คำว่า วิกฤต ในภาษาจีน 危机 (wēi jī)มาจากสองคำ 危 = อันตราย + 机 = โอกาสทุกวิกฤต ไม่ได้มีแค่อันตราย แต่มันพกโอกาสมาด้วยเสมอ

คำว่า วิกฤต ในภาษาจีน 危机 (wēi jī)มาจากสองคำ 危 = อันตราย + 机 = โอกาสทุกวิกฤต ไม่ได้มีแค่อันตราย แต่มันพกโอกาสมาด้วยเสมอ

เศรษฐกิจบ้านเราตอนนี้ ต่อให้ไม่ต้องเปิดกราฟดูราคาหุ้น
แค่มองหน้าร้านที่เคยคนเยอะ…ก็รู้แล้วว่าช่วงนี้มันเงียบแค่ไหน
.
ธุรกิจที่เคยมั่นคง…เริ่มสั่นไหว
ธุรกิจของผม ยุคเก่าทำมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ
ที่ผมคิดว่ามั่นคงมากๆ ปีนึงทำรายได้ เกิน 100 ล้าน
แต่ปีนี้หมดกลางปีไปแล้ว ยังได้ไม่ถึงครึ่งของครึ่งของปีที่แล้ว
.
อาชีพที่เคยคิดว่าไปได้ยาว…ก็ถูกตั้งคำถาม ว่ามันมั่นคงจริงไหม?
.
พอผมไปคุยกับคนในวงการ บางคนก็ไม่มีงานทำ ค่อยปิดบริษัทไปตามๆกัน
บางคนก็ถึงกับเอาลูกน้องไปช่วยกันเปิดร้านอาหารตามสั่ง เพื่อหาค่าแรง
.
และบางครั้ง
เราก็ไม่ได้กลัวอนาคต
แต่เรากลัวว่า “สิ่งที่เคยมั่นใจ” มันจะไม่ใช้ได้อีกต่อไปแล้ว
.
ถ้าเรามองจากเศรษฐศาสตร์
นี่คือช่วงหนึ่งของ “วัฏจักรเศรษฐกิจ” (Economic Cycle)

ทุกเศรษฐกิจล้วนมีจังหวะ:
1.ขาขึ้น (Expansion)
2.จุดสูงสุด (Peak)
3.ถดถอย (Recession)
4.จุดต่ำสุด (Trough)
5.แล้วค่อยวนกลับขึ้นใหม่
.
และตอนนี้…หลายคนในภาคธุรกิจน่าจะรู้ดี
ว่าเรากำลังอยู่ “กลางระหว่างข้อ 3 กับข้อ 4”
บางอุตสาหกรรมลงไปถึงก้นแล้ว
บางอุตสาหกรรมกำลังไถลลงตามมา แล้วอาจจะไม่กลับมาอีกแล้วเพราะ
การ Disrupt ของ Internet และ AI ทำงานพร้อมกัน
.
ซึ่งนี่แหละ…คือช่วงที่ “อะไรที่ว่าแน่ ก็อาจจะไม่แน่แล้ว”
.
แค่คิดตามมาถึงตรงนี้เราก็สิ้นหวังกันแล้ว
แต่เอาเข้าจริง…
คนส่วนใหญ่ที่ผมรู้จัก กลับเติบโตในช่วง “วิกฤต” เสมอ
.
เพื่อนคุณพ่อผม ชีวิตพลิก ตอนยุค ต้มยำกุ้ง ปี 40
คนรู้จักผมอีกคนนึง รวยขึ้นมาตอน ช่วงน้ำท่วม ปี 54
และรุ่นน้อง ชีวิตเปลี่ยนตอน วิกฤตโควิทระบาด
.
ในพฤติกรรมมนุษย์ มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า Loss Aversion
หรือ “ความกลัวการเสีย มากกว่าความหวังในการได้”
.
และช่วงเศรษฐกิจแบบนี้
คนส่วนใหญ่จะ “หดตัว”
ไม่กล้าลงทุน ไม่กล้าขยับ ไม่กล้าคิดใหม่
เพราะสมองรู้สึกว่า “มันดูจะเสียมากกว่าจะได้”
.
แต่ถ้าคุณตื่นมารู้สึกว่า…
.
ทุกคนรอบตัวกำลังลังเล ลูกค้ากำลังรอดู ตลาดกำลังตาย
ผมเชื่อว่าพอผ่านวิกฤตครั้งนี้ไป “จะมีเรื่องราวของ Hero คนใหม่” โผล่ขึ้นมาเสมอ
.
มีสุภาษิตจีนอีกคำคือว่า 守得云开见月明
“จงอดทนจนเมฆเปิด แล้วจึงเห็นจันทร์สว่าง”
.
ช่วงเศรษฐกิจขาลง
คือช่วงที่ทุกอย่างมัวหมอง
เหมือนเมฆหนาทึบ แต่แสงจันทร์ไม่ได้หายไป
มันแค่รอให้คุณ ไม่ถอดใจกลางทาง ไม่ยอมให้หมอกกลายเป็นฝันร้าย
.
แต่ก็มีอีกคำนึงของจีนที่บอกว่า 顺势而为 “ทำสิ่งที่สอดคล้องกับกระแส”
ถ้าลมเปลี่ยน…อย่าฝืนพาย
หันใบเรือ แล้วให้ลมพาไป
.
ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว
บางทีสิ่งที่ต้องเปลี่ยนก่อน…ไม่ใช่กลยุทธ์
แต่คือ “วิธีมองโลกของเราเอง”
.
ตอนนี้ ธุรกิจหลักของผมที่เคยมั่นคง กำลังถดถอย
แต่ธุรกิจ E-commerce ที่กำลังผสานกับ AI และ Automation
กลับเติบโตสวนทาง เรารับพนักงานใหม่ทุกเดือน
และกำลังเดินไปกับกระแสลมชุดใหม่
.
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ:
เราไม่ต้องใหญ่…ถึงจะรอดในวิกฤตได้
ยุคนี้คือคนธรรมดา สร้างธุรกิจจากห้องนอนได้
คนตัวเล็ก แต่คล่อง กลับไปรอดกว่า
.
นี่แหละการเปลี่ยนกระแสของ “ One Person Business”
ไม่ต้องมีออฟฟิศ ไม่ต้องมีลูกน้องเป็นสิบ
ขอแค่มีความเข้าใจลูกค้า + เครื่องมือที่ใช้เป็น
คุณก็สร้างธุรกิจจริง…จากตัวตนจริง ได้เลย
.
เราควบคุมเศรษฐกิจไม่ได้
แต่เราควบคุม “ทักษะ + การลงมือ” ของเราได้เสมอ
และนั่นแหละ…คือจุดเริ่มของอิสรภาพใหม่
.
ผมไม่กล้าบอกว่าอะไรแน่
เพราะอะไรที่ว่าแน่…วันหนึ่งก็อาจจะไม่แน่
สิ่งเดียวที่ผมแน่ใจ ในฐานะนับถือปรัชญา Stoic มาตลอด 5 ปีนี้
คือคำพูดของ Marcus Aurelius:

“You have power over your mind — not outside events.”
“เจ้าไม่มีพลังควบคุมโลกภายนอกได้ แต่เจ้าพลังความคิดในใจเจ้าได้”
และนั่นคืออาวุธของเราทุกคน Your Mind (พลังความคิดของเรา)
.
危机 (วิกฤต) ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อทำร้ายเรา
แต่มันคือช่วงเปลี่ยนกระแสลม
ที่พา “โอกาส” มาพร้อม “ความอันตราย”
เพื่อดูว่า…ใครจะกล้ารับมันไว้บ้าง

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • Attention is the new Gold (ความสนใจคือทองคำสมัยใหม่) New Era Project

  • สกุลเงินยุคใหม่ “Followers” (New Era Projects)

  • สงครามฮอร์โมนของ Social Media (ยาเสพติดถูกกฎหมาย)


ความเห็น

ใส่ความเห็น