ผมไม่ใช้ มือถือส่วนตัว มาเป็นปีแล้ว มันดูดสมาธิของผมให้สั้นลงเรื่อยๆ

ผมไม่ใช้ มือถือส่วนตัว มาเป็นปีแล้ว มันดูดสมาธิของผมให้สั้นลงเรื่อยๆ

ผมไม่ใช้มือถือมาเกือบปีแล้ว
เทคโนโลยีมันต้องช่วยให้เรามีอิสระมากขึ้น ไม่ใช่ให้คนเสพติด
– Pavel Durov ผู้ก่อตั้ง Telegram
.
เมื่อคืนก่อนนอนนั่งดู Short ไปเจอคลิปของ Pavel Durov พูดประโยคนี้ ถึงกับต้องไปหาคลิปเต็มมานั่งดูสัมภาษณ์ เจ้าของ Telegram
และนี้คือ [20] ไอเดียที่เบนซ์ได้คลิปนี้ครับ
.
[0] Telegram คืออะไร?
Telegram คือแอปแชท ที่ ไม่มี ads ไม่เก็บข้อมูลลูกค้า ไม่หาอะไรมาขาย เขาจะให้ความสำคัญกับ Privacy ทุกอย่าง ไม่มี New feed อะไร หรือข่าวอะไรเลย
.
[1] Pavel Durov Founder Telegram บอกว่า “ผมไม่ได้ใช้มือถือมานานเกือบปีแล้ว” ทั้งที่เขาคือคนสร้างแอปแชทยักษ์ใหญ่ระดับโลก เขาบอกว่าไม่ได้เปิดใช้มันเลยมาเกือบปี เพราะทุกครั้งที่เปิด มันคือประตูสู่วงจรดูดสมาธิ ยิ่งใช้ยิ่งคิดอะไรดีๆไม่ได้เลย
.
[2] Pavel ไม่มีซิม ไม่มีแอป ไม่มีอะไรส่วนตัวในเครื่องเลย
มือถือของเขามีไว้แค่ใช้ทดสอบ Telegram เวอร์ชันใหม่ ไม่ได้ใส่ซิม ไม่แชทกับใคร ไม่ใช้งานจริง ใช้เสร็จวางทิ้งไว้เหมือนมือถือเก่าในลิ้นชัก
.
[3]. มือถือ = หลุมดำดูดโฟกัสของเรา
Pavel บอกว่า ไม่อยากปลดล็อกมือถือแล้วไปนั่งไถ Short clip content ที่ออกแบบมาให้เราติดเหมือนโดนสะกดจิต ดูทีเดียวไม่เคยพอ ดูทั้งวัน (นี้มันพวกเราเลยนี่หว่า เมื่อคืนไถยันตี 1 พังสุด5555)
.
[4] ใช้ iPad กับ Laptop แทน
เขาทำงานผ่านอุปกรณ์ที่ไม่มี Feed ยัดเยียด ใช้ iPad ที่ไม่มี notification ใช้ Laptop ที่ไม่มีสิ่งล่อใจ ทำให้เขาโฟกัสกับงานได้แบบต่อเนื่อง
.
[5] Pavel Durov เคยโดน Pegasus แฮค
เขาโดนมัลแวร์ระดับรัฐบาลที่ชื่อ Pegasus เข้าแฮกเครื่องแบบไม่ต้องคลิกลิงก์ เขารู้สึกได้ทันทีว่าความปลอดภัยไม่ใช่ของจริงสำหรับใครหน้าไหนทั้งนั้น
.
[6] “แม้แต่ Pavel Durov ก็ไม่มั่นใจว่าเครื่องตัวเองปลอดภัย”
มือถือคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของมนุษย์ในโลกยุคใหม่ เพราะมันคือกล้อง ไมโครโฟน และ GPS ที่คุณพกติดตัวตลอดเวลา
.
[7] เขาไม่ได้หนีเทคโนโลยี แต่เขาไม่ยอมให้มันขี่คอ
เขาไม่ได้ต่อต้านเทคโนโลยี แต่เขารู้ว่าอะไรควรใช้ อะไรควรวาง เขาเลือกจะควบคุมมัน แทนที่จะยอมให้มันควบคุมเขา
.
[8] Privacy(ความเป็นส่วนตัว) = อิสรภาพขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ
Pavel Durov เขาเติบโตในรัสเซียยุคคอมมิวนิสต์ เขาเข้าใจเรื่องนี้ดีว่า ถ้าพูดอะไรไม่ได้ ชีวิตก็ไม่มีทางเป็นของตัวเอง เขาเลยสร้าง Telegram ให้ไม่มีใครแอบฟังได้ แม้แต่ตัวเขาเอง
.
[9]. Telegram ไม่เคยขายข้อมูลใคร
ไม่มี cookies ไม่มี trackers ไม่มี targeted ads ไม่มีพฤติกรรมผู้ใช้หลุดไปโผล่ใน dashboard นักการตลาดที่ไหนทั้งนั้น (โครตเอาเรื่อง)
.
[10] Telegram ทำกำไรกว่า $500 ล้าน โดยไม่แตะข้อมูลผู้ใช้
ในปี 2024 Telegram พิสูจน์ว่า Tech ที่มีจริยธรรมก็ทำเงินได้ ไม่ต้องแลกข้อมูลลูกค้า ไม่ต้องยัดโฆษณาแบบพลาสติกใส่หน้าใคร (โดยขาย Telegram Premium)
.
[11] Telegram ไม่มี Feed ยัดเยียด (เหมือนคนอื่น เอ๊ะ5555)
ไม่มี AI มาเลือก content ให้คุณ ไม่มีโพสต์จากเพื่อนของเพื่อนของแฟนเก่าของเพื่อนมาโผล่ในหน้าจอ คุณต้องเลือกเองว่าจะดูอะไร (ฉันชอบเลย)
.
[12] Telegram เป็น Platform ที่ไม่มีอคติ
เขาออกแบบให้มันเหมือนกระดาษเปล่า คนจะเขียนอะไร ก็แล้วแต่คน เขาไม่ใช่กรรมการ เขาแค่ให้พื้นที่
.
[13] .ระบบคิดแบบ Pull ไม่ใช่ Push
Telegram คือโลกที่คุณต้อง “เข้าไปหา” ไม่ใช่รอให้ content เด้งใส่หน้าแบบไม่หยุดพักเหมือนที่อื่น
.
[14] Pavel Duro เชื่อว่า Encryption = ด่านสุดท้ายของเสรีภาพ
ใน Telegram ข้อมูลที่ส่งหากันจะถูกเข้ารหัสแบบ end-to-end (เฉพาะใน Secret Chat) ซึ่งหมายความว่าแม้แต่ Telegram เองก็ไม่สามารถอ่านข้อความนั้นได้
.
[15] Pavel Duro [บอก Quantum Computing จะเปลี่ยนเกม
โลกกำลังจะเข้าสู่ยุคที่พลังประมวลผลสูงพอจะเจาะทุกอย่างได้ เขาเลยเริ่มมองไปข้างหน้า เตรียมระบบความปลอดภัยแบบใหม่ไว้แล้ว
.
[16] Pavel Duro โตมาในโลกที่ไม่มีทางเลือก
ทีวี 3 ช่อง ไอศกรีม 2 รส ทุกอย่างเหมือนกันหมด นั่นทำให้เขาเห็นว่า “ความหลากหลาย = เสรีภาพ” และเขาไม่ยอมให้โลกนี้กลับไปเป็นแบบนั้น
.
[17] โลกเสรีก็ลื่นไถลหลอกเราได้ ถ้าเราหลับตา
Pavel Duro เตือนว่า แม้แต่ประเทศที่ดูเสรี ก็อาจค่อย ๆ กลายเป็นสังคมควบคุมได้ ถ้าเราไม่ตั้งคำถาม ไม่ปกป้องสิ่งเล็ก ๆ ที่ดูไม่สำคัญ
.
[18] Pavel เคยโดนรัฐบาลบังคับให้ส่งข้อมูลใน VK (โซเชียลมีเดียอันดับ 1 ของรัสเซีย) เขาถูกรัฐบาลให้ส่งข้อมูลผู้ใช้งาน ซึ่งเขาไม่ยอมให้ จึงตัดสินใจลาออกจากบริษัท และออกจากประเทศไปโดยไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ติดตัว ยกเว้นอุดมการณ์เรื่องเสรีภาพ
.
[19] Pavel ใช้ชีวิตแบบ Low Noise, High Focus
ไม่มีโพสต์อวด ไม่มีเสียงแจ้งเตือน ไม่มี notification ยิบย่อย มีแต่พื้นที่ให้ความคิดทำงานลึกขึ้น
.
[20] “You have to be silent, so others can speak.” – Pavel Duro
คุณต้องยอมเงียบ…เพื่อให้คนอื่นพูดได้
คุณต้องยอมวางมือถือ…เพื่อให้ความคิดคุณดังขึ้น

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • เข้านอนยังไงให้ถูกต้องตามหลักการร่างกายโดยนักประสาทวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการนอน

  • ทำไมการมีเรื่องเล่าที่ดีจะทำให้ธุรกิจโตไว เขาเพิ่มรายได้ &100M ด้วยหนึ่งประโยค

  • อ่านหนังสือยังไงให้เป็นคนที่ฉลาดขึ้น ความเก่ง ไม่ใช่เรื่องยากแต่เราทำให้ยาก


ความเห็น

ใส่ความเห็น