ไม่ใช่พลังที่ทำให้ใครเป็นฮีโร่ แต่คือ สิ่งที่เขาเลือกจะทำกับพลังนั้น

ไม่ใช่พลังที่ทำให้ใครเป็นฮีโร่ แต่คือ สิ่งที่เขาเลือกจะทำกับพลังนั้น

ไม่ใช่พลังที่ทำให้ใครเป็นฮีโร่ แต่มันคือ “สิ่งที่เขาเลือกจะทำ” กับพลังนั้น
.
Superman ภาคล่าสุดภายใต้มือของ James Gunn
ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้ดูเท่ขึ้น ไม่ได้ใส่ผ้าคลุมใหม่เพื่อให้ดูร่วมสมัย
แต่ออกแบบมาให้โดนตั้งคำถามว่า ถ้าเรามีพลัง แล้วเราจะใช้มันเพื่อใคร?
.
James Gunn เกลี่ยบททุกตัวละครได้กลมกล่อมดีมาก ขาดเกินเล็กน้อย
เขาไม่ได้ยก Super Man เป็นพระเจ้า แต่พยายามดึงลงมาให้เป็น
“มนุษย์คนนึงที่แบกน้ำหนักความแตกต่าง กับคนอื่น”
มันคือ เวอร์ชั่น “เฮียข้างบ้าน” ที่มีปัญหาความรัก อีโก้ ปัญหาเหมือนพวกเรา
.
James Gunn กำลังเล่าให้เราฟังว่า
คุณค่าไม่ได้มาจากสิ่งที่คนอื่นมองเราเป็นใคร
แต่มันมาจาก “สิ่งที่เราเลือกจะเป็น” ในทุกวัน
.
และการแสดงถึงตัวร้ายอย่าง Lex Luthor (ที่ Nicholas Hoult เล่นโครตดี)
เขาคือภาพสะท้อนของมนุษย์อีกแบบที่เข้าถึงพลังระดับ Superman
แต่เลือกจะใช้พลังนั้นในทางตรงกันข้าม
.
นั่น คือแก่นแท้ของคำว่า Core Value
ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ แต่คือสิ่งที่เราเลือกที่จะ “เป็น”
.
Superman ของ James Gunn
จึงไม่ใช่หนังฮีโร่ที่เล่าเรื่องความยิ่งใหญ่
แต่มันคือหนังที่พูดว่า
“การไม่เปลี่ยนแปลงในวันที่โลกพยายามทำให้เราเปลี่ยน…
นั่นแหละ คือพลังที่แท้จริงของมนุษย์”
.
พอดูแล้วนึกถึง ปรัชญา Stoic เลย
Marcus Aurelius บอกว่า“Don’t explain your philosophy. Embody it.”
อย่าเสียเวลาอธิบายปรัชญาของเรา จงแสดงมันออกมาเห็นเลย!
.
สุดท้ายแล้ว ความดีไม่จำเป็นต้องถูกเข้าใจ
พลังไม่จำเป็นต้องเป็นที่ยอมรับ
และความเป็นฮีโร่
เริ่มต้นจาก “การเลือก” ที่ถูกต้อง
.
หนังสนุกเต็ม 10 / ปรัชญาเต็ม 100
รุ่งอรุณใหม่ของ DC มาถึงแล้ววว

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • จิตวิทยาของคนที่ไม่ชอบโพสต์รูปชีวิตของตัวเองบนโซเชียลมีเดีย

  • วิธีทำให้คนชอบคุณตั้งแต่ยังไม่ได้พูดตามหลักจิตวิทยา ภาษากายมนุษย์

  • สัมภาษณ์มหาเศรษฐีกว่าจนกลายเป็นเศรษฐีเสียเอง (บทเรียนจากการคุยกับ 30 Billionaire ทั่วโลก)


ความเห็น

ใส่ความเห็น