ถอดสูตรเบื้องหลังสัมภาษณ์ Co-founder, (Ex-CEO) Netflix
การทำงานหนักอย่างเดียว…ไม่ได้พาให้รอดเสมอไป
.
สมมุติคุณมีไอเดียธุรกิจที่คิดว่าเจ๋ง
คุณอยากเปลี่ยนวงการ อยากทำให้ยิ่งใหญ่
.
คนทั่วไปจะเริ่มจากอะไร? ทำแผนธุรกิจ?
จ้างทีม? เขียนเว็บ? ลง Ads? เปิดเพจ?
.
แต่รู้มั้ย…สิ่งแรกที่ Marc Randolph ทำตอนเริ่ม Netflix คือ…
หยิบแผ่น CD ใส่ซอง แล้วส่งไปไปรษณีย์ดูว่า
มันจะถึงปลายทางใน 1 วันรึเปล่า?
ไม่มีทีม ไม่มีแผน ไม่มีเงินลงทุน มีแค่คำถามเดียว…
“มันเวิร์กมั้ยวนะ?”
และคำตอบของคำถามนี้…
กลายเป็นจุดเริ่มของบริษัทที่เปลี่ยนโลก
————————————
[1] เริ่มจาก “ลอง” ไม่ใช่ “หลง”
Marc Randolph บอกว่า
ไอเดียมันไม่ได้เริ่มจากความมั่นใจ
แต่มาจากความสงสัยที่ต้องการคำตอบเร็ว ๆ
คนส่วนใหญ่พอมีไอเดีย ก็มักจะเทหมดหน้าตัก
เริ่มจากของใหญ่ คิดแผน 3 ปี ทำโลโก้ ทำเพจ เตรียมเปิดตัว
สิ่งแรกที่ควรทำ คือ “ลองเล็ก ๆ” แล้วดูว่ามันไปได้แค่ไหน
เราต้องเริ่มจากการ MVP(Minimum Viable Product)
เพราะถ้ามันไม่เวิร์กตั้งแต่พื้นฐาน
จะทำให้สวยแค่ไหนก็ไม่รอด
[2] ทุกไอเดีย…มันห่วย เราแค่ยังไม่รู้ว่ามันห่วยยังไง
.
Marc บอกว่าเขาเจอคนเก่งมากมายที่ล้มเหลว เพราะ
“หลงรักไอเดียตัวเองมากเกินไป”
ทุกอย่างมันดูดีในหัวเราหมดแหละ เวลาเราคิดอะไรพวกนี้
.
แค่เรายังไม่เคยปล่อยมันไปเจอความจริง
ยิ่งคุณยึดติดกับไอเดียมากเท่าไหร่
คุณจะยิ่งกลัวทดสอบมัน
เพราะคุณกลัวว่า “มันจะไม่เป็นอย่างที่หวัง”
“อย่าหลงไอเดีย จนลืมทดสอบมัน”
[3] การทำงานหนักในสิ่งที่ผิด…ไม่มีวันพาไปถึงเป้าหมาย
.
Marc Randolph เขาย้ำในสัมภาษณ์ตลอด
“Work Hard does not Matter”
.
เขาไม่ได้ต่อต้านการทำงานหนัก แต่เขาต่อต้านการทำงานหนักผิดทาง
ตัว Marc เองเขาก็เคยทุ่มเท่ ให้กับอะไรบางอย่างมากจนเสียเวลาไปนาน
.
เหมือนเราวิ่งมาราธอนแต่ไปผิดเมือง
สิ่งที่ Marc อยาก Support ให้เราทำจริงๆคือ
“ถ้าจะขยัน…จงขยันในสิ่งที่มีคนต้องการ”
[4] จุดเปลี่ยนของ Netflix มาจากสิ่งที่เล็กมากๆ
Marc Randolph เล่าว่า
Netflix ไม่ได้โตเพราะเขียนโค้ดเทพ ไม่ได้โตเพราะมีเงินหนุน
แต่โตจากการเปลี่ยนโมเดลเป็น
สมัครสมาชิกรายเดือน + ไม่มีค่าปรับเวลาคืนช้า
ผลลัพธ์คือ : คนดูมากขึ้น,ยกเลิกน้อยลง,พอใจมากขึ้น
.
นี้คือ Product–Market Fit ของจริง
มันไม่ต้องใช้แรงมาก แค่ต้องเข้าใจคนให้มากพอ
.
[5] ถ้าจ้างคนเก่ง…ไม่ต้องออกกฎเยอะ
Marc เล่าว่า Netflix ไม่มีนโยบายวันลา
ไม่มี policy ค่าใช้จ่ายแบบจับผิด
.
Netflix เชื่อว่า
ถ้าคุณเก่งพอจะได้งานนี้ คุณก็ควรเก่งพอจะรู้ว่าควรทำอะไร”
.
สิ่งที่เขาสร้างคือวัฒนธรรม “อิสระ + ความรับผิดชอบ”
ไม่ได้มีระบบที่ควบคุมทุกอย่าง
แต่มีพื้นที่ให้คนเก่งเติบโตในแบบของเขา
.
และผลคือ…ทีมทำงานด้วยแรงใจ ไม่ใช่แรงฝืน
.
[6] ถ้าชนะในงาน แต่แพ้ในชีวิต…ไม่นับว่าชนะ
Marc บอกว่า
เขาไม่เคยพลาด “Date Night วันอังคาร” กับภรรยา
แม้ช่วงที่บริษัทขาดทุนหนักหลายสิบล้าน (ใจพี่โครตนิ่ง)
.
เขาบอกว่า…
.
“ต่อให้ Netflix ประสบความสำเร็จแค่ไหน
แต่มันไม่คุ้ม ถ้าต้องกลับบ้านไปเจอความสัมพันธ์ที่พัง”
.
เพราะความสำเร็จจริง ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องงาน
แต่มันคือชีวิตที่สมดุลด้วย
————————————-
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
ขยันอย่างเดียว…ไม่พาให้รอดเสมอไป”

ไอเดียไม่ต้องสวย แค่ต้อง “ทดสอบให้เร็ว”

เริ่มจาก MVP ไม่ใช่ PowerPoint

ทุกไอเดียห่วยหมด ถ้ายังไม่เจอลูกค้าจริง

ขยันผิดจุด = วิ่งมาราธอนผิดเมือง

โมเดลเล็ก ๆ ที่คลิกกับคน สำคัญกว่าฟีเจอร์เทพ

ทีมเก่ง ไม่ต้องควบคุม แค่ต้อง “ไว้ใจ”

สำเร็จในงาน แต่พังในบ้าน = แพ้ทั้งเกม
“อย่าหลงไอเดีย จนลืมทดสอบมัน”
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ





ใส่ความเห็น