AI Gemini มัดรวมในโพสต์นี้ (ใครบอกมันไม่ดี ใจเย็นก่อน 5555)
.
เมื่อวานได้ไปงาน Gemini Day (Samsung X Google Event)
แอดทอย Kasidis Satangmongkol ชวนไปเป็น TA (TA ที่เรียนเอง)
TA กี่โมง 5555555 มัวแต่จดเอง
.
แอดทอยบอกว่า
เรามาปรับความเข้าใจก่อน AI แต่ละตัว แต่ละ Tool มันมีวิธีการใช้ที่ไม่เหมือนกัน เหมือนกล้องแต่ละยี่ห้อ เอาไปถ่าย Location เดียวกัน สไตล์มันก็ไม่เหมือนกัน มันต้องดูว่าควรใช้กับอะไรด้วย
[ม่ายช่าย เอา Prompt เดียวกันไปยัดทุก Tools แล้วดูคำตอบแล้วบอกชนะเลย ใครทำงี้ตีเลยนะ ]
.
มาดู Prompt ของ AI Gemini ที่แอดทอยแนะนำกันดีกว่า
Gemini ไม่ได้เป็นแค่ chatbot
มันคือ “Co-thinker” ที่คิดลึกได้
และ “Co-pilot” ที่ทำงานแทนเราได้แบบทั้ง workflow
———————————

Prompt ที่ดี = เปลี่ยนชีวิตได้จริง
Prompt ยิ่ง “ละเอียด” ยิ่งดี — ใส่บริบท, โทนเสียง, กลุ่มเป้าหมายให้ครบ
ถ้าเขียนไม่เก่ง → ให้ Gemini ช่วยเขียน Prompt ให้เราก่อนก็ได้
อย่าลืมใช้ action verb นำ เช่น “Summarize, Design, Suggest, Translate”
ใส่โจทย์ให้ชัด เช่น “คุณคือ UX Designer ที่จะช่วยรีดีไซน์ onboarding flow ให้ user ใช้งานง่ายขึ้น”
อย่าพยายามใช้ prompt เดียวให้เป๊ะ → ต้องกล้าปรับ กล้า iterate ไปเรื่อยๆ
————————————————

อย่าคิดว่า Gemini คือแค่ AI เขียน text
มันคือ “Multimodal” — ใช้ข้อความ, รูป, วิดีโอ, PDF พร้อมกันได้
ใส่ไฟล์ 1,500 หน้าได้ใน prompt เดียว เหมือนหนังสือ 3 เล่ม (Context Window ใหญ่สุดในตลาดตอนนี้่ ช่วย Gemini ขายหน่อยย55555)
ถามคลิป YouTube แล้วให้มันสรุปให้เลยก็ยังได้ เจ้าของเดียวกัน เข้าถึงได้ลึกกว่าอยู่แล้ว จริงไหม
ใช้ทำสคริปต์, สรุปงาน, วิเคราะห์กลยุทธ์, แต่งภาพ, ออกแบบ landing page ได้หมด
——————————

เทคนิค Prompting แต่ละแบบที่เขาใช้กัน
1. Zero-shot: ไม่มีตัวอย่าง → ให้ตอบเลย (อันนี้อย่าหาทำเลยเชื่อเบ้น555)
2.Few-shot: มีตัวอย่างให้ก่อน 2–3 ชิ้น เพื่อให้เขียนสไตล์เดียวกัน
3.Chain of Thought (CoT): ให้มันคิดเป็น step
4.Tree of Thought: ให้มันแตกไอเดียหลายทาง แล้วช่วยเลือก
5.Mega Prompt: รวม role + task + format + tone + audience ไว้ครบ
(อันนี้เป็นสิ่งที่แนะนำที่สุดกำหนดไปเลย มองในมุมไหนแบบไหนละเอียด)
6.Iterative Prompt: ใช้แบบ “ลองแล้วแก้” จนได้งานที่ชัดที่สุด
Temperature: ปรับระดับความสร้างสรรค์ (0 = เหมือน Bot สุด, 1 = เหมือนคนที่สุด)
———————–

ฟีเจอร์เด็ดที่เปลี่ยนวิธีทำงานไปเลย
Deep Research = คิดโจทย์ให้เรา + หาข้อมูลให้เสร็จ
เหมือนมีเพื่อนฉลาดๆ ที่ขุดข้อมูล + สร้างไอเดียแบบอัตโนมัติ
ไว้ใช้สำหรับหาข้อมูลวิจัยเป็นร้อยๆเว็บ ร้อยๆอันทำให้เราประหยัดเวลา ในการหาข้อมูล ถ้าเราขี้เกียจอ่านอีก ก็มีปุ่ม Podcast เอาไว้ให้คนมาอ่านให้ฟัง
Gems = สร้าง bot ส่วนตัวให้ทำ task เดิมๆ แบบเร็วมาก เช่น สรุปโพสต์ วิเคราะห์ธุรกิจ
อันนี้คือดีมาก train มันได้เรื่อยๆ วันนี้นั่งเล่นทั้งวันเลย ปุ่ม Gems ของดี Gemini เลย
Automated Prompt = ถ้าเรามีงานดีๆ แล้วอยากได้ prompt ที่สร้างงานแบบนี้อีก → ให้มัน generate ให้เลย (คิดไม่ออกให้มัน Gen เล้ย)
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

สุดท้าย: อย่าแค่ “ใช้ AI” แต่ให้ “เติบโตไปกับมัน”
หลายคนกลัวว่า AI จะมาแย่งงาน
แต่ที่น่ากลัวกว่าคือ AI ทำให้เรา “เลิกคิด”
จริงๆ แล้ว Gemini คือกระจกสะท้อนความคิดของเรา
คนที่เก่งขึ้นเร็วตอนนี้ คือคนที่… ใช้ Gemini มาช่วยคิดให้เฉียบ
ใช้มันมาฝึกความแม่นยำในการสื่อสารใช้มันมาทดสอบไอเดียก่อนลงมือจริง
เพราะสุดท้ายคนที่รอดในยุคนี้ ไม่ใช่คนที่รู้เยอะ
แต่คือคนที่ “ถามเป็น + ใช้ AI เป็น + กล้าลอง + กล้า refine ไปเรื่อยๆ”
และ Gemini ก็คือเครื่องมือที่มอบทักษะพวกนี้ให้เราทุกวัน
ถ้าเรากล้าใช้มันอย่างตั้งใจ
ถ้าใครอยากเริ่มต้นง่ายๆ
ลองเขียนแค่ 1 Prompt วันนี้ ว่า…
“ถ้าฉันอยากใช้ Gemini ให้เก่งขึ้นในแบบที่เหมาะกับชีวิตฉัน ต้องเริ่มจากอะไร?”
แล้วฟังคำตอบให้ดีครับ
ขอบคุณทาง Google และ Samsung ที่จัดงานดีๆแบบนี้ออกมานะค้าบ





ใส่ความเห็น