สรุปผลของ แอลกอฮอล์ กับ สมองของเรา ของเหลวถูกกฏหมายที่ทำบายสมองเราได้เงียบที่สุด

สรุปผลของ แอลกอฮอล์ กับ สมองของเรา ของเหลวถูกกฏหมายที่ทำบายสมองเราได้เงียบที่สุด

สมองของคนวัย 43 ที่ดื่มจัด…
อาจดูเหมือนสมองของผู้ป่วยสมองเสื่อมวัย 90
.
คำพูดนี้มาจาก Dr. Sarah Wakeman เล่าใน The diary of CEO
อาจารย์แพทย์จาก Harvard ผู้เชี่ยวชาญด้านการเสพติด
และนี้คือสรุป ประเด็นเกี่ยวกับ Alcohol ที่เราอาจะไม่รู้มาก่อน
.
[1] ไม่มีระดับการดื่มที่ปลอดภัย
แม้จะมีคำพูดว่า “ดื่มวันละนิดดีต่อใจ”
แต่จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด — มันไม่จริง

แค่วันละ 1 แก้ว ก็เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม 5%

วันละ 2 แก้ว? ความเสี่ยงเพิ่มเกือบ 40%

และที่น่ากลัวที่สุด… มันทำให้สมองเสื่อมเร็วขึ้นแบบเงียบๆ

ในระยะยาว แอลกอฮอล์ทำให้สมองฝ่อ
และรบกวนระบบโดปามีนจนไม่สามารถ “รู้สึกสุข” ได้ตามธรรมชาติอีกต่อไป
.
[2] ทำไมเรายังเสพมันอยู่?
Dr. Wakeman บอกว่า แอลกอฮอล์ “จี้” ระบบสำคัญ 3 อย่างในสมองเรา

Dopamine: ระบบรางวัล ความสุข

GABA: ระบบลดความเครียด

Opioid: ระบบบรรเทาความเจ็บปวด

พูดง่ายๆ คือ มันเป็น “ยาเอนกประสงค์” ที่ช่วยให้เราลืมโลก — แต่แลกกับสุขภาพจิตและร่างกายในระยะยาว

และเมื่อสมองเริ่มชิน…
เราก็จะต้องการมันมากขึ้น
จนกลายเป็น “การเสพติด” ที่แอบซ่อนอยู่หลังคำว่า “เข้าสังคม”

[3] การเสพติดไม่ใช่เพราะใจอ่อน — แต่มันเป็นโรค
Dr. Wakeman เน้นว่า การเสพติดไม่ได้เกิดจาก “ใจไม่แข็ง”
แต่มาจากพันธุกรรม + บาดแผลในใจ + สิ่งแวดล้อม

ยีนส์มีผลถึง 40–60% ต่อการเสพติด

คนที่มีประสบการณ์ ACE (Adverse Childhood Experience) สูง เช่น โดนทำร้ายในวัยเด็ก — มีโอกาสติดแอลกอฮอล์สูงขึ้นมาก

และโควิด-19 ยิ่งซ้ำเติม เพราะมันเพิ่มความเหงาและโดดเดี่ยว

นี่คือเหตุผลที่บางคน “เลิกง่าย”
แต่อีกหลายคนต้อง “ต่อสู้กับตัวเองทุกวัน”

[4] การบำบัดที่ใช้ ‘เห็นใจ’ แทน ‘การตัดสิน’
Dr. Wakeman บอกว่า หนึ่งในอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของการฟื้นฟู
ไม่ใช่ตัวสารเสพติด… แต่คือ “คำพูดของเรา”

คำว่า “addict”, “alcoholic”, หรือ “clean/dirty”
กลายเป็นตราบาปที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเดินเข้าสู่การรักษา

สิ่งที่ควรใช้แทน คือ

“บุคคลที่มีปัญหาการใช้แอลกอฮอล์”
เพราะเขาคือมนุษย์คนหนึ่ง ที่สมควรได้รับโอกาสมากกว่าคำตัดสิน
.
[5] สมองฟื้นฟูได้ — ถ้าเราให้เวลา
มีงานวิจัยชี้ว่า หลังจากเลิกแอลกอฮอล์ 5 ปี
ความเสี่ยงของการกลับไปเสพติดจะเท่ากับคนทั่วไป
และสมองสามารถ “ฟื้นกลับมา” ได้จริง

เหมือนต้นไม้ที่เคยเฉา…
แต่เมื่อหยุดรดด้วยสารพิษ
รากมันจะค่อยๆ ดูดน้ำดี
และผลิใบใหม่อีกครั้ง
.
[6] อย่ารักษาคน ด้วยการแยกเขาออกจากสังคม
Dr. Wakeman ยกเคสของ “Rat Park Experiment”
ที่หนูซึ่งถูกขังเดี่ยวมีแนวโน้มติดยา
แต่เมื่ออยู่ในสังคมดี มีของเล่น มีเพื่อน — พวกมันไม่เสพอีกเลย

มนุษย์ก็เหมือนกัน

การฟื้นฟูที่ดี ไม่ใช่แค่การ “ตัดแอลกอฮอล์ออก”
แต่คือการ “สร้างสิ่งอื่น” ให้เข้ามาแทนที่

ชุมชนที่เข้าใจ

ความสัมพันธ์ที่ไม่ตัดสิน

พื้นที่ที่ปลอดภัยพอให้เราร้องไห้โดยไม่โดนว่า
—————————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
แอลกอฮอล์ไม่ได้เลวร้ายในตัวมันเอง
แต่มันเป็น “เครื่องมือ” ที่เราใช้ผิดวิธี

และบางคนใช้มันเพื่อลืมความเจ็บปวดที่ไม่มีใครฟัง

ถ้าเราเข้าใจมันในมุมใหม่ — เราจะเลิกตัดสิน และเริ่มเยียวยา

การหยุดดื่มไม่ใช่ “การห้ามตัวเองจากความสุข”
แต่มันคือ “การคืนศักดิ์ศรีของสมองและหัวใจเรา” กลับมา

“We don’t treat diabetes by sending people to jail — so why do we treat addiction that way?”
– Dr. Sarah Wakeman

Dr. Sarah ตั้งคำถามว่า เราไม่ได้รักษาโรคเบาหวานด้วยการส่งคนเข้าคุก — แล้วทำไมเราถึงใช้วิธีนั้นกับคนที่มีปัญหาการเสพติด

ถ้าชอบโพสต์นี้ ฝากแชร์ให้คนที่คุณรักด้วยครับ
เพราะบางที… คนที่คุณห่วง
อาจกำลังใช้แก้วไวน์ซ่อนน้ำตาอยู่

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทำไมความเบื่อถึงเป็นสิ่งที่สมองต้องการ เราควรปล่อยให้ตัวเองอยู่เฉยๆบ้าง

  • ใช้คน 3 คน สร้างบริษัทที่ได้ทุน 240 ล้านบาท ยุคของคนตัวเล็กกำลังสร้างเศรษฐกิจใหม่

  • ตั้งแต่เรียนจบมาทำไมรู้สึกตัวเองไม่โต วิธีใช้ชีวิตของตัวเองแบบไม่ให้เสียเปล่า


ความเห็น

ใส่ความเห็น