เราไม่ได้ไม่เก่ง เราแค่ไม่เข้าใจความถนัดของตัวเอง

เราไม่ได้ไม่เก่ง เราแค่ไม่เข้าใจความถนัดของตัวเอง

ทำยังไงคนอื่นเขาถึงฉลาดปราดเปรื่องได้ขนาดนั้น ในขณะที่เรายังงงกับชีวิตอยู่?
.
วันนี้ผมอยากแนะนำ ทฤษฎี Theory of Multiple Intelligences
“อัจฉริยะ 8 มิติ” ที่ซ่อนอยู่ในตัวเราและวิธีค้นพบมัน
.
เนื้อหานี้เป็น Topic ที่ เบ้นอยากให้มีสอนในโรงเรียน มากกว่า AI อีก 5555
.
[1] เรื่องนี้เกิดขึ้นครั้งแรกตอนเบ้นเรียนอยู่ม.ต้น ตอนนั้นความฝันอยากเป็นนักดนตรี เล่นวง Orchestra มีวันนึง มีเพื่อนเบ้นคนนึงเข้ามาใหม่ มันซ้อม แค่ 3 เดือน เก่งกว่าเบ้นซ้อมมา 3 ปี (เรื่องจริงไม่โม้เลย555)
.
[2] หลังจากปีนั้น เบ้นรู้เลยว่า “แต่ละคนมีด้านและจริตที่เราถนัดไม่เหมือนกัน” เราจะเป็น Expert ได้ ต้องมี จิตวิทยา + DNA ผสมมาด้วย (แต่ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ)
.
[3] ปัญหาของโรงเรียนคือเราใช้ “ไม้บรรทัดไม้เดียวมาวัด” IQ แค่ฝั่งเดียว
.
Dr. Howard Gardner นักจิตวิทยาจาก Harvard Project Zero พบว่าแทนที่จะมอง Intelligence เป็นแค่ IQ เดียว เขาแบ่งไว้เป็น 8 ด้าน (Multiple Intelligences):
.
1.Logical–Mathematical: คิดเป็นระบบ แก้โจทย์คณิต/ตรรกะ
2.Linguistic: เล่นคำ เขียนเล่าเรื่อง พูดโน้มน้าว
3.Spatial: จินตนาการภาพ ออกแบบ UI/UX
4.Bodily–Kinesthetic: เคลื่อนไหวควบคุมร่างกาย เหมาะกับนักกีฬา นักเต้น
5.Musical: รู้จังหวะ ทำนอง ประพันธ์
6.Interpersonal: อ่านใจคน สร้างสัมพันธ์
7.Intrapersonal: รู้จักตัวเอง เข้าใจอารมณ์
8.Naturalist: เข้าใจธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
.
Gardner ศึกษากรณีเด็กอัจฉริยะ นักดนตรี นักกีฬา จนพบว่าแต่ละคนโดดเด่นคนละด้าน แต่สามารถพัฒนาทุกด้านได้ด้วยการฝึกฝนและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
.
[4] ซึ่งแต่ละคน มีความถนัดไม่เหมือนกันเลย อย่างเพื่อนเบ้นที่เก่งดนตรีจะเป็น ข้อ 3.5 Musical ตอนแรกมันก็เรียนไม่เก่ง แต่พอมันรู้ตัวเอง ตอนนี้ ไปเป็นเบื้องหลังศิลปินในไทยหลายๆคนเลย (ถ้าเพื่อนมาอ่านติดตามผลงานอยู่นะเพื่อน555 )
.
เราเองทุกคนก็มีความถนัดไม่เหมือนกัน
โศกนาฏกรรมของคนส่วนมากในโลกนี้คือ
.
“เราจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้ค้นพบ พลังที่แท้จริงของตัวเอง”
เราไม่ได้เห็นตัวเอง Final Form ที่แท้จริงของตัวเอง
.
[5] ซึ่งตรงกับที่ บทความ ของ Naval บอก วันก่อนที่เบ้นเขียนไปคือ “เราต้องสร้่างเส้นทางของตัวเอง”Productize Yourself is the answer”
จะไม่ใครเอาชนะเราได้ หากเราได้เดินในเส้นทางของตัวเราเอง
.
[6] 

🎯

 4 ขั้นตอนปลดล็อค “อัจฉริยะ” ในตัวคุณ
1.ลอง Self–Check & สังเกต
– เล่น Quiz MI ออนไลน์ เพื่อจุดประกายไอเดีย (ไม่ใช่คำตัดสินเด็ดขาด)
– จด 1–2 กิจกรรมที่ทำแล้วรู้สึก “Flow” สุดๆ ในแต่ละวัน
.
2.ขอ Feedback จากเพื่อน/คนที่เราเคารพ
-ถามว่า “เวลาเราทำงานด้วยกัน คุณเห็นจุดแข็งผมด้านไหน?”
– จัด “Trusted Coach” หาคนที่กล้าวิจารย์เราแบบ ไม่ทำร้ายเรา
.
3. Deliberate Play สลับหมวกทุกวัน
-วันหนึ่งเป็นนักวิเคราะห์ (Logical)
-วันถัดเป็น storyteller (Linguistic) หรือโยคะสั้นๆ (Bodily)
.
4. จดบันทึก & วัดผล
ตั้งเป้า Fail Rate เดือนละ 3 ครั้ง จดบทเรียนทุกครั้ง
สุดท้ายเปรียบเทียบว่า “เราโตขึ้นยังไง” จากต้นเดือนถึงปลายเดือน
.

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


[7] สรุปบทเรียน ทั้ง 8 ด้าน
– ทุกคนมีอัจฉริยะหลากมิติ ไม่จำกัดแค่ IQ เวลาเราเห็นใครไม่เก่ง เป็นไปได้ 2 อย่าง เขาไม่เข้าใจมิติตัวเอง หรือ เขามีปัญหา Mental Model (มองไม่เห็นว่าตัวเองจะเป็นคนเก่งได้ไง)
.
– เข้าใจตัวเอง ผ่านการสังเกต Feedback และกิจกรรมที่ทำแล้ว Flow ค่อยๆปรับไปเรื่อยๆ จนเรารู้จักตัวเราจริงๆ เพื่อสร้างเส้นทางของเราเอง
.
เป็นเนื้อหาที่เบ้นอยากให้มีสอนที่โรงเรียนมากๆ เด็กๆหลายคนเรียนจบมาพร้อมกับการตีตราว่าเราไม่เก่ง แต่ ความถนัดหลายๆด้านไม่ได้มีการวัดผลที่โรงเรียน
.
ตัวเบ้นเองกว่าจะเข้าใจจริงๆก็อายุเลย 25+ ไปแล้ว กว่าจะ รู้ว่าตัวเองถนัดและชอบทำอะไร และทำอะไรได้ดี พอเรารู้จักตัวเองปั๊ปเราไปไวมากๆ555
.
Marcus Aurelius บอกว่า
“It is not death that a man should fear, but rather he should fear never beginning to live.
.
ความตายไม่ใช่สิ่งที่เราต้องหวาดกลัว สิ่งที่เราต้องกลัวคือการที่เราไม่ได้มีชีวิตของตัวเองจริงๆ
(โครตตำนาน อ่านบทความนี้จบ ส่งให้เจ้านายเลย ลาออกไปค้นหาตัวตนที่แท้จริงนะเจ้านาย555)
.
“เราอาจไม่ได้เกิดมาฉลาดทุกด้าน แต่เบ้นเชื่อว่าทุกคนมีของที่ซ่อนอยู่ รอวันปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงครับ”

ขอให้เราค้นพบ ศักยภาพที่แท้จริงครับ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • วิธีหาลูกค้า 10 คนแรกให้ได้ภายใน 10 วัน คู่มือฉบับมือใหม่สำหรับคนที่พึ่งมีไอเดีย

  • วิธียอมรับว่าตัวเอง เป็นคนไม่เก่งเพื่อทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่เก่งขึ้น

  • เรียนยังไงให้สมองอยากจำ ไม่ใช่แค่ฝืนจำ ตามหลักการประสาทวิทยาของการเรียนรู้


ความเห็น

ใส่ความเห็น