ผมถามนักเขียนระดับโลก คุณจะจัด Meetup ไหมถ้ามีคนมาแค่คนเดียว ? ใครกลัวการเจอคนเยอะๆต้องอ่าน

ผมถามนักเขียนระดับโลก คุณจะจัด Meetup ไหมถ้ามีคนมาแค่คนเดียว ? ใครกลัวการเจอคนเยอะๆต้องอ่าน

ทำไมการเจอ “ตัวเป็นๆ” ถึงดีกว่าออนไลน์ ถึงแม้จะมีแค่ 1 คน มาก็ตาม
แค่คนเดียว… ก็เปลี่ยนเราได้ทั้งชีวิต
.
เมื่อเช้านี้ เบ้นได้เจอกับ One Person Business รุ่น OG คุณ @Sean D’Souza ตัวเป็นๆ (ขอบคุณ แอดทอย DataRockie ที่จัดงานฟรีแบบนี้ขึ้นมา)
.
เพจเบ้นขอไม่สรุปเนื้อหาน้า เพราะมีหลายคนสรุปได้ดี มากๆแล้ว ไปตามกัน
.
เบ้นมาเล่า บทสนทนาเบื้องหลังที่คุยกับ Sean ดีกว่า
เราคุยกันเรื่องที่อ่านมาจาก บทความเขาชื่อ “Why The Smallest Offline Meet-Up Can Be More Beneficial Than Zoom Or Email “
(เดี๋ยวแปะลิ้งไว้ให้ใต้ภาพครับ)
.
เบ้นเลยถาม Sean ต่อจากบทความนั้นว่า
“การเจอคนตัวเป็นๆมันสำคัญขนาดนั้นเลยหรอ ทำไมไม่ออนไลน์ ประหยัดค่าห้อง ไม่ต้องเดินทาง คนน่าจะมาง่ายกว่าด้วย แค่มีอินเตอร์เน็ต”
.
Sean เงียบไปแปปนึง ตอบเบ้นกลับมาว่า
คุณรู้จัก ประธานาธิบดี Donald Trump ไหม?
“ถ้า Donald Trump จะเจรจาเรื่องธุรกิจใหญ่ๆกับใครบางคน
ทำไมเขาไม่แค่ Zoom เอาล่ะ?
ทำไมเขาต้องบินข้ามโลก เอาเครื่องบินไปเป็นฝูง โครตเปลืองค่าใช้จ่าย เพื่อไปเจอคนนั้นตัวเป็นๆ ?
.
คำถามนั้นทำเบ้นเงียบไปสักครู่
แต่ผมรู้เลยว่าเขาไม่ได้ถามเพราะต้องการคำตอบ
.
Sean บอกว่า คุณรู้คำตอบอยู่แล้ว
.
“ถ้า Donald Trump บินมาหาคุณ ความรู้สึกคุณจะต่างขนาดไหน?
คุณจะจำ Moment นั้นได้ชัดแค่ไหน?”
คนเราจะ จดจำอะไรที่ ประสบการ์ณตรงได้ดีกว่า Online เสมอ
.
แววตาของจริงมักมีพลังเสมอ
.
ปัญหาของคนที่ทำธุรกิจ ออนไลน์
คือเราชินกับออนไลน์มากเกินไป
จนลืมไปว่า “มนุษย์ต้องเจอกัน” จริงๆ
.
เราติด Comfort Zone ขี้เกียจออกจากบ้าน ขี้เกียจแต่งตัว
ขี้เกียจออกไป Connect จริงๆหมด
.
“การคุยกับคนออนไลน์ 10 ชั่วโมง ยังไม่เท่าได้คุยกันจริงๆแค่ 10 นาที” เพราะงั้นถ้ามีโอกาส มาเจอตัวจริงเถอะ ดีกว่าเยอะ (แต่ไม่ต้องทั้งหมด เพราะยังต้องใช้ Internet Leverage อยู่ดี)
.
เบ้นก็เลยถามต่อ “แล้ว Sean เคยจัดงานแล้วไม่มีคนมาไหม?”
.
Sean บอกว่า ผมเคยจัดแล้วมีคนมา แค่ 3 คน !ทั้งงาน
(เบ้นอึ้งเลย นี้ระดับโลก)
นั้นคือปีแรกๆที่ผมเจอ แต่ผมไม่สนใจ ปีหน้าผมก็เปิดใหม่ ทำต่อไป
แต่คุณดูวันนี้สิมีคนมาตั้ง 300 คน
.
Sean แวะแซวว่า อย่าลืมเก็บเงินด้วยนะ ถึงจะเล็กน้อยก็ควรเก็บ55555
ถ้าเราไม่เก็บเงินคนจะไม่เห็นความสำคัญ พอฝนตก รถติด ง่วงนอนก็ไม่มาละ แต่ถ้าเราเก็บเงินไปนิดหน่อย คนก็จะเห็น Value ของเงินที่จ่ายไป
.
Sean เล่าต่อว่า
ลองนึกถึงเวลาคุณไปคุยกับลูกค้าแบบตัวต่อตัว
คุณเตรียมตัว แต่งตัว ไปถึงที่ แม้ไม่รู้ว่าจะได้อะไรกลับมา
.
ทุกวันนี้เราโดนล้างสมองว่า
จะทำอะไรก็ต้องใหญ่ ต้องมีคนเยอะ ต้องไวรัล ต้องแชร์
แต่ความจริงคือ…

ความสัมพันธ์ลึกๆ(ลูกค้าที่ดี) มันไม่ได้เริ่มจากคน 100 คน
แต่มันเริ่มจาก “คนคนเดียว”
.
บางคนที่คุณเจอ อาจไม่เคยเป็นลูกค้าคุณเลย
แต่เขาอาจกลายเป็นคนที่อยู่กับคุณ… ไปตลอดทาง
.
Sean บอกว่า คนที่เป็นลูกค้าระยะยาวของเขานั้นล้วนมาจาก
“การเจอกันตัวเป็นๆทั้งนั้น”
.
สิ่งที่คนต้องการจริงๆมันคือ Connect
Sean เปิดคลาสเล็กๆของเขาให้เบ้นดู ทั้งคลาสมีคน “แค่ 12 คน”
แต่ คุยกัน ไป 9300 กว่าข้อความ! (คุยอะไรกันเนี่ย5555)
.
Sean บอกนั้นแหละคือ Secret ผมเล่าให้คุณฟังใน 1 นาทีไม่ได้หรอก
(เขาทำให้เราอยากรู้ เขาขายแบบเนียนๆ จิตวิทยาโหดมาก)
.
วันนี้เบ้นได้เจอเพื่อน สมัยมัธยม ได้เจอ คนรู้จักใหม่ๆที่เบ้นพึ่งรู้ว่ามีหลายคนที่อ่านในเพจนี้ และเราได้รู้จักกันผ่านตัวอักษร มาตลอดแต่ไม่เคยเจอกัน ก็ต้องบอกว่า ถ้าเราไม่มาเจอกันตัวเป็นๆอาจจะไม่ได้ Connect กันขนาดนี้ (ดีใจที่ได้เจอทุกนะค้าบ วันนี้จำได้ทุกคนเลยที่คุยกัน) ขอบคุณพี่ทอย Kasidis Satangmongkol ที่จัดงานดีๆฟรีแม่ตี แบบนี้ขึ้นมา55555
.
อย่ารอให้มีคนเยอะถึงจะเริ่ม
เริ่มจากคนเดียวก่อนก็ได้
เพราะ “หนึ่งคน” ที่คุณนัดเจอวันนี้…
อาจเป็น “พันธมิตร” ของคุณตลอดชีวิต
.
เรื่องนี้ Made my day เบ้นมาก
เบ้นก็หวังว่าวันนึงเราจะได้เจอกันตัวเป็นๆ นอกจากเจอกันผ่านตัวอักษรนะค้าบ
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • 7 Skills ที่ผู้นำระดับโลกเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องรู้ (44% ของ Skill เราจะใช้ไม่ได้ในอีก 5ปี)

  • ถ้าปีนี้(2024) คุณไม่รู้จะเพิ่ม Skill ด้านไหนผมขอแนะนำ จิตวิทยา(Psychology)

  • Stolen Focus (เรากำลังถูกขโมยโฟกัสของเราตลอดไป)


ความเห็น

ใส่ความเห็น