ปัญหาของคนทำ One Person Business เราควรเลือก Niched หรือ Mass ดีตอนเริ่ม

ปัญหาของคนทำ One Person Business เราควรเลือก Niched หรือ Mass ดีตอนเริ่ม

ตอนเริ่มต้นหาเงินจาก Internet ด้วยตัวคนเดียว (One Person Business)
เราทุกคนเคยเจอคำถามคลาสสิก:

“ควรเริ่มจากกลุ่มเล็กที่เฉพาะเจาะจง (niched) หรือยิงกว้างแบบ mass?”

ถ้าทำเฉพาะทางเกินไป…ก็หาคนไม่เจอ
แต่ถ้ากว้างเกินไป…ก็กลัวคู่แข่งกินเรียบ

ขายกลุ่มเล็ก → ไม่มีกลุ่มไหน “ใช่” จริง ๆ
ขายกลุ่มใหญ่ → ไม่มีใครจำเราได้

แล้วเราควรเริ่มแบบไหน?
—————–
Dan Koe เคยพูดไว้ว่า
“The most profitable niche is you.”

ประโยคเดียวที่ทำให้คน 2 ฝั่งมองเขาไม่เหมือนกันอีกเลย…

หลายคนแย้งว่า
“อย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง เดี๋ยวก็ขายไม่ได้”
“จะขายได้ต้องหานิชแบบชัด ๆ!”
“ต้องรู้ก่อนว่าจะช่วยใครเรื่องอะไร!”

…แล้วอะไรคือความจริง?

โพสต์นี้ คือมีคำตอบที่ Dan อยากอธิบายเพิ่มให้ฟัง
—————————————-
Topic-Based vs Mission-Based
เขาเสนอว่า ถ้าเรากำลังเลือกนิช ลองดูว่าเราเลือกจาก “Topic” หรือ “Mission”
—————————————————–
1. Topic-Based: สอนเรื่องเฉพาะให้คนเฉพาะกลุ่ม
เช่น: สอน web design ให้กับช่างก่อสร้าง หรือ productivity สำหรับคุณแม่ลูกอ่อน

ข้อดี: ง่ายต่อการเริ่ม หาเงินเร็ว คนจดจำง่าย
ข้อเสีย: ถ้าคุณเปลี่ยนใจ หรือต้องการ pivot มันจะติดกรอบ

ถ้าคุณหลงหา Niched ที่ “กำไรดี” ไปเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว คุณจะ burn out

คนที่สนใจหลายอย่างจะรู้สึก “ห้ามตัวเอง” ทั้งที่ควรจะ “รวมตัวเอง” ทุกหัวข้อ

Dan สรุปแบบไม่เกรงใจใคร:

“It’s anti-continuous learning, anti-polymath, and anti-human.”
————————————————–
2. Mission-Based: ภารกิจใหญ่ ที่คุณคือผู้นำ
คุณเริ่มต้นจากคำถามว่า:
ฉันอยากเปลี่ยนแปลงอะไรในโลก?

ถ้ามีคนหนึ่งคนที่ฟังฉัน แล้วชีวิตเขาดีขึ้น… ฉันอยากให้เขาเปลี่ยนยังไง?

นี่ไม่ใช่แค่การเลือก “หัวข้อ”
แต่มันคือการสร้าง “โลก” ที่คนอยากเข้ามาอยู่กับคุณ
——————————————————–
3 ขั้นตอน สู่แบรนด์ที่คนอยาก “ติดตาม”

[1] ต้องมีเป้าหมาย “ศัตรู” ที่ชีวิตที่คุณอยากทำลาย
Dan เกลียดชีวิตแบบ 9–5 ที่ไม่มีเวลาให้ตัวเอง
เขาไม่ได้เกลียดคนทำงานประจำ
แต่เกลียดวิธีคิดที่ทำให้เรากลายเป็น – ซอมบี้

“Most people are walking zombies. – Dan Koe

Dan บอกให้ลองถามตัวเองว่า:

คุณกำลังต่อต้านวิธีใช้ชีวิตแบบไหน?
แล้วคุณสร้างทางเลือกใหม่ไว้แบบไหน?

[2] ต้องมี “Unique” ที่คนอยากกลายเป็น
คนไม่ได้ติดตามคุณเพราะชอบเนื้อหา
แต่เขาติดตามเพราะ “อยากเป็นแบบคุณ”

เขาอยากเป็นคนที่: กล้าคิด กล้าลอง กล้าเปลี่ยนชีวิต

ถ้าคุณสร้างชื่อแบรนด์หรือชื่อคอนเซปต์ที่เป็นภาพแทนของคนที่เขาอยากเป็นได้ เช่น Future Proof ,Modern Mastery, Second Brain
…เขาจะเดินตามคุณไปไกลมากกว่าหนึ่งโพสต์

[3] ต้องสร้าง “โลก” ที่คนอยากเข้ามาสำรวจ
ในอดีตเราคิดว่าแบรนด์คือคำเดียว เช่น
“I help freelancers build websites.”
แต่ตอนนี้ คนอยากเข้าโลกที่เขา “รู้สึกได้”

Dan ยกตัวอย่าง ง่ายๆว่า “เราต้องสร้างจักรวาลของตัวเอง”

YouTube คือหนังยาว TikTok คือมินิซีรีส์

Products คือของสะสม
ทั้งหมดคือ ecosystem ที่สะท้อนโลกทัศน์ของคุณ

ถ้าคุณสร้างคลิป 30 อัน แล้วอันที่ 31 ไปไวรัล
คนจะย้อนดูทั้ง 30 อันก่อนหน้า
และถ้าทุกอันดี คุณกำลังจะมีโลกของคุณเอง

สุดท้าย: สัดส่วน 80/20 ที่ทำให้โพสต์ไม่ตาย
80% = ทำให้คน “อิน”
20% = ค่อยสอน “how to”

คนแชร์โพสต์ เพราะรู้สึกว่าโพสต์นั้นพูดแทนใจ
ไม่ใช่เพราะอยากได้ “สูตร 5 ขั้นตอน” อีกหนึ่งโพสต์

Dan บอกว่า:

“Nobody is scrolling social media to read your deep thoughts.”

คนจะสนใจความรู้คุณ เมื่อคุณ “ทำให้เขาอยากรู้” ก่อน
——————————————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
ถ้าคุณยังไม่รู้จะเริ่มยังไง เลิกถามว่า “Niched ไหนดี?”

แต่ให้ถามว่า…

ชีวิตแบบไหนที่คุณไม่อยากใช้มัน?
ชีวิตแบบไหนที่คุณอยากให้สังคมมี?

คำตอบนี้…อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “ธุรกิจ” ที่คุณไม่ต้องหนีมันอีกต่อไป

และอาจเป็นโลกใบใหม่ที่คุณ ในโลกธุรกิจของคุณ


ถ้าคุณกำลังจะเริ่มต้นสร้างตัวตนออนไลน์
ลองเลือก “Mission” ก่อน “Topic”

You are the niche?
Maybe.
But the mission is the magnet.

ผมหวังว่าจะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ถ้าเรารู้สึกว่าไม่มีเวลาทั้งที่ยังไม่เริ่มทำอะไร ปัญหาไม่ใช่เวลา แต่คือวิธีจัดการสมองของเรา

  • เข้าใจวิธีที่ AI ทำตัวเองให้เก่งขึ้นยังไง ลองเอาModelที่ AI ใช้ มาใช้กับตัวเราเอง

  • 44 สัจธรรมของเกมที่ชื่อว่า [ชีวิต] ชีวิตมันไม่ยุติธรรมมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


ความเห็น

ใส่ความเห็น