สรุป อาหารอะไรที่มะเร็งชอบ + วิธีลดความเสี่ยง
.
ช่วงนี้เบ้นอินเรื่อง Longevity ไปหา Podcast ฟังมาเจอคลิปนี้เข้าไปมีเรื่องที่เราเข้าใจผิดเกี่ยวกับมะเร็งเยอะมากๆเลย เดี๋ยวเรามา Update กันในโพสต์นี้
.

มะเร็ง = โรคระบบเผาผลาญ?
หลายปีที่ผ่านมา เรามักเข้าใจว่า “มะเร็ง” เป็นผลจากการกลายพันธุ์ของยีนในร่างกาย… (เบ้นเข้าใจงี้เหมือนกัน)
.
แต่ในสัมภาษณฺ์ The Diary of a CEO ศาสตราจารย์ Dr. Thomas Seyfried ได้นำเสนอแนวคิดที่ พลิกความเข้าใจใหม่ว่า:
.
“Cancer is not a genetic disease. It’s a mitochondrial metabolic disease.”
“มะเร็งไม่ใช่โรคพันธุกรรม แต่มันคือโรคที่เกิดจากการเสียสมดุลของระบบเผาผลาญระดับเซลล์”
.
คำพูดนี้ไม่ได้เป็นเป็นทฤษฎี แต่มีงานวิจัยสนับสนุนยาวนานกว่า 10 ปี
.
ทุกวันนี้วิทยากร เราล้ำมาก แต่ก็มีคนเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในสหรัฐฯ มากถึง 1,700 คนต่อวัน (ข้อมูลจาก American Cancer Society ปี 2023)
———————————————-

จุดอ่อนของเซลล์มะเร็ง: พลังงานที่มันต้องการ
Dr. Seyfried อธิบายว่า
เซลล์มะเร็งมี “จุดอ่อน” อยู่ที่ แหล่งพลังงาน
.
มันต้องพึ่งพา: กลูโคส (น้ำตาล) ,กลูตามีน (กรดอะมิโนชนิดหนึ่ง)
ผ่านกระบวนการหมัก (fermentation) เพื่อสร้างพลังงาน แม้จะมีออกซิเจน เซลล์มะเร็งก็ยัง “หมักน้ำตาล” แทนการหายใจแบบปกติ (Warburg Effect)
———————————————-

แล้วอาหารแบบไหนบ้างที่ “กระตุ้น” มะเร็ง?

Processed meats (เนื้อแปรรูป):
ไส้กรอก เบคอน แฮม – มีสารก่อมะเร็งอย่างไนไตรต์

น้ำอัดลมและเครื่องดื่มหวาน:
มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง → กระตุ้นอินซูลิน → เพิ่มการเติบโตของมะเร็ง

ขนมอบ แป้งขัดขาว:
คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยเร็ว → ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่ง

อาหารทอดซ้ำ & น้ำมันพืช:
เกิดอนุมูลอิสระ ทำลายไมโตคอนเดรีย
—————————————————

Lifestyle ที่ดี
1. Intermittent Fasting (IF):
อดอาหารเป็นช่วง ๆ เช่น 16:8 หรือ 5:2 → ร่างกายเข้าสู่ภาวะใช้ไขมัน
ลดกลูโคส ลดกลูตามีน (อีกแหล่งพลังงานของมะเร็ง)
2. วัดค่า GKI (Glucose Ketone Index):
ถ้า GKI < 1.0 แปลว่าเซลล์มะเร็งอยู่ในสภาพ “อดอาหาร”
มีงานวิจัยใช้ GKI เพื่อติดตามผลในผู้ป่วย glioblastoma (มะเร็งสมองร้ายแรง)
.
3. Basic ทั้งหมด ออกกำลังกาย,นอนพักผ่อนให้พอ,ลดความเครียด
ช่วยให้ไมโตคอนเดรียแข็งแรง ลดการอักเสบภายใน
.
4. Mediterranean Diet
ระบุว่าอาหารนี้มีความเกี่ยวข้องกับ การลดความเสี่ยงโดยรวมของโรคมะเร็งได้ถึง 12%
ผัก ผลไม้สด เป็นแหล่งไฟเบอร์ วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ
ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น อัลมอนด์ วอลนัท ข้าวโอ๊ต คีนัว
ไขมันดีจากมะกอก (Extra Virgin Olive Oil) แหล่งของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว
ปลาและอาหารทะเล โดยเฉพาะปลาที่มีโอเมกา-3 เช่น แซลมอน ซาร์ดีน
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
สรุป: เราทำอะไรได้บ้าง? (ใครขี้เกียจอ่านมารวมกันตรงนี้555)
– ลดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตแปรรูป
– กินอาหารที่ดีต่อไมโตคอนเดรีย (อะโวคาโด,ปลา,เบอรี่,ไข่ ๆลๆ)
– Keto, IF (ทำอย่างมีความเข้าใจ)
– ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
– นอนให้พอ ลดความเครียด
– ติดตามค่า GKI ถ้ากำลังฟื้นฟูจากโรค
—————————————
คนรู้จักรอบตัวเบ้นมีคนเสียชีวิตด้วยมะเร็งเยอะมาก แทบจะครึ่งต่อครึ่งเลย

สุขภาพ = พลังในการเลือก
ถ้าเรารู้ว่าเซลล์มะเร็ง “กินอะไร”
เราก็สามารถ “ไม่ป้อนอาหารมัน” ได้
.
เพราะการป้องกันมะเร็ง…
อาจเริ่มต้นจาก “จานอาหารตรงหน้าเรา”
.
สังคมสมัยก่อนมีอัตรามะเร็งต่ำมาก
แต่เมื่อเรากินอาหารแปรรูปมากขึ้น + เคลื่อนไหวน้อยลง
อัตรามะเร็งกลับพุ่งสูง
แปลว่า… “มะเร็งอาจไม่ใช่เรื่องของDNA แล้ว แต่เป็นผลลัพธ์จากวิถีชีวิต ที่เรากำลังเจออยู่”
.
หวังว่าโพสต์นี้จะช่วยให้ทุกคนได้มุมมองใหม่
และเริ่มดูแลตัวเองในแบบที่ลึกกว่าเดิมนะครับ





ใส่ความเห็น