จริง ๆ แล้วเราไม่ได้โง่ เราแค่ไม่มี ‘Database’ พอ”
เบ้นไปเจอบทความจาก Sean D’Souza ชื่อว่า
“How To Become Smarter By Utilising The Database Concept”
ชื่อดู tech ๆ หน่อย แต่จริง ๆ พูดเรื่อง “คนเก่ง” คือคนที่มีฐานข้อมูลในหัวเยอะเฉย ๆ
.
Sean D’Souza คือนักเขียน นักการตลาด นักวาดการ์ตูน และครูด้าน storytelling ปี 2015 Sean ทำรายได้ประมาณ $500,000 (ประมาณ 20 ล้านบาท อ้างอิงจาก Mixergy)
.
ซึ่ง Sean เขาบอกเลยว่า
เขาไม่ใช่เทพ ไม่ได้มีพรสวรรค์ ไม่ใช่เกิดมาก็วาดเก่ง แต่มันมาจาก
“เขามีคลังข้อมูลในหัวให้ดึงมาใช้ได้ตลอดเวลา”
ลองนึกภาพว่าคุณมีคอมพิวเตอร์อยู่สองเครื่อง
เครื่องหนึ่งไม่ได้เชื่อมต่ออะไรเลย นอกจากปลั๊กไฟ
อีกเครื่องหนึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่
.
เครื่องไหนน่าจะมีประโยชน์กับคุณมากกว่า?
แนวคิดเดียวกันนี้ใช้ได้กับ “การเรียนรู้”
คนที่มี Database มากกว่า มักถูกมองว่า “มีพรสวรรค์” มากกว่า
แต่ความจริงคือ ฐานข้อมูลคือสิ่งที่เราควบคุมได้ และการเรียนรู้วิธีใช้มันจะทำให้เราดู “มีพรสวรรค์” ขึ้น
—

“คนเก่ง” คือคนที่เชื่อมโยงได้เร็ว เพราะมีของในหัวเยอะ
เขายกตัวอย่างง่าย ๆ เลย — “อาหารเช้าในอินเดีย”
ลองคิดดูว่า Breakfast อินเดียมีอาหารเช้ากี่แบบ?
เบ้นเดาว่า 20? 50? ปรากฏ… มีมากกว่า 824 แบบ!
แถมยังเป็นแบบ vegetarian(ผักล้วน) ทั้งหมด
ถ้านับแบบ มีเนื้อสัตว์ก็คือ มีเป็นหมื่นๆแบบ
.
แต่ Sean ไม่ได้จะมารีวิวอาหารอินเดียนะ
เขาบอกว่า: ถ้าในหัวคุณมีตัวเลือกเยอะ คุณจะมองโลก “ไม่เหมือนเดิม”
คุณจะปรุงอาหารออกมาได้หลากหลายมากขึ้น
คุณคิดได้กว้างขึ้น ลึกขึ้น รู้ทางเลือก รู้วิธีดึงสิ่งหนึ่งไปใช้กับอีกอย่าง —
นี่แหละคือ Concept “Database” ของ Sean
—

วาดรูปเก่ง เพราะดูเยอะ
Sean เล่าเรื่อง Renuka คนรู้จักที่เป็นนักวาด
เวลา Renuka วาดมือ วาดขาแล้วไม่แน่ใจ ต้องเปิดภาพดูตัวอย่างตลอด
มันไม่ใช่เพราะเขาไม่มีฝีมือนะ แต่เพราะ “ฐานข้อมูลภาพในหัว” ยังไม่เยอะพอ เขาไม่มีชุดข้อมูล ขาแขน ในหัวมากพอ
ต่างจากคนที่วาดมาเป็นพันครั้ง เขาจะรู้เลย มือมีกี่แบบ แบบไหนบ้าง
เขาดึงภาพจากในหัวได้ทันที → เร็วกว่า ลื่นกว่า เพราะ Database พร้อม
[ตรงนี้เบ้นขอเสริมว่า เบ้นเห็นว่าคนเก่งๆหลายคน จะยกตัวอย่าง และ เข้าใจอะไรได้ไวกว่า เพราะเขามี มุมมองประสบการ์ณที่เยอะกว่า ทำให้เขาเข้าใจเรื่องใหม่ๆได้ไวกว่า Sean เองก็เป็นคนประเภทนี้เหมือนกัน]
—

เราไม่ได้แย่ที่ภาษา… แค่ “ขาดคำในหัว”
Sean เล่าว่าตอนเขาเรียนภาษาฝรั่งเศส
เขาบอกว่าเวลาจะพูดอะไรบางทีติด… ไม่ใช่เพราะโง่
แต่เพราะแค่ “ไม่รู้ว่าคำนั้นมันคืออะไร” → จะพูดคำว่า “น้ำหนัก” หรือ “เสา” ก็พูดไม่ได้
มันคือ struggle ที่มาจาก database ที่ยังเล็ก
ไม่ใช่เรื่องของ IQ เลย
—

เด็ก 2 ขวบ… ก็เริ่มห่างกันแล้ว
เรื่องที่โหดและน่าเศร้าคือ…จากงานวิจัยบอกว่า
เด็กจากบ้านรวยจะได้ยินคำศัพท์เยอะกว่าเด็กจากบ้านจนถึง “3 เท่า”
เด็กอายุ 4 ขวบจากบ้านที่มีการศึกษา ได้ยินคำประมาณ *45 ล้านคำ
ในขณะที่เด็กจากครอบครัวยากจน ได้แค่ *13 ล้านคำ*
แปลว่า… ฐานข้อมูลในหัวเขา “น้อยกว่า” ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียนอีก
ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมโตมาถึงดูเหมือน “ไม่เก่ง” เท่า
ปัญหาคือ Database ของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน ตั้งแต่เด็กๆแล้ว
—

นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้เพิ่งเก่งตอนอายุ 60
Sean บอกว่า อายุเฉลี่ยของนักวิทยาศาสตร์ที่ได้โนเบลคือ 55-58 ปี
มันไม่ใช่ว่าพอแก่แล้วสมองดีขึ้น… แต่เพราะเขาสะสม “Database” มาทั้งชีวิต
แล้วพอวันหนึ่งภาพมันชัดพอ เขาเลยต่อจิ๊กซอว์ได้
—

เรียนจากกล้อง
Sean บอกว่าเขาพกกล้องไปทุกที่
ถ่ายรูปทุกวัน เดือนละ 3,000 รูป ทั้ง ๆ ที่แค่ถ่ายเล่น
กล้องมีแค่ไม่กี่ปุ่ม แต่ใช้มา 5 ปี ยังมีอะไรให้เรียนรู้เพิ่มทุกวัน
เพราะมันมี “หลายชั้นของ Database” → ทั้งเรื่องกล้อง เรื่องภาพ เรื่องการจัดองค์ประกอบ เรื่องแสง
เมื่อเราเอา Database พวกนี้มารวมกัน มันจะกลายเป็นงานศิลปะ
.
ในเวลาเดียวกันก็มีการเล่าเรื่อง (storytelling) และการทำพอดแคสต์ (podcasting)
พวกเราทุกคนกำลังสร้างฐานข้อมูลเหล่านี้อยู่
และถ้าเราทำทีละนิดทุกวัน—จริง ๆ คือเกือบทุกวันโดยไม่ขาด—นั่นแหละคือจุดที่คุณจะเริ่มเก่งในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแท้จริง
—
เราไม่เก่ง เพราะเรา “ไม่เคยสะสมมันเลย”
.
หลายคนคิดว่าทำไมเราทำไม่ได้เหมือนคนอื่น
แต่จริง ๆ แล้ว เราแค่ไม่มี Database
แล้วใคร ๆ ก็สร้างมันขึ้นมาได้
.
Sean บอกว่าเขาเรียนภาษาฝรั่งเศสมาหลายคอร์ส
จ่ายเงินไปกับ 10 คอร์ส แต่เวิร์กจริงแค่ 1-2
ซึ่งกว่าจะเจอ ก็ต้องเสียทั้งเวลาและเงิน
แต่นี่แหละคือการสร้าง Database ที่แท้จริง — มันต้องลอง ต้องผิด ต้องเสีย ต้องเรียนรู้ แล้วมันจะค่อย ๆ ขึ้นรูป
—

เรียนรู้คือ “การลงมือ + ทำผิด + ทำซ้ำ”
อยากเล่าเรื่องให้เก่ง? ก็ต้องอ่านเรื่องเล่าเยอะ ๆ
อยากวาดรูปให้เก่ง? ก็ต้องดูรูปเยอะ ๆ วาดบ่อย ๆ
อยากพูดภาษาให้เก่ง? ก็ต้องลองพูดผิดบ่อย ๆ
Sean สรุปไว้สวยเลยว่า:
> “You don’t lack intelligence, you lack database.”
> (คุณไม่ได้โง่ คุณแค่ไม่มีคลังข้อมูลมากพอ)
—
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
ใครสนใจเบ้นอ่านบทความนี้ของ Sean เบ้น แปะลิ้งก์ให้อ่านใต้โพสต์นี้เลย
.
*เบ้นว่านี่คือคำตอบของคำว่า “ทำไมเรารู้สึกว่าคนอื่นเก่งกว่า”*
เขาแค่ “สะสมคลังข้อมูลไว้ใช้”
เราทำได้เหมือนกัน ขอแค่เริ่มเล็ก ๆ แต่จริงจัง
สุดท้าย Talent = Time × Data
.
ช่วงนี้เบ้นก็กลับมาอ่านหนังสือจริงจัง พยายามอ่านให้ได้ทุกวันวันละ 30 นาที ก่อนเริ่มทำงาน แล้วก็พยายามหาเวลามาเขียนให้ได้ทุกวัน
เบ้นเชื่อว่า Reading + Writing จะทำให้เราฉลาดขึ้น มีคลัง Database
ยิ่ง AI กำลังมาแรง ยิ่งต้องฝึก Consume เสพข้อมูลให้เข้าใจไวขึ้น
.
เราอ่านเพื่อ กิน ความรู้ + เราเขียนเพื่อ ย่อย = Talent (ตัวเราที่เก่งขึ้น)
.
หวังว่าบทความนี้จะช่วยเพิ่ม Database ให้เราเป็นคนที่เก่งงขึ้นนะค้าบ





ใส่ความเห็น