ผมปฎิเสธข้อเสนอ $3พันล้านตอนอายุ 23 จาก Mark Zuckerberg

ผมปฎิเสธข้อเสนอ $3พันล้านตอนอายุ 23 จาก Mark Zuckerberg

“ลองจินตนาการ…คุณได้ข้อเสนอซื้อกิจการ 3 พันล้านดอลลาร์บนโต๊ะ ตอนอายุ 23 คุณกล้าปฏิเสธไหม?”

แม้หลายคนในไทยอาจคิดว่า Snapchat “เจ๊ง” ไปแล้ว แต่ความจริงคือ Snap Inc. ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

[1] ย้อนกลับไปตอน Evan Spiegel อายุแค่ 23 ปี
Mark Zuckerberg เสนอซื้อ Snapchat ในราคา $3,000,000,000
.
Spiegel เล่าย้อนว่า “วันนั้นมันมีอีเมล มีการนั่งคุยกันจริงจัง”
.
แต่เมื่อต้องตัดสินใจ เขาและบอร์ดเลือกว่าจะเดิน “go it alone”
.
“เขาเชื่อในอนาคตของ Snapchat มากกว่าความสำเร็จทางลัดของการถูกซื้อ”
.
We believed in the future of it. That gave us the confidence to say no. — Evan Spiegel
.
มันคือการตัดสินใจที่ไม่ง่าย และไม่มีใครการันตี

[2] กลับมาวันนี้… Snapchat ยังอยู่ และเติบโตต่อ
.
-ในไตรมาส 4 ปี 2024 บริษัททำรายได้ $1,557 ล้าน (โต 14%)
-มีผู้ใช้งานประจำวัน (DAUs) 453 ล้านคนทั่วโลก
รายได้หลักยังมาจาก
.
a) Advertising: แบรนด์ต่างๆ ลงโฆษณาผ่าน Sponsored Snaps และ AR Filters
b)Subscription: Snapchat+ มีสมาชิกกว่า 14 ล้านคน
.
-Snapchat ไม่ใช่แค่แอปแชท แต่กลายเป็นแพลตฟอร์ม AR, Creator Economy และ Media สำหรับ Gen Z

[3] Kindness is underrated
Spiegel เล่าว่า วัฒนธรรมองค์กรของ Snapchat เขาใช้ 3 คำในการคัดเลือกคน
.
Kind. Smart. Creative.
.
> “Being nice is comforting.
> But being kind… is helping them succeed.”
.
การสร้างทีมที่กล้าแชร์ ล้มเหลว และเติบโตได้จริง ต้องเริ่มจากการ “รู้สึกปลอดภัย”

[4] ไอเดียดี = ผ่านไอเดียแย่มาก่อน
วันแรกที่พนักงานเข้าทำงาน Spiegel จะบังคับให้ทุกคน “เสนอไอเดีย” ทั้งที่ยังไม่มีข้อมูล
เพราะเขาอยากให้ทุกคน “คุ้นชินกับความล้มเหลว”
เพราะคนที่กลัวล้มเหลว ไม่มีวันสร้างอะไรใหม่ได้เลย
.
> “The best way to have a good idea is to have lots of ideas.”
.
มันคือระบบที่กลั่นคนกล้า และคัดคนคิดเป็น ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

[5] Leadership = Depth + Breadth [T-shaped]
Spiegel เชื่อในแนวคิด T-shaped leadership
Vertical: ความเชี่ยวชาญลึกใน Product Design
Horizontal: เข้าใจภาพใหญ่ของ Business, Engineering, Marketing
.
มันคือทักษะของผู้นำในโลกที่ซับซ้อน
รู้ลึกพอจะเข้าใจจุดสำคัญ
และกว้างพอจะเห็นโอกาสที่คนอื่นมองข้าม

[6] Real Impact ต้องเริ่มจาก Real Responsibility
Snap ไม่ได้สร้างแค่ฟีเจอร์สนุก
พวกเขารับมือกับปัญหา Bullying, Sextortion และ Content moderation อย่างจริงจัง
ใช้ AI, Human Review และ Data เพื่อรักษาพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้ใช้งาน
.
> “Building trust means protecting our community—even when it’s hard.”

[7] อนาคตของ Snap: AR & Creator Economy
Spiegel มองว่าโลกต่อไปคือการเชื่อมโลกจริงกับดิจิทัล
ผ่าน AR glasses (Spectacles) และ Spotlight สำหรับ Creator
ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มให้เล่น แต่เป็นพื้นที่ให้คนสร้าง “ตัวตน” และ “ธุรกิจ”
.
[8] Ownership > Quick Exit**
การปฏิเสธเงิน 3 พันล้าน
อาจดูบ้าในมุมคนทั่วไป
แต่ในมุมของเจ้าของวิสัยทัศน์
มันคือ “การเริ่มต้น” ที่แท้จริง
.
> “If you own the decision, you own the journey.”
.
ถ้า Naval Ravikant สอนเราว่า *Real Wealth = Ownership*
.
Evan Spiegel ก็แสดงให้เห็นว่า
Real Impact = การกล้าปฏิเสธทางลัด และลงมือสร้างในแบบของตัวเอง


ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


ตอนเบ้นฟังสัมภาษณ์เบ้นรู้สึก เคารพในเส้นทางปรัชญาธุรกิจของ Evan มากๆเลย มันอาจจะดูย้อนแย้งในเชิง เรื่องเงิน แต่มัน Make sense มากในเชิง Mental Game
.
บางครั้งการปฏิเสธ คือการเริ่มต้นเลือกวิถีชีวิตของตัวเอง
“Say No to offer and own your destiny”

ปฎิเสธข้อเสนอที่ยิ่งใหญ่เพื่อเดินเส้นทางชีวิตของตัวเอง

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณครับ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • 15 เคล็ดลับบริหารเวลา ของคนที่ประสบความสำเร็จ

  • Manifest 7 ขั้นตอนสู่สิ่งที่เราปราถนา (สรุปหนังสือจบ)

  • กลยุทธ์การตลาดที่ดีที่สุดคือ “Do Good Thing”


ความเห็น

ใส่ความเห็น