กิจวัตรที่ดีตามหลักวิทยาศาสตร์ ที่ช่วยให้โฟกัสดีขึ้น คิดได้ลึกขึ้น

กิจวัตรที่ดีตามหลักวิทยาศาสตร์ ที่ช่วยให้โฟกัสดีขึ้น คิดได้ลึกขึ้น

Routine ที่ดี ตามหลักการวิทยาศาสตร์ที่ทุกคนควรใช้
.
David Epstein ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมมนุษย์ และเจ้าของหนังสือ Range (หนึ่งในหนังสือเล่มโปรดของเบนซ์เลย)
เขามานั่งคุยใน The Diary of a CEO
.
นี้ไม่ใช่ Morning Checklist ทั่วไป
แต่มันคือ [8] Neuro-scientific Blueprint” สำหรับคนที่อยาก hack สมองตัวเองให้ทำงานดีขึ้นในโลกที่มีแต่ Distraction
.
[1] 30 นาทีแรกของวัน = ทิศทางของสมองทั้งวัน
หลังตื่น สมองจะเข้าสู่ช่วง Cognitive Prime
(เวลาที่สมองตื่นตัวที่สุด คิดได้ชัดที่สุด)
.
ถ้าเริ่มวันด้วย “สิ่งที่เราเลือกเอง” เช่น เขียน, คิด, วางแผน
สมองจะเข้าสู่โหมดสร้างสรรค์ (Creative Mode) ตั้งแต่เช้า
.
แต่ถ้าเริ่มด้วยอีเมล, แชท, ข่าว, ไถ new feed
สมองจะถูกฝึกให้ “รอปฏิกิริยา” (Reactive Mode) ไปทั้งวัน
.

🟢

 เริ่มวันด้วย 1 สิ่งที่สำคัญกับชีวิตเรา

🔴

 อย่าให้ Notification มาปล้นสมองก่อนล้างหน้า
.
[2] Multitasking ตอนเช้า = ฝึกสมองให้ไม่มีวันโฟกัส
สมองจะ “จำจังหวะ” ที่คุณใช้มันตอนตื่น
ถ้าคุณเปิด 3 แท็บ ตอบ 2 แชต ฟัง podcast ไปด้วย
คุณกำลังฝึกสมองให้ไม่อยู่กับอะไรได้นานเลย
.
และพอถึงเวลาที่ต้องคิดจริงจัง
สมองคุณจะเผลอกระโดดหนี…โดยไม่รู้ตัว
.

🟢

 ทำแค่อย่างเดียว ให้สมองได้ “อยู่กับตัวเอง” จริงๆ

🔴

 งด podcast งด multitask ใน 2 ชม.แรกของวัน
.
[3] To-do List เยอะ = Productivity Trap
มนุษย์ทุกคนมี Planning Fallacy (ภาพลวงตาเรื่องเวลา)
เรามักคิดว่าเราทำได้เยอะกว่าความเป็นจริง
แล้วสุดท้ายก็นั่งโทษตัวเองตอนเย็น
.
David แนะนำให้มีแค่งานเดียวที่สำคัญที่สุด
เขาเรียกมันว่า Minimum Viable Win — งานที่ทำแล้ววันนี้คุ้ม
.

🟢

 ถ้าเช้าเราชนะ 1 อย่างใหญ่ๆ ได้
วันทั้งวันคือ “กำไรทางสมอง”
.
[4] เพลงอาจไม่ให้โฟกัส ถ้าคุณต้องใช้สมองจริงๆ
เพลงไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือ “สมองต้องเลือกจะฟังหรือคิด”
.
ถ้างานคุณต้องคิด วิเคราะห์ เขียน วางกลยุทธ์
เสียง—even ถ้าเบา—ก็ใช้พลังสมองอยู่ดี
.

🟢

 ถ้าจำเป็นต้องฟัง ให้ใช้เพลงไม่มีเนื้อร้อง จังหวะคุ้นๆ Lofi

🔴

 หรือง่ายสุด: ทำงานใน “Silence Zone”
.
[5] แค่มือถือวางไว้ใกล้ๆ…สมองก็โดนดึงแล้ว
งานวิจัยจาก UT Austin พบว่า
แค่เห็นมือถือ สมองเราจะเกิด Cognitive Tension (ภาวะสมองสั่นคลอน)
เหมือนรออะไรบางอย่างเกิดขึ้น ต่อให้ไม่มีเสียง ไม่สั่น
,

🟢

 วิธีแก้: เอามือถือออกจากสายตา เปิด Airplane Mode ไปเลย

🔴

 สมองจะกลับมาเต็มระบบในไม่กี่วัน (เหมือนล้างพิษดิจิทัล)
.
[6] ทำงานเป็นรอบๆ = สมองลื่น ไม่หมดแรง
สมองไม่ได้ออกแบบให้ทำงานยาว 6 ชม.ติด
แต่ทำงานเป็นรอบสั้นๆ ตาม Ultradian Rhythm (รอบพลังงานภายใน)
.
David Epstein แนะนำให้ใช้ 25–50 นาทีแล้วพัก 5–10 นาที
พักแบบ “ไม่ได้คิดอะไรเลย” จะทำให้ไอเดียดีๆ โผล่มาเอง
.

🟢

 เดินเบาๆ อาบน้ำ ล้างหน้า แค่นี้ก็ช่วยสมอง Reset ได้
.
[7] ยังไม่ต้องรีบหาตัวเอง ถ้ายังไม่ลองมากพอ
คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้มาจาก “เลือกถูกเร็ว”
แต่จาก “กล้าลองเยอะ แล้วเลือกช้าอย่างมั่นใจ”
.
เขาเรียกสิ่งนี้ว่า Match Quality
(ระดับความพอดีระหว่างตัวตนกับงานที่ทำ)
.
Roger Federer / Serena Williams ต่างเริ่มจากการ “เล่นหลายอย่าง”
แล้วค่อยๆ รู้ว่าอะไรคือของจริงที่เหมาะกับเขา
.
[8] Passion = การที่เราเติบโตทุกครั้งที่ลงมือ
คุณไม่จำเป็นต้อง “ชอบมาก่อน” เพื่อจะเริ่ม
แต่คุณจะเริ่ม “รัก” ก็ต่อเมื่อเห็นว่า…
.
ทำสิ่งนี้แล้ว ตัวเรา “เติบโตขึ้นทุกครั้ง”
.
นั้นคือ Real Passion — อาจจะไม่สนุกแต่เราทำแล้วไม่อยากหยุด
—————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

-เช้าอย่าให้ใครแย่งสมองคุณไป
-งานที่สำคัญสุดควรทำตอนสมองยังสด
– งดมือถือ งด multitask งดเพลงที่ต้องร้องตาม
– ลองหลายทางก่อนตัดสินใจจริง
– Passion ไม่ใช่สิ่งที่หา…แต่มันคือสิ่งที่ค่อยๆ เติบโตหลังลงมือ

ใครที่รู้สึกว่าสมองไม่เคยนิ่ง โฟกัสไม่ได้ คิดอะไรไม่ขาดสักที
ลองปรับเช้าของคุณใหม่…ไม่ต้องเยอะ แค่ 30 นาทีแรกก็ดูค้าบ

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • เข้านอนยังไงให้ถูกต้องตามหลักการร่างกายโดยนักประสาทวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการนอน

  • ทำไมการมีเรื่องเล่าที่ดีจะทำให้ธุรกิจโตไว เขาเพิ่มรายได้ &100M ด้วยหนึ่งประโยค

  • อ่านหนังสือยังไงให้เป็นคนที่ฉลาดขึ้น ความเก่ง ไม่ใช่เรื่องยากแต่เราทำให้ยาก


ความเห็น

ใส่ความเห็น