วิธีสร้างระบบการเรียนรู้ให้ไวขึ้น เปลี่ยนตัวเองให้ไปลงมือทำจริงๆ

วิธีสร้างระบบการเรียนรู้ให้ไวขึ้น เปลี่ยนตัวเองให้ไปลงมือทำจริงๆ

วิธีเรียนรู้ทุกอย่างเร็วขึ้น แล้วเลิกเป็นนักเสพ แต่ไม่ทำ
.
เวลาเราสนใจอะไรใหม่ๆใครเป็นแบบเบนซ์บ้าง
ไปซื้อคอร์ส ซื้อหนังสือมาเต็มเลย กดติดตาม หลายช่องเลย
ผ่านไป 3 เดือนยังไม่ได้เรียนเลย 55555
.
Tiago Forte (Expert productivity ผู้เขียน Build a Second Brain) เขาบอกว่า
.
คนส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดเวลา หรือขาดความตั้งใจ
แต่ขาด “System” ระบบในการเรียนรู้สิ่งใหม่มากกว่า
.
แต่ถ้าเราเข้าใจขั้นตอนพวกนี้เราจะเรียนรู้ได้ดีขึ้น
เรามาดู [4] Stages ของการเรียนรู้ของ Tiago Forte กัน
#อ่านจบปั๊ปเก่งขึ้นปุ๊ป
.
[1] Stage 1: Immersion – จงดื่มด่ำกับมันก่อน อย่าพึ่งเรียนเลย
Tiago บอกว่า เราต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อยู่รอบตัวเราก่อน เปลี่ยน new feed ของเรา
.
ตอนเขาอยากรู้เรื่อง AI
เขาไม่เพิ่มเวลาศึกษา แต่เปลี่ยนสิ่งที่ดูอยู่แล้ว
จาก YouTube Productive → ไปดู AI
จาก Podcast ประจำ → ไปฟังคนที่ใช้ ChatGPT จริงๆ
.
เหมือนจัด Portfolio ให้กับเวลาเสพคอนเทนต์ของตัวเอง
โดยไม่ต้องเพิ่มเวลา แค่ “เปลี่ยนสิ่งที่เสพ” เข้าไปแทน
.
[สมองเราสร้าง Pattern ได้โดยไม่ต้องพยายาม
แค่ให้มัน “ซึมซับ” ในสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ พึ่งเขียนเรื่องนี้ไปเมื่อวาน ไปอ่านกันได้ค้าบ Neurons fire]
.
[2] Stage 2: Building – ลงมือทำให้เร็วที่สุด
“จุดที่คนส่วนใหญ่ตาย คือ ‘Tutorial Hell’ (ศึกษาทฤษฎีทั้งวัน455555)
ดูคลิปไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ทำอะไรจริงจังเลย”
เราลองทำตั้งกฎง่ายๆนี้ดู
-ให้เวลาแค่ 1 วัน → ทำของสักอย่าง
-ไม่ต้องสวย ไม่ต้องเสร็จดี
-แต่ต้อง “ทำให้เสร็จ”
.
Tiago เขาเล่าว่า ตอนเขาเรียน vibe coding เขาทำพยายาม Death Clock โปรแกรมทำนายวันตายให้จบภายในวันนี้
.
Key Insight:
“ความรู้ที่แท้จริง” ไม่ได้อยู่ในหนังสือ
แต่มันซ่อนอยู่ใน “ความผิดหวัง” เวลาทำจริง แล้วมันไม่ได้ผล
.
[3] Structured Learning – หา Mentor ไม่เกิน 3 คน
พอคุณได้ลองทำเองแล้ว คุณจะเริ่มแยกออกทันทีว่า
ใครพูดจริง ใครพูดตาม Trend แต่ไม่รู้จริง
Tiago เขาบอกว่า เขาจะเลือกแค่ 3 คนที่รู้จริงๆสุดทางไปเลยในด้านนั้น
.
เขาเรียน Self-Development จาก Joe Hudson
เรียน Writing จาก Venkatesh Rao
เรียน Marketing จาก Billy Broas
และเรียน YouTube Scriptwriting จาก George Blackman (ถึงเจ้าตัวจะไม่รู้)
. (เบ้นไม่รู้จักเลยต้องไปตามบ้างแล้ว55555)
.
Tiago ใช้ครูเหล่านี้เป็น “Filter” ในการตัดสินว่าอะไรควรเชื่อ อะไรควรเมิน
.
ครูที่ดี 1 คน มีค่ามากกว่าคอนเทนต์ 1,000 ชิ้น
เพราะเขาไม่ได้แค่สอน แต่ช่วยคุณ “เลือก” ว่าอะไรไม่ควรเรียน
.
[4] Stage 4: Connection — แชร์มันออกไป
Tiago บอกว่า
“Learning ที่เปลี่ยนชีวิตผมที่สุด ไม่ได้เกิดตอนเรียน แต่เกิดตอนเริ่มแชร์”
.
เวลาคุณได้คุยกับคนที่ “ลงมือทำ” เหมือนกัน
มันจะเกิดพลังบางอย่างที่ไม่เหมือนอ่านคนเดียว ฟังคนเดียว
.
เพราะคนที่ “เรียนรู้ได้เร็ว” จริงๆ
ไม่ได้อยู่ในห้องเรียน แต่อยู่กลุ่มคนที่ชอบเหมือนๆกัน
.

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


[5] #สรุปแบบลงดาบ
“เราไม่ต้องเรียนทุกอย่างให้จบ
เราแค่ต้องมีระบบที่ค่อยวัดว่าอะไรควรเรียนต่อหรือพอแล้ว
.
เพราะบางความรู้มันก็ไม่จำเป็นเข้าใจทั้งหมด ถ้าเราจะแค่ Edit คลิปเล็กๆ ก็ไม่ต้องเรียน Master Class Editor ขนาดน้าน555555
แต่หลายคนจะติดตรงที่ชอบ ไปเรียน Course ใหญ่มากๆก่อนทำจริง
สุดท้ายไม่ได้เริ่มทำสักที
.
นักจิตวิทยาเด็กชื่อ Peter Gray บอกว่า
Play(การเล่น), Curiosity(การอยากรู้) และการเข้าสังคม คือระบบการเรียนรู้ดั้งเดิมของมนุษย์
.
ไม่ใช่คะแนนที่ดี ไม่ใช่ใบเซอร์ หรือ คอร์สแพงๆ
แต่คือการ “อยากรู้ อยากลอง อยากแบ่งปัน”
.
สรุป [4] Stage สั้นๆอีกครั้ง แบบจำง่ายๆเลย
.
Stage [1] การลองชิม (เผื่อไม่ชอบจะได้ไม่ต้องทำ)
Stage [2] ลองลงมือ (เรียนรู้จากความผิดพลาด)
Stage [3] เลือกครู (หาคนที่เข้ากับทางเรา)
Stage [4] รวมกลุ่มคนที่คิดเหมือนกัน
.
Playfulness เราต้องเล่นแบบสนุก
Tiago forte บอกว่า การเรียนรู้ที่ดีคือการเรียนรู้ที่จะล้มแบบเด็ก สนุกสนาน
.
เราต้องหาสนามเด็กเล่นของเราให้เจออีกครั้งนึง

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • เข้านอนยังไงให้ถูกต้องตามหลักการร่างกายโดยนักประสาทวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการนอน

  • ทำไมการมีเรื่องเล่าที่ดีจะทำให้ธุรกิจโตไว เขาเพิ่มรายได้ &100M ด้วยหนึ่งประโยค

  • อ่านหนังสือยังไงให้เป็นคนที่ฉลาดขึ้น ความเก่ง ไม่ใช่เรื่องยากแต่เราทำให้ยาก


ความเห็น

ใส่ความเห็น