เราไม่ได้ติดงาน… เราแค่ติดความรู้สึกว่า “ยุ่ง = มีคุณค่า
Dan Koe เคยเขียนไว้ว่า
คนส่วนใหญ่ไม่ได้เสพติดงาน
แต่เสพติดความรู้สึกว่า “ตัวเองกำลังมี productivity”
To-do list, Task, Email, Check box, Notification
ฟังดู productive แต่จริงๆ อาจเป็นแค่ Fake Productivity
เบ้นเคยเป็นคนแบบนั้น
ทำเยอะมาก แต่ไม่ได้เข้าใกล้ชีวิตที่ “อยากมีจริงๆ” สักนิด
จนวันหนึ่งร่างกายส่งสัญญาณร่างพังไปหมด
แต่ใจดันยังภูมิใจกับคำว่า “ยุ่ง” อยู่เลย
นั่นแหละ คือจุดเริ่มต้นของคำถามใหม่ในชีวิต
ถ้าไม่อยากทำงานทั้งวัน…งานที่เราก็งงกับมัน555
แล้วเราจะใช้ชีวิตแบบไหน กันแน่?
และนี่คือ Framework 6 ข้อ
ให้ไม่ต้องเผาเวลา แต่ช่วยสร้างOutput
—
1. ใช้ชีวิตที่อยากมี ตั้งแต่วันนี้ (แม้จะเป็นในสเกลเล็กๆ)
คนชอบพูดว่า “เดี๋ยวพร้อมเมื่อไหร่ค่อยเริ่ม”
แต่เบ้นบอกเลยว่า วันนั้นไม่มีอยู่จริง
อยากเป็นนักเขียน = เขียนเลย (ตอนนี้เบ้นเขียนยับๆ555555)
อยากทำงานแค่ 5 ชม./สัปดาห์ = Test มันเลยใน mini version
เพราะถ้ายังไม่เริ่ม
เราจะไม่ได้ feedback จากโลกจริง
และไม่มีวันเข้าใกล้จุดที่เราทำสิ่งนั้นเต็มเวลาได้
——
2 “งานที่แท้จริง” มันน้อยกว่าที่เราคิด
(Focus vs Filler)
ถ้ามีแค่ 5 ชั่วโมง แล้วต้องใช้ให้ได้เงินมากที่สุด
คุณจะทำอะไร?
คำตอบไม่ใช่: ตอบแชท , เช็คเมล ,เขียน checklist
แต่มันคืองานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตได้
-เขียนโพสต์ที่ขายได้ (conversion content) ทำคลิปที่หาเงินได้
-สร้าง Sale Flow ใหม่ให้แข็งแรงมากขึ้น
– วิเคราะห์ Data หลังบ้านพฤติกรรมลูกค้าของเรา
– ปิดดีลกับลูกค้า (sales-focused activity)
Dan เรียกสิ่งนี้ว่า Energy Work
คือสิ่งที่ใช้พลังเยอะ แต่ผลลัพธ์ชัด
ตรงข้ามกับ Filler Work ที่ทำให้เรารู้สึกยุ่ง…แต่ไม่ได้ขยับอะไรเลย
—
3. AI ไม่แทนเรา แต่มันขยายเราให้ใหญ่ขึ้น
AI ไม่ใช่ตัวแทน แต่คือ กระจกสะท้อน
ที่ช่วยเราคิดลึกขึ้น คมขึ้น และเร็วขึ้น
Dan koe ใช้มันสรุปบทความ สร้างไอเดีย เขียนสคริปต์
และทุกครั้งที่ refine prompt คือ refine ความเข้าใจของตัวเอง
AI ไม่ได้ฆ่าความคิดสร้างสรรค์
แต่มันปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ให้ทำงานได้จริง
—
4. เวลาว่าง = งานอีกแบบ ที่ทำให้ชีวิตลื่นไหล
Leisure(เวลาว่าง) ไม่ใช่การอยู่เฉยๆ
แต่มันคือเวลาสำหรับฟังตัวเอง
การเดิน = ให้ความคิด flow
การนอน = ให้ร่างกาย reset
การเล่น = ให้ชีวิตไม่ตึงจนตัน
งานที่ดีที่สุด บางครั้งไม่ได้เกิดตอนเราฝืนทำ
แต่มาจากตอนที่เราปล่อยให้ชีวิตผ่อนคลายอย่างตั้งใจ
—
5. เวลายิ่งน้อย ความชัดยิ่งมาก
(Time Scarcity = Strategic Clarity)
Dan Koe เขาลองจำกัดตัวเองให้ทำงานแค่ 5 ชั่วโมง
ผลลัพธ์ไม่ใช่ความเครียด…แต่มันคือ “ความชัด”
อะไรที่เคยคิดว่าต้องทำ—ไม่ทำก็ไม่เป็นไร
แต่สิ่งที่เคยกลัว—กลับกลายเป็นสิ่งที่พอทำแล้วได้เงินทันที
Dan พูดไว้ชัดมาก:
Constraints create clarity.
Clarity creates income.
เวลาคุณมีจำกัด
คุณจะเห็นเลยว่าอะไรคือ Signal และอะไรคือ Noise
——————————–
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
สรุปแบบลงดาบ
-เวลาน้อย = ข้ออ้างของความไม่ชัด
-ยุ่ง ไม่เท่ากับ สำคัญ | เงียบ ไม่เท่ากับ ขี้เกียจ
-วัดชีวิตตัวเองไม่ใช่ด้วย To-do list
แต่ด้วย “สิ่งที่กล้าทำ” มากกว่า “สิ่งที่กล้าจด”
point ของ Dan koe คือ อยากให้เราตั้งคำถามกับงานเรามากกว่า ว่าเรายุ่งเกินไปจนมองอะไรไม่ออกไหม ตัวเบ้นเองก็เป็นแบบนั้นอยู่เลย 5555
ถ้าคุณมีเวลาแค่ 5 ชั่วโมงในวันนี้…
เราลองใช้ชั่วโมงแรก
ไปสร้าง “สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตคุณจริงๆ”?
เราทุกคนมี Fake Productivity ซ่อนอยู่
แต่ถ้าเรากล้ามองมันตรงๆ ยอมรับบางจุด ว่าเรากำลังทำงานที่ไม่ได้ช่วยให้เราเติบโตขึ้นเลย ถ้าเรามองตรงนี้ออกว่างานไหน
บางที…นั่นแหละ คือจุดเริ่มต้นของอิสรภาพ




ใส่ความเห็น