ทำไมเวลาไปตลาดไม่ได้ตั้งใจจะซื้อเยอะ แต่พอกลับมาของเต็มไม้เต็มมือ!

ทำไมเวลาไปตลาดไม่ได้ตั้งใจจะซื้อเยอะ แต่พอกลับมาของเต็มไม้เต็มมือ!

ตลาดนัด = การไถ new feed ยุคแรกของมนุษย์
เราถูกออกแบบมาให้เสพติด… ตั้งแต่ยังไม่มีมือถือ
.
ผมมาเดิน ตลาดน้ำอัมพวา ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา
กะจะมาเดินเล่นๆกับครอบครัว กะไม่ซื้ออะไร เดินเล่นๆ
พอผ่านไป 30นาที
หันไปมองมือซ้าย ถือขนมปังสังขยา หมูปิ้ง
มือขวาถือน้ำตาลสด
อีกถุงคือขนมเบื้อง ปลาทูเข่ง ผ้าเช็ดตัวลายแมว
เดี๋ยวก่อน55555 ไหนบอกไม่ซื้อไง

มานั่งถามตัวเองว่า:
“ทำไมเราถึงซื้อของเยอะขนาดนี้ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ?”
.
มันรู้สึก “เหมือนตอนเราไถ New Feed” มันตื่นเต้นว่าจะเจออะไรใหม่
มานั่งลองวิเคราะห์ดูจริงๆ Market Design นี้ออกแบบลึกซึ้งมาก ๆ
————————–
Part1 : เดินตลาด = เลื่อนฟีด
ลองคิดดูดีๆ ตอนที่เราเดินตลาด:

ทุกแผง = หนึ่ง Content
ทุกป้ายลดราคาสีแดง = Clickbait + UI
กลิ่นหมูย่าง = Hooked
เสียงแม่ค้า = Notification
ความรู้สึกว่า “เดี๋ยวก่อน ขอดูอันนี้อีกนิด” = Doomscrolling ฉบับดั้งเดิม

ทั้งหมดนี้คือ พฤติกรรมเสพโดปามีนแบบ Analog
———————–
Part 2 : แล้วทำไมเราถึงรู้สึกดี?
เพราะสมองเราถูกออกแบบมาให้ “หลั่งโดปามีน”
ทุกครั้งที่เราคาดหวังว่าจะได้รางวัลบางอย่าง
แม้ยังไม่ได้มันจริงๆ ก็ตาม
.
Richard Thaler (Nobel Economics 2017) บอกว่า
มนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจจากเหตุผลเสมอ
แต่เราถูก “Nudge” (การโดนสะกิดเบาๆ) ให้ตัดสินใจ
จากสิ่งแวดล้อมที่วางล้อมตัวเราไว้
.
ตลาดน้ำก็คือ Nudge ขนาดใหญ่เต็มไปด้วย
.
– กลิ่น ที่ลอยมาก่อนเห็นของ (กลิ่นเนื้อแรงๆหูย)
– สี ที่ตัดกับบรรยากาศริมคลอง
– เสียงพ่อค้าแม่ค้า ที่ทักเราแบบเป็นกันเอง (สนิทกันตอนไหนจารย์5555)
– ทางเดินแคบๆ ที่บีบให้เราต้องชะลอ และมองซุ้มข้างทาง
– ความรู้สึกว่า “ของมันต้องลอง” (เจ็บไปเท่าไหร่กับคำนี้ ฮืออ)
.
ทั้งหมดนี้คือ Behavioral Design ที่ไม่ได้อยู่ใน App
แต่มาอยู่ตรงหน้าเราแบบ Real-time
——————–
Part 3: มือถือ = ตลาดนัดที่ถูกบีบให้เล็กลง จนใส่กระเป๋าได้

สิ่งที่ผมเพิ่งเข้าใจหลังเดินตลาดน้ำอัมพวา
คือโลกเราไม่ได้ “เพิ่งมีการออกแบบความอยาก” ตอนมีมือถือ
แต่มันมีมานานแล้ว… แค่เปลี่ยนรูปแบบ

การเลื่อนฟีดมือถือ ไม่ใช่พฤติกรรมใหม่
แต่มันคือ “การเดินตลาดแบบย่อส่วน”
แค่เปลี่ยนจากการเดินเท้า เป็น นิ้วปัดจอ
จากแม่ค้าที่เรียกชื่อ กลายเป็น AI ที่แนะนำสิ่งที่เราน่าจะชอบ
แต่มันยิ่งถูกทำให้มันง่ายขึ้นไปอีก
.
ถ้าตลาดนัดคือ Behavioral System ที่ใช้ประสาทสัมผัสครบทุกด้าน
มือถือก็คือ “Digital Container” ที่เอาระบบนั้นมาแพ็กใหม่
ให้เราเสพได้ไวขึ้น ง่ายขึ้น และติดมากขึ้น
————————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


Final Part #สรุปแบบลงดาบ
นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม Thaler และ Sunstein
เรียกสิ่งนี้ว่า “Choice Architecture”
.
มันคือศาสตร์ของการ “จัดวางทางเลือก”
ให้มนุษย์ คิดว่าเลือกเอง
ทั้งที่จริงแล้ว… ทุกอย่างถูกกำหนดจากสภาพแวดล้อม
จากคนที่ “เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์” มากกว่าที่เรารู้ตัวเองเสียอีก

– Social Media วางคอนเทนต์แบบ ทำให้สมองไม่มีจุดหยุด (Endless Flow Bias)

– Instagram ใช้ปุ่มหัวใจ + การแจ้งเตือนสีแดง → สร้าง Habit Loop

– Netflix ออกแบบให้เล่นตอนต่อไปอัตโนมัติ → ลดจังหวะคิด (Passive Flow)

ทั้งหมดนี้คือมันคือ การออกแบบ ที่ไม่ได้ออกแบบด้วยเทคโนโลยี
แต่ด้วยความเข้าใจใน โดปามีน และ ธรรมชาติของความอยากในตัวมนุษย์

เบ้นนึกถึงหนังสือ Same As Ever ของ Morgan Housel เลย
.
“People are the same today as they were 100 years ago.
The packaging changes. But human behavior doesn’t.”
.
(ผู้คนในวันนี้ ก็ไม่ต่างจากเมื่อร้อยปีก่อน
เปลี่ยนเพียงหน้ากาก เปลี่ยนเพียงแสงไฟ
แต่หัวใจ ยังคงไขว่คว้าสิ่งเดิม – Same As Ever)
.
เราอาจจะมีมือถือที่แรงกว่า AI ที่ฉลาดกว่า
ระบบที่รู้จักเราดีกว่าตัวเอง
เราก็ยังเป็นมนุษย์คนเดิม
.
ยังเสพติดความคาดหวัง
ยังตกหลุมโดปามีน
ยังตื่นเต้นกับของใหม่
ยังคิดว่า “เดี๋ยวข้างหน้า… ต้องมีอะไรดีๆ กว่านี้”
.
จากตลาดน้ำ สู่ New Feed
จากผลไม้แปลกๆของตลาด สู่ Content viral
มนุษย์เราไม่เคยเปลี่ยน
.
เราแค่เสพติดในรูปแบบใหม่เท่านั้นเอง

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทำไมเดี๋ยวนี้เราถึงรู้สึกทำไรก็ไม่สนุกแล้ว มันคือสัญญาณว่าฮอร์โมนความสุขเสียสมดุล

  • วิธีใช้ AI ให้เข้าใจธุรกิจเรามากขึ้น บทเรียนการไปสอน AI มา 100 บริษัท

  • วิธีฝึกสมองตัวเองให้คิดแบบเป็นภาพได้ จินตนาการให้คมมองแบบนักหมากรุก


ความเห็น

ใส่ความเห็น