มุมมองเกี่ยวกับอนาคตของ AI ในสายตาของ CEO Chatgpt

มุมมองเกี่ยวกับอนาคตของ AI ในสายตาของ CEO Chatgpt

Jack Altman พึ่งปล่อยคลิป สัมภาษณ์พี่ชายตัวเอง Sam Altman เกี่ยวกับ มุมมองอนาคตของ AI ไม่กี่ชั่วโมงมานี้เอง
และนี้คือสรุปมุมมองของ Sam Altman CEO ของ OpenAI ครับ

1. AI จะปฏิวัติวงการวิทยาศาสตร์ ก่อนที่เราจะรู้ตัว
Sam Altman บอกว่าโมเดลอย่าง GPT-4 หรือ “โมเดล 03” ที่ทีมใช้อยู่ มีระดับ reasoning พอ ๆ กับเด็ก PhD ในบางสาขา
.
ในอีก 5-10 ปี AI จะไม่ได้แค่ช่วยเขียน paper หรือสรุปงานวิจัย
แต่มันจะ “ค้นพบฟิสิกส์ใหม่” ที่เราไม่เคยรู้
.
Imagine: กฎธรรมชาติที่เราเชื่อมาตลอด อาจถูกเขียนใหม่โดย AI ที่ไม่มีร่างกาย
.
และตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังใช้มันเป็น “Co-pilot” ในห้องแล็บอยู่จริง ๆ
โดยเฉพาะงานดาราศาสตร์ ที่ข้อมูลใหญ่เกินกว่ามนุษย์จะวิเคราะห์ทัน
.
นี่ไม่ใช่แค่ disruption แต่มันคือ “reconstruction” ของความรู้บนโลก
.
2. Humanoid Robots กำลังจะเป็นเผ่าพันธุ์ใหม่
ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า Sam Altman มองว่าเราจะเห็นหุ่นยนต์ humanoid เดินไปมาบนถนน
.
มันจะไม่ใช่แค่ ChatGPT ที่ซ่อนอยู่หลังจอ
แต่มันจะเป็น “สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีชีพจร” ซึ่งเราเริ่มมองว่าเป็น “ประชากรอีกประเภท”
.
และถึงแม้จะมีข้อถกเถียงเรื่องแรงงาน ความปลอดภัย หรือจริยธรรม…
แต่ Sam Altman บอกว่า “ความเสี่ยงของ AI ที่ไม่มีร่างกาย ยังน่ากลัวกว่า”
.
ลองคิดภาพ AI สร้างอาวุธชีวภาพจาก server
โดยไม่ต้องสร้างโรงงาน ไม่ต้องมีกองทัพ
.
นั่นคืออีกระดับของ power ที่เราไม่ชิน
.
3. Superintelligence จะมาถึง…แต่สังคมอาจยังไม่พร้อม
Sam Altman มั่นใจว่าเราจะไปถึง “Superintelligence” แน่ ๆ
AI ที่มีความสามารถระดับ IQ 400
แต่สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่เทคโนโลยี
.
มันคือ…ชีวิตมนุษย์ที่ยังเหมือนเดิม
.
Sam Altman สะท้อนว่าแม้ ChatGPT จะฉลาดขนาดปริญญาเอก มีคนใช้เป็นพันล้าน
แต่ชีวิตประจำวันคนส่วนใหญ่ก็ยังวนอยู่กับ Netflix, งานซ้ำเดิม และการเสพ dopamine สั้น ๆ
.
Super AI อาจมา แต่ถ้ามนุษย์ยังไม่อัปเดตเฟิร์มแวร์…มันก็เปล่าประโยชน์
.
4. AI จะเปลี่ยนแรงงานเป็น “Leisure Society”? (สังคมแห่งนันทนาการ)
Sam Altman บอกว่างานบางประเภทจะหายไปแน่นอน
.
แต่เหมือนยุคที่คนเคยตกใจเรื่อง Internet, Automation หรือ Globalization
มนุษย์จะหาทางสร้างงานใหม่ ๆ ได้เสมอ
.
Venod Khosla เคยบอกไว้ว่า

“ในโลกที่ทรัพยากรเหลือเฟือ…ผู้คนจะบริโภคความบันเทิงแทนการทำงาน”
.
มันอาจฟังดูไร้สาระ แต่ถ้าดูพฤติกรรมการใช้ ตต วันนี้…เราอาจเข้าใกล้สิ่งนั้นแล้ว (พี่ Sam แอบชกแรงนะเนี่ย)
.
5. วิสัยทัศน์ของ OpenAI: AI ที่รู้จัก “เรา” ดีกว่าที่เรารู้ตัวเองอีก (อันนี้ก็จริง)

Sam Altman มองว่าอนาคตของ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือ “Companion” (เข็มทิศนำทาง)
AI ที่อยู่ในชีวิตเรา รู้เป้าหมายของเรา และช่วยให้เราดีขึ้นทุกวัน
.
AI ที่เราไม่ได้ต้องเข้าไปหา…แต่มันเข้ามาหาเราก่อน
ผ่านแชท, อุปกรณ์, หรือบริการใหม่ที่ยังไม่มีใครคิดออก
.
นี่คือ Personalized AI for Every Human
.
และ OpenAI กำลังพัฒนาให้มันเกิดขึ้นจริง
.
6. ถ้าเราอยากพัฒนา AI…เราต้องผลิตพลังงานมากขึ้น
Sam Altman บอกว่า AI ต้องการพลังงานมหาศาล
.
แต่เขาไม่ได้มองว่านี่คือปัญหา
กลับกัน Sam Altman บอกว่า “การใช้พลังงานเพิ่มขึ้น” คือสิ่งที่นำพาคุณภาพชีวิตมนุษย์ให้ดีขึ้นตลอดประวัติศาสตร์
.
เขามั่นใจว่า “Fusion Energy” จะมาจริง และจะเป็นแหล่งพลังงานที่เลี้ยงโลกใบใหม่
พร้อมกับโซลาร์เซลล์และเทคโนโลยีเก็บพลังงานอื่น ๆ
.
และสุดท้าย…พลังงานเหล่านี้จะพาเรา “ออกนอกโลก”
.
7. Meta vs OpenAI: การแข่งขันที่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี
Meta พยายามดึงคนจาก OpenAI ด้วยโบนัสที่สูงมาก
.
แต่ Sam Altman บอกว่า “สิ่งที่รั้งคนไว้” ไม่ใช่แค่เงิน
แต่คือ “ภารกิจ” และ “โอกาสในการสร้าง Superintelligence อย่างมีความรับผิดชอบ” (Elon Musk ดูอยู่อาจจะกำหมัดแล้ว55555)
.
OpenAI ไม่ใช่แค่บริษัท
มันคือกลุ่มคนที่เชื่อว่า เราสามารถสร้างสิ่งที่เปลี่ยนโลกได้ โดยไม่จำเป็นต้องลอกคนอื่น
.
Sam Altman พูดชัดว่า “Meta ชอบเลียนแบบมากกว่าสร้างสิ่งใหม่”
และวัฒนธรรมแบบนั้นไม่มีวันชนะในระยะยาว (แวะชกพี่มารคต่อ)
.
8. มุมมองส่วนตัวของ Sam Altman
Sam Altman คิดว่างาน OpenAI จะเป็น “งานเกษียณเงียบ ๆ”
แต่ตอนนี้มันกลายเป็น “งานที่เปลี่ยนโลก”
.
เขาไม่ได้อยากดัง
แต่พอต้องอยู่ในสถานะ “Tech Celebrity” Sam Altman ก็พบว่า การสูญเสียความเป็นส่วนตัวคือราคาที่ต้องจ่าย
.
แต่เขายังอยู่ เพราะเขาเชื่อว่านี่คือ “งานที่สำคัญที่สุดในชีวิต”
.
สุดท้าย…
สิ่งที่ Sam Altman เล่า มันไม่ใช่แค่เทคโนโลยี
.
มันคือคำถามใหม่ของยุคมนุษย์:
“เมื่อ AI ฉลาดขึ้นทุกวัน…แต่มนุษย์ยังเหมือนเดิม เราจะทำอย่างไร?”
.
และบางที…
คำตอบที่เราต้องเริ่ม ไม่ใช่แค่การเรียนรู้ AI
แต่คือการ “กลับมาเรียนรู้ตัวเอง” ก่อนที่ AI จะรู้จักเราดีกว่าเราอีก

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • 12 คำถามที่จะเปลี่ยนชีวิตเรา by Ryan Holiday

  • Focus is the new Oil

  • ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไป – บทเรียนจากหนังสือชีวประวัติ ท๊อป จิรายุส


ความเห็น

ใส่ความเห็น