ทำไมเราถึงชอบ ลังเล&ตัดสินใจช้า ทั้งที่เราก็รู้อยู่ว่าควรเลือกได้แล้ว

ทำไมเราถึงชอบ ลังเล&ตัดสินใจช้า ทั้งที่เราก็รู้อยู่ว่าควรเลือกได้แล้ว

ใครรู้สึกว่า…ตัวเองลังเลเก่ง ตัดสินใจยากบ้าง?
.
เมื่อคืนเบนซ์คุยกับเพื่อน
เขาเล่าว่าอยากเปลี่ยนงานมานานแล้ว
เบื่องานเดิมมาก burn out มากๆ
แต่ก็ยังอยู่มาปีนึง…แบบลังเลมาบ่นให้ฟังทุกเดือน
.
บางทีเราก็รู้แหละ เวลาผ่านไปทุกวัน ทุกวันนะ
เราอยากทำอะไรก็รีบทำ นี้แปปผ่านมาครึ่งปีแล้วนะ
.
บทความนี้มีคำตอบของคำถามนี้ ภายใน [5] ข้อนี้
ถ้าเราอ่านจบเราจะเข้าใจการตัดสินใจของมนุษย์ได้ดีขึ้น #อ่านจบปั๊ปเก่งขึ้นปุ๊ป
.
[1/5] จริงๆเราไม่ได้กลัวการเลือกผิด แต่เรากลัวสิ่งที่ ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
.
ลองดู 3 ลูปนี้ที่หลายคนน่าจะเคยเจอ
a) อยากลาออก → ลังเลว่าข้างหน้าจะดีกว่าไหม → อยู่ต่ออีกปี
.
b) อยากเริ่มโปรเจกต์ → กลัวว่าจะทำออกมาไม่ดี → เก็บไว้ก่อน
.
c) อยากคุยกับใครบางคน → กลัวถูกปฏิเสธ → ไม่ได้เริ่ม (แง๊5555)
.
เราคิดว่า “การไม่ตัดสินใจ = ไม่เสียอะไร” ก็อยู่แบบนี้ไปก่อน
แต่จริงๆ แล้ว ทุกการไม่เลือก ก็คือการเลือก
และเรากำลังจ่าย “ค่าเสียโอกาส” อยู่เสมอๆในทุกๆวันที่เราอยู่ที่เดิม
.
[2/5] ทำไมเราถึงขี้ลังเล?
คำถามนี้ไม่ได้ถูกถามแค่พวกเราในยุคนี้ แต่ถูกถามมาตั้งแต่ปี 1961
โดยมี นักเศรษศาสตร์คนนึง ชื่อว่า Daniel Ellsberg
.
เขาทดลองโดยการ เอากล่องมาสองใบ ให้คนเลือกหยิบ 1 กล่อง
กล่อง A มีลูกบอลสีแดง 50 ลูก สีน้ำเงิน 50 ลูก
กล่อง B มีลูกบอลแดงกับดำรวม 100 ลูก แต่ไม่รู้ว่าอย่างละกี่ลูก
.
โจทย์คือ : ถ้าหยิบได้ลูกบอลสีแดงถึงจะได้เงิน คุณจะเลือกหยิบกล่องไหน?
สรุปคนส่วนมากเลือกกล่อง A แทบจะหมดเลย อ่าวว
.
(รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง รู้ว่าเหนื่อยถ้าอยากได้ของที่อยู่สูง ~ สงสัยเนื้อเพลง “เล่นของสูง. ของ Big Ass จะไม่จริงซะแล้ว555555 ไม่มีใครอยากเสี่ยงเลยในการทดลองนี้)
.
กลับมาก่อนอย่าพึ่งไปเปิดเพลงฟัง
และ การทดลองนี้ถูกเรียกว่า Ellsberg Paradox (1961)
ทำให้ คุณ Daniel Ellsberg พบว่า มนุษย์นั้นล้วน กลัวความไม่รู้ มากกว่ากลัวความล้มเหลว เสมอ และเรียก ทฤษฎีนี้ว่า Ambiguity Aversion
.
ต่อให้เรา เจออะไรแย่ๆแต่รู้ว่าต้องเจอ ก็ยังดีกว่าไปเสี่ยงใหม่ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะเจออะไรสักที
.
[3/5] 

🧠

 มันไม่ใช่แค่ความคิด แต่มันคือกลไกของสมอง
Neuroscience อธิบายว่า
เวลาที่เราต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่แน่นอน
สมองส่วนที่ชื่อว่า Amygdala (เจ้าสมองขี้กลัว เหมือนอัลมอนด์)
มันจะถูกกระตุ้นเหมือนเรากำลังเจอกับ “ภัยคุกคาม”
.
ความไม่ชัดเจน → ถูกตีความว่า = “อันตราย”
กล่อง A ลูกบอล สีแดง 50 ลูก เสี่ยง 50% ก็ยังดีกว่า ไม่รู้อะไรเลย กล่อง B
นั่นแหละคือเหตุผลว่า แม้ในใจเราจะอยากเปลี่ยน
แต่สมองจะบอกว่า ” อยู่แบบนี้ไปก่อนนะ ปลอดภัยกว่า อย่าหาเรื่องสิวะ! “
ไอ้เจ้าเม็ดอัลมอนด์ เล่นเราแล้วทุกคน 5555555
.
[4/5] แล้วเราจะจัดการเม็ดอัลลมอนด์ ขี้ลังเลขี้กลัว ในสมองเราได้ยังไง?
ลองใช้ framework : คำถาม 3C ของเบนซ์ดู
.
1.Clear เรากำลัง “รอให้มันชัดเจน” หรือแค่ “รอให้มันง่าย” – ถ้าเรายังไม่ชัดเจนเราต้อง update database ความรู้ในหัวเราเกี่ยวกับเรื่องนั้น
.
2. Cover เรากลัว “ผลลัพธ์ที่ไม่ดี” หรือ “กลัวดูไม่ดี”? – สิ่งที่เรากลัวจริงๆคือภาพลักษณ์ของเราที่สังคมมองหรือเปล่า แล้วมันสำคัญขนาดนั้นไหม
.
3.Cost ถ้าเรายังไม่เลือก…ราคาที่เราต้องจ่ายอยู่ทุกวันคืออะไร?
สุขภาพ? เวลา? ความฝัน? ความสัมพันธ์?
การไม่เลือกอาจไม่เจ็บทันที แต่มันกัดกินเราทุกวัน แบบที่เราไม่ได้รู้ตัว รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปแล้ว แบบปีนี้ ที่ผ่านมาเกินครึ่งปีแล้ว แต่เรายังไม่ได้เริ่มสักที
.
ถ้าเราตอบคำถาม Model 3C [Clear Cover Cost ] ทั้งหมดนี้ได้เราจะเข้าใจเส้นทางเรามากขึ้น

พอเราเข้าใจมากขึ้น = เราก็จะชัดเจนมากขึ้น = ดูไม่อันตรายเหมือนตอนแรก = ทำให้กล้าตัดสินใจได้
.
[5/5] วิธีเดียวที่ความลังเลจะหายไป… ไม่ใช่ “คิดให้เยอะๆเข้าไว้”
แต่คือ การ“เพิ่มข้อมูลใหม่ๆเข้าไป” (Insert Database)
.
9 ปี ก่อนตอนนั้นเบนซ์จะทำธุรกิจแรกหลังเรียนจบคือ อยากเพาะเลี้ยงไก่สวยงามขาย แต่เราจบ Programmer มา (มันเกี่ยวกันกี่โมง555555555)
.
ตอนนั้นเราก็กลัวมาก คิดอยู่เป็นเดือนๆไม่กล้าทำ
สุดท้าย คิดว่าเออ ลองทักไปหาคนที่เขาทำมาแล้วดีกว่า
.
เลยทักไปขอปรึกษา คนที่เก่งที่สุดในวงการไก่ตอนนั้น
ขอไปเยี่ยมฟาร์มเขา ซึ่งพี่เขาก็ลาออกจาก ตำแหน่ง MD ของบริษัทมหาชน (สายการตลาดด้วย)
.
ลาออกมาเลี้ยงไก่ เฉยเลย วันนั้น พี่เขาก็ตอบคำถามเบนซ์หมดเลย เรื่อง ธุรกิจต่าง ว่ามันคุ้มกว่ายังไง ตลาดเป็นยังไง คำถามที่เราอยากรู้ ทั้งหมดก็คลี่คลาย
.
วันนั้นกลับมาบ้านตัดสินใจ เปิดฟาร์มตัวเองทันที หลังจากเราลังเลมาหลายเดือน (แนบรูปไก่ใต้ภาพ)
จุดเปลี่ยนวันนั้นไม่ใช่เราเลี้ยงไก่เป็นหรือ มั่นใจเลย เพียงแต่เราได้ Data Set ชุดใหม่เข้ามาในหัวเรา
ทำให้เราไม่กลัว และกล้าเริ่มต้น
.
ประเด็นคือ เราไม่สามารถเอาชนะ Ambiguity Aversion ความลังเล ด้วยการนั่งคิดวน แต่ต้อง เลิกเป็นนักวางแผน แล้วกลายเป็น นักทดลอง
.
เบนซ์เชื่อว่าถ้าเรายังลังเลอยู่ เรายัง Insert Data Set เรา ไม่มากพอ หา Knowledge ความรู้กับเรื่องนั้นให้มากขึ้น ถามคนที่ทำมาแล้ว หรือคนที่ใกล้เคียงกัน แล้วเราจะ กล้าตัดสินใจ และเลิกลังเล กับทางเลือกของเรา
.
การ์ตูน โทริโกะ ตัวเอกบอกว่า
“วันที่ตัดสินใจได้ ก็คือวันที่โชคดี ส่วนที่เหลือคือวันดวงซวยทั้งหมด”
เพราะงั้นเรามาตัดสินใจกัน
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • 7 ช่องทางหารายได้เงินแสนด้วยตัวคนเดียว Soloprenuer (อ่านจบเริ่มได้เลย)

  • 7 ทิศทาง ของอสังหาริมทรัพย์แห่งโลกอนาคต ปี2030

  • ค้นพบความสุขที่แท้จริง จาก Havard : รู้จักจิตวิทยาโลกใหม่ Positive Psychology


ความเห็น

ใส่ความเห็น