อธิบาย: มือถือ ควบคุมเรายังไง? โดยจิตแพทย์จาก Harvard

อธิบาย: มือถือ ควบคุมเรายังไง? โดยจิตแพทย์จาก Harvard

 มือถือควบคุมคุณยังไง (และทำไมการดีท็อกซ์ไม่ช่วย)
เคยรู้สึกไหมว่า…
หยิบมือถือมาแค่จะดูแจ้งเตือน แต่รู้ตัวอีกทีผ่านไป 1 ชั่วโมงแล้ว?

Dr. Alok Kanojia (เรียกสั้นๆว่า Dr.K) — จิตแพทย์จาก Harvard และผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมเสพติด (ช่อง HelathyGamerGG ที่มีคนติดตาม 2.92 ล้านคน) บอกว่า

มันไม่ใช่แค่คุณ “ไม่มีวินัย” แต่เป็นเพราะสมองคุณกำลังถูก “เทคโนโลยี” เล่นงานกลับอยู่แบบเงียบๆ
————————–

❌

 “Dopamine Detox” = ไม่ได้ผล?
เราเชื่อว่า “พักมือถือสักพัก” หรือ “Social Media Detox” จะช่วยให้เรากลับมามีสมาธิ ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
แต่ Dr. K ชี้ว่าแนวคิดนี้ผิดตั้งแต่ราก

“การดีท็อกซ์ 2 สัปดาห์ แต่กลับไปเล่นแบบเดิม คือเหมือนหยุดเฮโรอีนแล้วเสพใหม่”

เหตุผลคือ สมองของเราไม่ได้ต้องการ “พัก” แต่มันต้องการ “เปลี่ยนวิธีใช้งาน” ต่างหาก

เพราะโดปามีน (dopamine) ไม่ใช่สารพิษที่ดีท็อกซ์ออกได้
แต่มันคือสารธรรมชาติในสมองที่ช่วยให้เรา “มีแรงจูงใจ”
ปัญหาคือเราใช้มันหมดเร็วเกินไป…กับสิ่งที่ “ให้รางวัลง่ายแต่ไม่ยั่งยืน”
———————

🧠

 ทำไมมือถือถึงทำให้เรา “เสพติด”
มือถือ และโดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย ถูกออกแบบมาให้ “เลียนแบบรางวัลในชีวิตจริง”
แต่ให้ได้ง่ายกว่า เร็วกว่า และไม่ต้องเหนื่อย

ความรู้สึก “สำเร็จ” = ยอดไลก์ ยอดวิว

ความรู้สึก “ได้รับการยอมรับ” = คอมเมนต์ ชม แชร์

ความรู้สึก “ควบคุมชีวิตได้” = เล่นเกมที่เราชนะได้

ความรู้สึก “สร้างสรรค์” = แต่ง IG Story, เล่น Minecraft

ความรู้สึก “พักผ่อน” = ปัด TikTok คลิปละ 15 วินาที

ทั้งหมดนี้กระตุ้น ระบบรางวัลของสมอง
คล้ายกับการกินของหวาน ไขมัน หรือการเอาชนะในการแข่งขัน

แต่เมื่อเราถูก “ป้อนโดปามีน” แบบนี้ซ้ำๆ
สมองจะเริ่มหมดแรงจูงใจในการทำสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามมากกว่า
————————

🕰

 เช้า 1 ชั่วโมงแรก = ห้ามแตะมือถือ
Dr. K บอกว่า
ช่วงเวลาตอนเช้า คือ “เวลาทอง” ของโดปามีน
เพราะคลังโดปามีนในสมองเต็มที่สุดหลังตื่นนอน

แต่ถ้าเราใช้มันไปกับ tt หรือ Instagram ตั้งแต่ลืมตา
มันจะ “ระบายโดปามีน” ออกไปหมด
ทำให้ทั้งวันเราจะรู้สึกเฉื่อย เหนื่อย ไม่อยากทำอะไร

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราใช้ช่วงเช้าทำสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ เช่น

ออกกำลังกาย

อ่านหนังสือ

เขียนเป้าหมาย

ทำสมาธิ

สมองจะ “เรียนรู้” ว่าสิ่งเหล่านี้ให้รางวัล (reward) และจะยิ่งอยากทำในวันถัดๆ ไป
——————————–

🧩

 วิธีไม่ให้โดนมือถือควบคุมกลับ
1. หยุดมองมือถือว่า “ศัตรู”
มือถือไม่ใช่สิ่งเลวร้าย
แต่เราต้อง เข้าใจว่ามันให้อะไรเรา (ความสำเร็จ ความผ่อนคลาย ความสนุก)
แล้วพยายามหาวิธี “เติมสิ่งเหล่านี้ในชีวิตจริง”

2. ทำสิ่ง “ที่ไม่ให้รางวัลเร็ว”
ลองทำสิ่งที่ไม่มี dopamine ทันที เช่น

เรียนภาษา

เขียนบทความ (เบ้นเขียนทุกเช้าเลย)

ฝึกดนตรี

ในตอนแรกสมองจะต่อต้านเพราะ “ไม่มีอะไรสนุกเลย”
แต่เมื่อทำซ้ำไปเรื่อยๆ สมองจะเริ่มหลั่ง dopamine กับสิ่งเหล่านี้แทน

3. อดทนกับความรู้สึก “เบื่อ”
Dr. K บอกว่า

“คุณต้องฝึกยอมรับความรู้สึกเบื่อ และไม่หนีมันด้วยมือถือ”

เพราะความเบื่อคือช่องว่างที่เปิดให้เราได้คิด ได้ฝัน และได้เริ่มสร้างบางสิ่งใหม่ๆ
////////////////////////////

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

🎯

 สรุป: ไม่ใช่แค่เลิก แต่ต้อง “เปลี่ยน”
การดีท็อกซ์มือถือไม่ได้ช่วยอะไร ถ้ากลับมาใช้แบบเดิม

มือถือทำให้เราติดเพราะมันตอบสนองความต้องการพื้นฐานของสมอง

ทางออกคือ “เติมโดปามีนจากโลกจริง” แทนที่จะให้มือถือทำแทน

และจุดเริ่มต้นง่ายๆ คือ…

ตื่นมา 1 ชั่วโมงแรก
วางมือถือไว้ แล้วใช้มันกับตัวคุณเอง

หากคุณรู้สึกว่าโดนมือถือควบคุมชีวิต
บางทีไม่ใช่คุณที่ล้มเหลว
แต่เป็นระบบที่ถูกออกแบบมาให้คุณ “หยุดเล่นไม่ได้” ต่างหาก

และวันนี้ คุณรู้วิธี “คืนอำนาจกลับมาแล้ว”

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ถ้าใครรู้สึกว่าชีวิตกำลังเครียดเกินควบคุม ถึงเวลาแล้วที่เราต้องคำถามกับชีวิตใหม่

  • วิธีแก้ปัญหาเรื่องสมาธิสั้นแบบถาวร ใช้แบบฝึกหัดนี้เพื่อกระตุ้นระบบประสาท

  • ทำไมเราถึงไม่ควรเรียน MBA วิธีทำธุรกิจ ถ้าเราอยากเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ให้ได้ในยุคนี้


ความเห็น

ใส่ความเห็น