AI จะแก้ปัญหาโรคชราได้ไหม?

AI จะแก้ปัญหาโรคชราได้ไหม?

มีคนแค่ 6 คนใน 100 ที่ “metabolically healthy” ระบบร่างกายเป็นปกติจริงๆ

จริงๆที่เราคิดว่าเราป่วยมันเป็นแค่ปลายทาง ไม่ใช่ต้นทาง เราป่วยตั้งแต่วันนี้แล้ว

วันนี้กลับมา ครั้งที่ 2 กับงาน Staygold #2 อีกแค่ 5-10 ปี มนุษย์จะอายุถึง 120 ปีแล้ว

Panel วันนี้ คือ คุณ ท๊อป จิรายุส – Topp Jirayut , คุณ โจอี้ Soma Health Bangkok , คุณ หมอนุ้ย, คุณหมอฟ้า พ.ญ.วรรณวิพุธ , คุณหมอชาย ปราชญา เวลเนส คลินิก

Topic วันนี้คือ Future มากๆ แต่ในอนาคตนี้ คือความรู้ที่ผสม ไทย จีน ยุโรป หมดเลย
——————————————–

A. คุณท๊อป จิรายุส – ความชราเป็นโรค?

ถ้าเราอยู่ในยุคสมัยก่อน ความชราเป็นเหมือนกับสัจธรรมที่ทุกคนต้องรู้จัก

เราต้องแยกสองสิ่งนี้ก่อนคือ:

Chronological Age – คือร่างกายจริงๆตามอายุของเรา เช่นกี่ขวบแล้ว

Biological Age – คืออายุจริงๆของร่างกายเรา บางคนแก่กว่าอายุตัวเลขมาก (เราต้องให้ความสำคัญกับตรงนี้)

ปัญหาปัจจุบันคือ การรักษาของเรา “Base on Location”
เอาง่ายๆคือ ปวดหัวก็ไปหาหมอหัว ปวดท้องไปหาหมอท้อง ปวดตาไปหาหมอตา

แต่ปัญหาจริงๆ มาจากร่างกายของเราเป็น System ทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมด
คือเราต้องแก้กันที่ Root ไม่ใช่แก้กันที่ Cause
เราไปรักษาที่อาการ คือความเจ็บปวด เลยกดอาการ (Cause) ไม่ได้รักษาที่มาของโรค (Root)

อายุคนไทยผู้ชาย เริ่มจะติดเตียงเดินไปไหนไม่ได้เฉลี่ยตอนนี้อยู่ที่ 67 ปี เราไม่ได้ใช้ชีวิต ติดเตียง มาจากป่วยสะสม ออดแอดตั้งแต่แรกๆ

เราต้องรู้จักคำว่า “System Biology”

คือศาสตร์ที่ศึกษาชีวิตในเชิง องค์รวม (Holistic)
ไม่มองแค่เซลล์หรือโมเลกุลตัวใดตัวหนึ่งแยกเดี่ยว แต่ศึกษาว่า ส่วนต่างๆ ของร่างกาย (เช่น ยีนส์, โปรตีน, เครือข่ายสัญญาณ, อวัยวะ) ทำงานร่วมกันอย่างไรในระดับระบบ เพื่อควบคุมสุขภาพหรือก่อโรค

*Functional Medicine* – คือการแก้ไขจากรากของร่างกายเรา

เหมือนคนเป็นมะเร็ง เราใช้พฤติกรรมของคนเป็นมะเร็งมา 10 ปีแล้ว แล้วค่อยมาออกอาการ

Hallmarks of Aging: ต้นตอของความชรา ทั้ง 10

1.Epigenetic Alterations – การเปลี่ยนแปลงของระบบควบคุมยีน

2.Telomere Shortening – ปลายโครโมโซมสั้นลงเมื่อเซลล์แบ่งตัว

3.Inflammaging – การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำสะสมตามอายุ

4.Abnormal Proteins – โปรตีนผิดรูปหรือสะสมในเซลล์

5.Mitochondrial Dysfunction – ไมโตคอนเดรียเสื่อมประสิทธิภาพ

6.Zombie Cells (Senescent Cells) – เซลล์แก่ที่ไม่ตายแต่ไม่ทำงาน

7.Genomic Instability – ความเสียหายสะสมใน DNA

8.Stem Cell Exhaustion – เซลล์ต้นกำเนิดเสื่อมลง

9.Deregulated Nutrient Sensing – ระบบการรับรู้สารอาหารเสียสมดุล

10.Imbalances in Microbiome – ความไม่สมดุลของจุลชีพในร่างกาย

โรคทั้งหมดในโลกใบนี้ มีทั้งหมด 155,000 อาการ (โรค)
ถ้าทั้งหมดนี้เราไม่มีปัญหา โอกาสที่เราจะป่วย น้อยมากๆ หรือแทบไม่มีเลย

ยาหลายๆตัวมาจากเคมีที่มี Effect มาก อาจจะแก้ปัญหาบางตัวได้ แต่ไปกระทบอีกตัว ไปกระทบกับตับกับไต แทนบ้าง

“ชีวิตของเราดีขึ้นได้ผ่าน Lifestyle สิ่งที่เรากำหนดได้”

สิ่งที่ต้องลดลง (Too Much)
Bad Diet: ลดอาหาร ultra processed, ลดน้ำตาล
Stress: ลดความเครียด
Toxins: ลดสารพิษ
Allergens: ลดสารก่อภูมิแพ้
Microbes: ลดการสัมผัสเชื้อโรค

สิ่งที่ต้องเพิ่ม (Too Little)
Meaning & Purpose: เพิ่มเป้าหมายในชีวิต
Community: เพิ่มความสัมพันธ์ในสังคม
Sleep: เพิ่มคุณภาพการนอน
Stress Reduction: เพิ่มกิจกรรมลดความเครียด
Exercise: ออกกำลังกายเป็นประจำ
Nutrients: เน้นโปรตีน, ผักหลากสี, ไขมันดี
Whole Foods: กินอาหารธรรมชาติ ไม่แปรรูป

Muscle – กล้ามเนื้อคือสิ่งที่คนไทยเราเข้าใจผิดหลายคน ยิ่งอายุเยอะยิ่งต้องใช้กล้ามเนื้อเยอะ ยิ่งเรากล้ามเนื้อเยอะยิ่งดูดซึมได้ดี ใครอายุเยอะ ยิ่งแข็งแรงยิ่งอายุยืน คนที่เป็นอัลไซเมอร์แทบทุกคนไม่มีกล้าม บางคนน้ำหนักเท่าเดิมแต่กล้ามน้อยลงไปเรื่อยๆ

Hormesis Stress – คือความเครียดที่มีผลบวกกับร่างกาย , comfort of life ทำให้เราอายุสั้นลง เช่น การเดิน 10,000 ต่อวัน , Ice bath , การเล่น Weight training

“อาหารคือสิ่งที่ฆ่าคนมากที่สุดในโลกนี้ไม่ใช่สงคราม”

——————————————-
C หมอนุ้ย พญ.ศศพินทุ์ วงษ์โกวิท
คุณหมอนุ้ยจะมาแชร์ในมุมมองของการผ่าตัด คือ คนที่อายุเยอะ และต้องผ่าตัดใหญ่ จะมองเห็นเลยว่า พอผ่าตัดแล้ว แต่ละคนฟื้นตัวไม่เท่ากันเลย

คนที่เห็นคุณค่าของการมี Health Span ที่ดี มาจากการที่เรามองเห็นคุณค่ากับเรื่องนี้ก่อน
ไม่งั้นเราจะไม่ลงมือทำเลย เราต้องมีความ Deep understanding ให้กับสิ่งที่เราอยากเปลี่ยนแปลงก่อน

Gut biomicro – ลำไส้คือสมองส่วนที่สองของเรา
ลำไส้กับสมองของเราทำงานไปด้วยกัน ถ้าลำไส้ไม่ดี จะทำให้เราเป็นซึมเศร้าได้เลย เพราะสองส่วนนี้สื่อสารกันตลอดเวลา

โดยตามธรรมชาติของเราจะมีจุลินทรีย์อยู่แล้ว
ถ้าเราไม่มีแผล สิ่งที่จะเข้ามาในลำไส้ได้ คือ “การกิน” ซึ่งลำไส้เรามีจุลินทรีย์อยู่ตลอดเวลา

ถ้าเราอยากดูแลลำไส้ ต้องทำ 3 อย่าง:

อาหารที่เลือกกิน

Processed Food, Alcohol, แป้งแปรรูป, น้ำตาลเทียม สิ่งเหล่านี้ทำให้จุลชีพในลำไส้อ่อนแอลงได้

ให้ลำไส้มี 3 อย่างสำคัญ:
1.Probiotic (ตัวตั้งต้น)
2.Prebiotic (ตัวเสริม เช่น ผักกลิ่นฉุน)
3.Fiber (ไฟเบอร์) อย่างเพียงพอ
(แต่ไม่ควรเกิน 30 กรัม/วัน เพราะเราย่อย Cellulose ไม่ได้เหมือนวัว)

การทำ Fasting เพื่อให้ร่างกายได้ “เครียดบ้าง” ,ช่วยให้อายุเซลล์ดีขึ้นด้วย,สำหรับคนเริ่มต้น: แนะนำ Fasting 16:8

Mindset ที่คุณหมอนุ้ยอยากฝากไว้
“อายุเราสั้น อยากกินอะไรก็กิน อยากทำอะไรก็ทำ” — คำนี้อยากให้เลิกใช้

เราควรมีเป้าหมายว่าเราอยากเติบโต และอยากมีอายุไปเป็น “คนแบบไหน” ในอนาคต

ถ้าเรารักคนรอบตัวเรามากๆ ขอให้เราดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อที่วันหนึ่งเราจะไม่เป็นภาระของคนอื่นเมื่อเราแก่ตัวลง

———————————————
C คุณหมอชาย พจ.ชายกำแพง วิฑูรรัตน์

**Longevity ในศาสตร์จีน**
– เราเรื่องขององค์รวม ร่างกายของเราแบ่งเป็น หยินหยาง ไม้ ไฟ ดิน ทอง น้ำ
– แต่ละธาตุในช่วงชีวิตของเราจะเสียสมดุล

การดูแลสมดุลธาตุ
– ใช้สมุนไพรในการบำรุงธาตุแต่ละธาตุ
– การฝังเข็มถือว่าเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง
– Golden Ratio คือ การส่งผลจากจุดหนึ่งไปถึงอีกจุดหนึ่งเพื่อให้เกิดสมดุล

วิธีการเช็คสมดุล (Body Marker)

เวลาตื่นเช้าให้ดู:
– รอยจุดแดง ๆ ,รอยคล้ำ , ตีนกา
ความหมายของรอยต่าง ๆ
– รอยระหว่างคิ้ว → ขาดสารอาหาร สีผิวซีด ไม่มีเลือดมาเลี้ยง
– รอยตรงริมฝีปากบน → ขาดอากาศที่ดี
– รอยบริเวณใต้คาง → ทำงานหนักเกินไป อาจถึงเวลาพักผ่อน

#วิธีสังเกตว่าเราเสียสมดุล อะไรที่เราเคยทำได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ เช่น:
– ตื่นบ่อยทั้งที่ไม่เคยตื่น
– เดินที่เดิมแต่เหนื่อยง่ายลง
ถ้ามีอาการเหล่านี้ ควรมาตรวจเพิ่มเติม

[ศาสตร์จีนแนะนำเรื่องการฝึกหายใจ ]
– หายใจเข้าให้ท้องป่อง (นับ 1–5)
– หายใจออกให้ท้องแบน (นับ 1–7)

[ คำแนะนำในการทานถั่วเพื่อเสริม 5 ธาตุ]
1. ธาตุไม้ (เกี่ยวกับตับ) → ทานถั่วเขียว (อย่ากินน้ำตาลด้วย55)
2. ธาตุไฟ (เกี่ยวกับหัวใจ) → ทานถั่วแดง
3. ธาตุดิน(เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร) → ทานถั่วเหลือง
4. ธาตุทอง(เกี่ยวกับปอด) → ทานลูกเดือย
5. ธาตุน้ำ (เกี่ยวกับไต) → ทานถั่วดำ

– แพทย์แผนจีนเชื่อว่า การที่เราอยู่ใกล้ธรรมชาติมากที่สุด ยิ่งดีต่อสุขภาพ

——————————
D คุณโจอี้ คุณณัชพล กิตติชัยวงส์ CEO of Soma Health

ชีวิตประจำวันของคุณโจอี้ค่อนข้าง Fancy มาก ๆ โดยเขาเริ่มจากการที่ไปตรวจ Whole Genome ของร่างกายแล้วพบว่า “ออกกำลังกายแบบไหนก็อ่อนไหว”.
คุณโจ้อี้เลยตัดสินใจประชดชีวิตด้วยการลงแข่ง Iron Man 5555

เพื่อท้าทายตัวเองและทำให้ชีวิตมีความ “เครียดในรูปแบบที่ดี” ในระหว่างการฝึกซ้อมและการแข่งขัน
คุณโจอี้พยายามท่องตลอดว่า “ห้ามบาดเจ็บตอนซ้อม”

# อุปกรณ์และกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน:
– Ice Bath,ซาวน่า ทุกสัปดาห์เพื่อทำให้ร่างกายเครียดแบบที่ดี
– Red Light Therapy ยิงแสงสีแดง เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์ม

-ที่ปิดปากก่อนนอน เพื่อปรับปรุงการหายใจ

# Longevity ในมุมมองของคุณโจอี้:

– การมีความเครียดที่ดีบ้างเป็นสิ่งสำคัญ ช่วยให้ร่างกายเรารับความเครียดและกดดันในเชิงที่ดี
– ทุก ๆ อย่างในร่างกายเรามีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเอง เพียงแค่เรากระตุ้นและส่งสัญญาณไปยังร่างกาย

– ใน เมืองไทย เรามีความสะดวกสบาย ทำให้ร่างกายเราไม่ต้องเผชิญความท้าทายเท่าในต่างประเทศ (ปัญหาหลักๆคงเป็นแค่แมลง)

– ต่างจาก ยุโรป*ที่มีความหนาว ความสูง และความกดดันจากภูมิอากาศที่ทำให้ร่างกายต้องปรับตัว เช่น ในสวีเดน พระอาทิตย์ขึ้นตี 4 ตก 5 ทุ่มในฤดูร้อนแต่ในฤดูหนาว พระอาทิตย์แทบไม่ขึ้นเลย

#ความท้าทายของการใช้ชีวิตในโลกปัจจุบัน:

– โลกที่เราอยู่ในปัจจุบันมี แสงไฟกลางคืน และ แอร์ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ในประวัติศาสตร์มนุษย์เพียง 200-300 ปีที่ผ่านมา ทำให้ร่างกายของเรา ปรับตัวไม่ทัน

# สิ่งที่สำคัญที่สุดในมุมมองของคุณโจอี้:

– Track ตัวเอง: วัดผลและทำความเข้าใจตัวเอง เปรียบเสมือนการเล่นเกมที่สามารถ เพิ่ม และ แก้ไข สิ่งต่าง ๆ ในตัวเราได้
– เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ทุกสิ่งในชีวิตมีความ Personal ขอแค่เราส่งสัญญาณที่ดีไปให้มัน แล้วชีวิตของเราจะดีขึ้น

—————————

E คุณหมอ หมอฟ้า – พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์

เรื่อง Longevity หรือการมีชีวิตยืนยาว สำหรับคนทั่วไป หมอฟ้าบอกว่า สรุปง่ายๆ เลยว่า “แก่ช้า เจ็บสั้น ตายดี” นี่คือเป้าหมายของเราที่ควรจะมี

ในตอนนี้ อายุที่ยืนที่สุดทางคณิตศาสตร์คือ 150 ปี แต่ทำไมคนเรามักจะมีอายุแค่ครึ่งหนึ่งของนั้น (ประมาณ 70 ปี)? เราน่าตั้งคำถามกับเรื่องนี้?

Healthy Medicine มีอะไรบ้าง?

1. Personal Life – เราต้องดูตัวแต่ละคนให้ละเอียด การกิน การนอน และ DNA ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน
2. Biomarker Measurement – ต้องมีการวัดผลการตรวจร่างกาย เช่น DNA กับ RNA
3. AI– เนื่องจากข้อมูลจากข้อ 1 และ 2 มีจำนวนมากมายเกินไป AI จึงเป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้
ข้อมูลทางร่างกายของแต่ละคนในระดับพื้นฐานมีจำนวนเท่ากับ หนังสือ 300 เล่มต่อปี ซึ่งมากเกินกว่าที่มนุษย์จะวิเคราะห์ได้

*คุณหมอฟ้าเสริมคุณท๊อปเรื่อง Hallmarks of Aging พึ่งมี Paper ปล่อยวันที่ ปี 2025 บอกว่า Hall mark aging มี 14 อันแล้ว *(อีก 4 ข้อเพิ่มใต้ภาพ)

[ถ้าอยากเริ่มตรวจร่างกายจริงๆ เพื่อป้องกันโรคเริ่มจากอะไร?]
คุณหมอฟ้าบอกว่า “เรามีงบเท่าไหร่?” 5555 เพราะถ้ามีเงินก็สามารถตรวจได้ทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า กี่ล้านก็ไม่พอ

สิ่งที่แนะนำให้ตรวจคือ อายุชีวภาพ (Biological Age) – อายุจริงๆ ที่เราใช้ชีวิตคืออะไร การตรวจนี้จะไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือคงที่ในทุกปี มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความเครียด การกิน การนอน

แนะนำให้ตรวจทุก 6-12 เดือนเพื่อเช็คว่าอายุชีวภาพเรามันตรงกับที่เราคิดหรือไม่

Performance – คุณหมอฟ้าบอกว่าการตรวจสมรรถภาพร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญ เช่น
1. แรงบีบมือ และแรงถีบ– เราจะทดสอบกำลังของกล้ามเนื้อ
2. VO2 Max – คือความสามารถในการใช้ออกซิเจนของหัวใจและปอด ถ้าเราทำได้ดี แสดงว่าหัวใจและปอดของเราทำงานได้ดีมาก
3. DEXA Scan – คือการสแกนร่างกายเพื่อวัดความหนาแน่นของกระดูก ปริมาณไขมัน และกล้ามเนื้อ

ถ้ามีงบเพิ่มขึ้น คุณหมอฟ้าก็แนะนำให้ตรวจ “Whole Genome” หรือการตรวจยีน ซึ่งสามารถบอกได้ว่าเรามีความเสี่ยงอะไรบ้างในชีวิต เช่น โรคอัลไซเมอร์ หรือโรคอื่นๆ

ท้ายที่สุด คุณหมอฟ้าบอกว่า Longevity ไม่ใช่เรื่องของการหาทางลัด แต่คือการเดินทางที่เราควรจะสนุกไปกับมัน ให้เราใช้ชีวิตแบบเต็มที่ตามแนวทางที่ดี

———————————–

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


สำหรับใครที่ งงศัพท์หลายๆคำ ไม่ต้องแปลกใจ เบ้นก็งงด้วย 5555 แต่เราจะเรียนรู้ไปพร้อมกันๆ สนุกดีค้าบ เก่งด้วย สุขภาพดีขึ้นด้วย

ขอบคุณทาง Bitkub มากครับที่จัดงาน @StayGold. #2
มีหลายเรื่องที่ อาจจะดู Fancy มากๆ แต่เบ้นเชื่อว่า อนาคต จะมีคนเข้าใจมากขึ้น เรื่อยๆ ต้นทุนพวกนี้จะถูกลงเรื่อยๆด้วย

ขอบคุณ ทุกท่านที่แบ่งปันความรู้กันค้าบบ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ถ้าคุณไปปักกิ่งตอนนี้ จะไม่เจอคนจีน ฉี่ข้างทางอีกแล้ว ? การเข้าสู่การปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ของประเทศจีน

  • สิ่งที่จะอยู่ต่อไปในอนาคตคือ “อดีต” (Same As Ever)

  • เปิดแล้ว Class Psychology Marketing Facebook Ads – จิตวิทยาการตลาดของมุนษย์ (ที่สุดของรากฐาน)


ความเห็น

ใส่ความเห็น