เคยเรียนกับ Dan เขาเปิด คลิปที่กด Hide ไว้หลังบ้าน มีคลิปเยอะมากๆ ที่ Dan ซ่อนไว้น่าจะเกิน 20-30 คลิป ส่วนใหญ่เป็นคลิปฟิตเนส)
.
ต่อมา Dan ก็มาทำ สาย Photography และพวกงาน Digital Art
(ช่วงนั้นคือช่วงที่ thedankoe ได้เกิดขึ้น)
และพังหาเงินไม่ได้
.
ต่อมาก็เลยเอาเงินไปทั้งหมด ไปเปิดแบรนด์ E-commerce สามแบรนด์
a) กระเป๋าสตางค์แบบ Minimal – พัง
b) แว่นกรองแสงสีฟ้า – ยิงads ยับไม่รอด
c) Dropship เสื้อผ้า – เทรนเปลี่ยนไว
พังหมด 3 ธุรกิจ หมดตูด
.
ต่อมา Dan เลย เรียน SEO / ทำ Facebook Ads / เรียน Coding ไว้บ้าง เปิดเอเจนซี่เล็กๆ ก็ยังไม่ได้ลูกค้า
.
สุดท้าย ตอนจบ
บัตรเครดิตเต็ม หนี้ 8,000 ดอลลาร์
ต้องอยู่กับรูมเมต 7 คนเพื่อประหยัดค่าเช่า
และทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านในเมืองหาเงินเลี้ยงชีพ
—————-
[2] ยอมแพ้
Dan Koe บอก ทนไม่ไหวแล้วโว้ย อยู่แบบนี้ต่อไปชีวิตจบแน่ 555555
Dan ก็เลยไปสมัครทำงาน ประจำ Web Agency
Dan บอกว่า -ชีวิตช่วงนั้นเปื่อยมาก-
.
“ผมเริ่มเสพติดความสบาย ชีวิตเริ่มติดกับดัก การอยู่ไปวันๆ”
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ชีวิตเราคงจบลงที่เป็น NPC
(อยู่ไปวันๆ ทำตามคำสั่งคนที่สั่ง เงินเดือนชนเดือน)
.
ต้องหาวิธีออกจาก loop นี้ให้ได้
เขาเลยใช้เวลาช่วงเช้า1 ชั่วโมงทุกวัน ทำ Freelance Web design
.
(จริงๆ Model ที่ Dan ทำง่ายมากๆ 555 แค่รับทำ Web Landing Page ให้ลูกค้า มีเว็บของตัวเอง ให้กรอกข้อมูลได้นิดหน่อย แค่นี้เลยที่ จารย์ Dan ทำ)
.
และสุดท้าย Dan Koe ลาออกได้ใน 1 ปี
.
นั่นคือช่วงที่เขาเริ่มหันมาศึกษาเรื่อง “Personal Brand” เพราะตอนนั้น Dan ไม่ต้องวิ่งหาลูกค้า แต่ลูกค้าเข้ามาหาเขาเอง
————————
[3] Personal Brand is trust
.
สิ่งที่ Dan ค้นพบคือ…
Personal Brand = ระบบความไว้ใจ
ไม่ใช่การมีคนตามเยอะ
ไม่ใช่การดัง
ไม่ใช่การทำคอนเทนต์ทุกวันจนหมดแรง 555555
.
มันคือการสร้าง Trust System
ที่ทำให้คนอยากซื้อของคุณ โดยไม่ต้องถูกปิดการขาย
.
และเขาก็เริ่มสร้างแบรนด์ตัวเองจากสิ่งที่เขาเคยพังมาก่อน
——————–
[4] Trust Matrix โมเดลที่ Dan ใช้เปลี่ยนชีวิต
.
Dan สรุปมาเป็น [3] เสาหลักที่สร้าง Personal Brand แบบ One Person Business ได้จริง
.
[1] Growth – โพสต์ให้หยุดสายตาคน
Dan สังเกตว่าคนที่เขาชอบติดตาม
มักจะโพสต์ไอเดียที่ อ่านแล้วสะดุด หยุดคิด แล้วแชร์ต่อ
.
#โจทย์ง่ายๆที่พวกเราทำตามได้เลย
1.ไปหา Creator ที่ตัวเองชอบ 10 คน
2.แคปโพสต์ที่ Engagement ดีกว่าปกติ 2 เท่า
3.วิเคราะห์ว่าโพสต์นั้น “เวิร์กเพราะอะไร?” (ใช้ AI ช่วยก็ได้)
4.เขียนซ้ำด้วยสไตล์ตัวเอง
.
“ถ้าคุณฝึกหยุดสายตาคนได้ (Attention)
ไม่ว่าจะพูดเรื่องอะไร คนก็จะฟังคุณก่อน”
.
[2] Authenticity ยืนในจุดที่มีความหมาย
Dan ไม่ใช่ Creator ที่พูดให้ดูเท่
แต่เขาคือคนที่ ล้มมาแล้วทุกแบบ และกล้าเล่า
.
-เขาเล่าเรื่องที่ไม่มีใครเห็นตอนล้ม
-เขาแชร์ว่าเคยเป็นหนี้ เคยขายของไม่ได้ เคยเครียดจนเสพ Adderall
และเขายืนยันว่าสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตคือ “แบรนด์ที่คนไว้ใจ ไม่ใช่แบรนด์ที่ดัง”
.
Brand = ความเชื่อที่คนสัมผัสได้
.
[3] Authority – สอนแบบมีมุมมองที่น่าฟัง
Dan ไม่ได้สอน Personal Branding แบบเทคนิคอย่างเดียว
แต่เอามุมมองของนักลงทุนอย่าง Naval Ravikant มาเสริม
.
“This generation is getting rich in idea space, not physical space.”
.
เขาสอนเรื่องเดิม แต่เล่าด้วยมุมใหม่
และนั่นทำให้แบรนด์ของเขาน่าเชื่อ + ไม่เหมือนใคร
—————-
[5] แล้วเพจ Benz Arnun ของเบ้นหละ
.
จริงๆหลายวันที่ผ่านมาคนทักเข้ามาหาเบ้นเยอะเลย ว่า เพจเบ้นหาเงินยังไง? ดูไม่ขายอะไรเลย ฟรีหมด 5555 (จริงๆ อย่างบทความนี้ ใครอยากเอาไปสอนเก็บเงินก็ยังได้เลย )
.
ก่อนเบ้นจะมาเขียนให้คนเห็น 10 ล้านคนใน 100 วัน
.
จริงๆเพจเบ้น หาเงินได้ตั้งแต่คนตาม แค่ 1 พันคนแล้ว
(เราไม่ได้ต้องการคนติดตามเยอะ เราต้องการคนเชื่อใจเราไม่กี่คน)
.
One Person Business แบบเราจุดแข็งคือ
“เราไม่มีต้นทุน” Zero Cost
.
นั้นแปลว่า Income 100K = Profit 100K (ก่อนหักภาษี)
.
การหายอดขาย 1 แสน แบบไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน แบบไม่ต้องให้ใครมาสั่งงานเรา
ไม่มีคนมาตามงานเราเลย ตื่นกี่โมง ทำกี่โมงก็ได้
.
นั้นก็ทำให้เราเพียงพอที่จะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว
(เมื่อคืนเบ้นนั่งเล่นเกมกับเพื่อนฉ่ำ ใครบอกเบ้นขยัน มองใหม่ 55555 )
.
ปัญหาจริงๆของคนส่วนมากคือ “
เราสร้าง Attention และ Turn into Revenue ไม่ได้”
.
นั้นคือ Gab ของ One Person Business และ Micro Influencer (ที่ต้องรอ Sponsor เข้า)
————————
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
#สรุปแบบลงดาบ
ถ้าคุณอยากเริ่มขายของโดยไม่ต้องง้อใคร
อยากให้คนเดินมาหาคุณก่อน
อยากมีแบรนด์ที่ไม่ต้องดัง แต่ขายได้
เริ่มจาก 3 Step ง่ายๆตามนี้เล้ยครับ
1.ฝึกหยุดสายตาคน (Growth) – Hooked ให้ชนะคนอื่น
2.กล้าเล่าเรื่องที่ไม่เฟค (Authenticity) – ทำให้คน Connect กับเรา
3.เล่าด้วยมุมที่คุณเท่านั้นที่เข้าใจ (Authority) – มุมมองที่คุณเท่านั้นที่สอนได้ ทำให้เขา Move จาก Stage [1] ไป Stage [2] ในชีวิตลูกค้าได้
คนจะยอมจ่ายเงินให้เรา เพราะเรา Connected กับเขา ไม่ใช่ เพราะเราเก่ง ไม่ใช่เพราะ ฉลาด แต่เพราะเราเข้าใจ จุดที่เขาอยู่ Stage [1]
.
และคุณจะกลายเป็น Brand ที่ ไม่ต้องดัง ก็พาคนมาเชื่อในสิ่งที่คุณขายได้
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ




ใส่ความเห็น