Build $300M Startup

Build $300M Startup

“ความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความทุกข์ทรมานเป็นทางเลือก”
.
เขาไม่ได้มาจาก Silicon Valley
ไม่ได้มีปริญญาจากมหาวิทยาลัยดัง
ไม่มีเงินทุน ไม่มี นักลงทุน ไม่มี เบาะให้รองรับ
เขาเป็นแค่ผู้อพยพจากแอลจีเรียที่เดินทางมานิวยอร์กพร้อมกับ “ศรัทธา” และ “ฝันที่ยิ่งใหญ่”
.
ชื่อของเขาคือ Khalid Meniri
.
กลางวันเขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง
กลางคืนทำงานทุกอย่างเพื่ออยู่รอด
เขาไม่มี connection ไม่มี background ด้าน tech หรือ startup
แต่เขามีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนทุกอย่างได้ — ความดื้อรั้น (relentlessness)
.
แรงบันดาลใจของเขา เริ่มต้นจากการเดินเข้าไปใน
Apple Store ที่ Fifth Avenue เขาหลงไหลมันในทันที
ความเรียบง่ายของการออกแบบ
ความใส่ใจในรายละเอียด
มันปลุกบางอย่างในตัวเขาให้เริ่มสนใจเรื่อง Design
.
เขาเริ่มต้นจากการเปิดเอเจนซีเล็กๆ ที่ชื่อว่า Six Agency
รับจ้างออกแบบแอปเล็กๆ เพื่อหารายได้ และเรียนรู้การทำ แอป
สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยหยุด คือ “ความอยากพัฒนาตัวเองเสมอ”
.
Six Agency พัฒนาต่อมากลายมาเป็น Six Travel ให้คนจองโรงแรมบนมือถือ ไอเดียตอนนั้นดีมาก ในเรื่องของ Design ให้ใช้ง่ายมากๆ
.
แต่สิ่งที่ยากกว่าการหาไอเดีย
คือการ “อยู่รอด” เพื่อได้ทำไอเดียนั้นให้สุด
.
แล้วโควิดก็มาถึง…
โรงแรมทั่วโลกปิดตัว
แอปจองโรงแรมที่เขาสร้าง เกือบไม่มีโอกาสได้เปิดตัว
.
แต่ Khalid มองไกลกว่านั้น
เขาเชื่อว่า “โลกจะกลับมา”
และวันที่ผู้คนกลับมาเดินทางอีกครั้ง ผู้คนรักการท่องเที่ยวเสมอ
ระบบเดิมๆ จะไม่สามารถรองรับโลกใหม่ได้อีก
.
ในช่วงเวลานั้น เขาได้ insight สองอย่างที่เปลี่ยนเกม:
.
1.ไม่มีโรงแรมไหนในโลกที่รับ Apple Pay ได้
2.แอปสำหรับผู้บริโภค (Consumer App) แทบไม่มีทาง Scale ในภาวะนี้
.
ดังนั้น เขาจึง pivot (เปลี่ยนทิศธุรกิจ)
จากแอปสำหรับผู้ใช้ (B2C)
สู่การเป็น infrastructure สำหรับธุรกิจโรงแรม (B2B)
“SelfBook” ได้ถือกำเนิด
.
ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มจอง
แต่เป็น “ระบบเบื้องหลัง” ที่ทำให้โรงแรมสามารถแข่งขันกับ OTA (Online Travel Agencies) ขนาดใหญ่ได้
.
Selfbook ไม่ได้พยายามล้มระบบเก่า
แต่เลือกที่จะ “เชื่อม” กับมัน
.
เพราะเขารู้ว่า ระบบที่โรงแรมใช้ ถูกสร้างมาตั้งแต่ยุค 60s
มันเปลี่ยนยาก แต่มัน “เชื่อมได้”
.
Selfbook จึงสร้างสิ่งที่เรียกว่า Integration Layer
(เลเยอร์ซอฟต์แวร์ที่เชื่อมระบบเก่าเข้ากับเทคโนโลยีใหม่)
.
และมันทำให้โรงแรมเล็กๆ
สามารถรับ Apple Pay, Google Pay, หรือ digital wallet ได้ภายในเว็บไซต์ของตัวเอง
โดยไม่ต้องพึ่ง OTA (Online Travel Agencies)
และผลลัพธ์คือ Conversion เพิ่มขึ้น 40% Cancellation ลดลง 44%
.
สิ่งที่ทำให้ Selfbook เติบโต
ไม่ใช่เพราะเขามีการเงินที่ดีกว่าใครในการจัดโปรโมชั่น
ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีที่เขาล้ำกว่าใครๆ
.
แต่เพราะเชื่อใน “ความตั้งใจ”
ของผู้ชายคนหนึ่ง ที่อยากให้แขกของโรงแรม
จองห้องได้ง่ายขึ้นนิดเดียว Design ให้ดีให้ใช้ง่าย
.
Selfbook เติบโตจากความเชื่อแบบนั้น
แบบที่ไม่มีใครเห็นค่า
แต่เขาเชื่อว่า infrastructure ที่ดี
ต้อง “เรียบหรูแต่ทรงพลัง”
.
ปีที่ผ่านมา พวกเขาเติบโต ไปสู่ $300M แล้ว
.
นี่ไม่ใช่เรื่องของการทำ startup
นี่คือเรื่องของคนธรรมดาคนหนึ่ง
ที่สร้าง “โครงสร้างใหม่” ให้ทั้งอุตสาหกรรม
เพราะเขาไม่ยอมแพ้
ไม่กลัวเริ่มใหม่
และไม่สนว่าตัวเองมีอะไรในมือ
.
สิ่งที่เราควรเรียนรู้จาก Khalid Meniri คือ

ถ้าไม่มีใครสร้างให้คุณ — คุณสร้างเอง

ถ้าโลกไม่เอื้อให้คุณ — คุณเอื้อให้ตัวเอง

ถ้าโอกาสดูเหมือนหลุดมือ — แค่ pivot แล้วมองใหม่

บางทีสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
อาจไม่ได้เริ่มจาก “idea”
แต่มาจาก “ความดื้อรั้น” ที่จะไม่ยอมถอย

และโลกนี้…
ยังต้องการ infrastructure แบบนั้นอีกเยอะ
มีไอเดียอีกเยอะที่ยังไม่ถูกขุดเจอในโลก Digital นี้
สิ่งคุณขาดคือความกล้าลุย
.
วันหนึ่ง Khalid ใส่ Travel Experience ลงไปในแอป
ทำให้คนที่กำลังจะจองรู้สึถึงประสบการ์ณดีๆ
มันไม่ใช่ฟีเจอร์ใหญ่ แค่ความอยากทดลอง
แต่ engagement พุ่งขึ้น 70%
.
ไอเดียมันเกิดแบบนั้นแหละ
ไม่ได้มีแผนธุรกิจ
ไม่ได้มี pitch deck
ทุกอย่างมันเริ่มที่ตัวคุณเอง

และมันง่ายที่จะยอมแพ้ แต่คุณต้องไม่ใช่คนขี้แพ้ – Khalid Meniri

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)


ความเห็น

ใส่ความเห็น