ถ้าเราอายุยังไม่เกิน 40 ปี ตอนนี้ Technology มีโอกาสจะพาเราไปถึง 120 ปีกันได้แล้ว

ถ้าเราอายุยังไม่เกิน 40 ปี ตอนนี้ Technology มีโอกาสจะพาเราไปถึง 120 ปีกันได้แล้ว

ถ้าเราอายุยังไม่เกิน 40 ปี ตอนนี้ Technology มีโอกาสจะพาเราไปถึง 120 ปีกันได้แล้ว

วันนี้เบ้นมีโอกาสได้เชิญไปงาน Staygold ซึ่งเป็นงานที่มาแชร์เรื่อง Health ในแบบ Longevity มากขึ้น

โดยงานนี้จะมีทั้งหมด 4 ท่าน ได้แก่ คุณ ท๊อป จิรายุส – Topp Jirayut , คุณ Maxdicine , คุณ LaohaiFrung – เล่าให้ฟรัง และ คุณ Dr.Top channel สุขภาพดีชีวิตดีแน่นอน

ตอนนี้โลกเรามีคำว่า Longevity ซึ่งเป็นคำศัพท์ใหม่ที่มาโครตแรง

Guest ทุกท่านพูดเหมือนกันว่า “มันไม่ใช่แค่สุขภาพดีแล้ว แต่เป็นการมีความสุขและมีชีวิตที่มีคุณภาพ” เพราะไม่สำคัญหรอกว่าเราจะอายุยืน ถ้าเราอายุยืนแต่สุขภาพไม่ดี ก็ไม่มีความหมาย

เราไม่ได้อยากนอนโรงพยาบาล 30 ปีตอนอายุ 80 จนเราตายไป

Health span > Life Span

(ชีวิตที่มีสุขภาพดีกว่าชีวิตที่ยาวนานแต่ป่วย)

เรามาฟังเรื่อง Longevity กัน

———————————————

A – [ คุณท๊อป จิรายุส ]

คุณท๊อปมาอัปเดตเทรนด์สุขภาพทั่วโลกกัน

ก่อนเริ่ม คุณท๊อปแวะบอกว่า “ไม่ต้องห่วง Bitcoin นะ ร่วงแค่ไหน อย่าหวั่น มาแน่นอน JUST HODL 5555555555

(Old money กำลัง Diversify Asset มาเป็น Bitcoin)

กลับมาที่เรื่องสุขภาพ คุณท๊อปบอกว่าตัวเองใช้เงินไป 5 ล้านปีที่แล้วกับเรื่องสุขภาพ! (ทำหมด ทั้งสายจีนและสายฝรั่ง) แต่มันเป็น fancy stuff ที่ช่วย top up สุขภาพได้ 20%

คุณท๊อปกลับ มาจาก Davos ที่เขากลับมารอบนี้ เขาทึ่งกับนวัตกรรมใหม่ๆมาก

“ตอนนี้ใครที่อายุต่ำกว่า 40 ปี แทบจะการันตีว่าจะมีอายุ 120 ปีได้เลย”

และบอกว่า “ความแก่เป็นเพียงโรคๆ หนึ่งที่สามารถรักษาหายได้แล้ว”

โลกกำลังเปลี่ยนไปกับ Longevity ที่ Davos โชวให้เห็นว่า เราสามารถลงไปเล่นกับเรื่องเล็กในระดับโมเลกุลได้แล้ว

อีกไม่นาน cancer และ HIV จะรักษาได้ เพราะคนที่คิดหาทางแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่จะเป็น AI ที่มาแก้ให้แทน

ถ้าจะพูดแบบเข้าใจง่าย ๆ “quantum พร้อมแล้ว” ซึ่งสรุปง่าย ๆ คือ ทุกอย่างจะถูกหารด้วย 10 จากความเร็วในการแก้ปัญหา จาก 300 ปี จะเหลือแค่ 30 ปี

และนี่คือจุดที่ Longevity มาถึงแล้ว ซึ่ง Microsoft สามารถสังเคราะห์โปรตีนจากธรรมชาติออกมาได้แล้ว ทำให้แก้ปัญหาต่าง ๆ ในระดับลึกได้

แปลว่าเราจะสามารถทำ Cellular Re-Engineering ได้แล้ว แก้ปัญหาต่าง ๆ ย้อนอายุวัยได้

สำหรับใครที่อายุมากกว่า 40 ปี อ่านมาถึงตรงนี้อย่าพึ่งท้อ เราต้องเพิ่ม Health span ทำให้สุขภาพดีต่อไปนาน ๆ ได้มากขึ้น ดูแลตัวเองให้ดี เพื่อรอให้โลก solve ปัญหาใหม่ ๆ ได้

“แก้วที่มันแตกแล้ว มันแก้ยาก”

— สองอย่างที่เราควรเริ่มให้ไว คือ การลงทุน และ สุขภาพ

Bryan Johnson – หนึ่งในคนที่กำลังมาแรงที่สุดในโลก ตอนนี้เขาประกาศออกมาเลยว่า “เขาเป่าเค้กวันเกิดทุก 16–18 เดือน” (biological age ของเขาช้าลง)

เขาครองสถิติโลกของคนที่อายุเดินช้าที่สุด ซึ่งชีวิตของเขาดู fancy มาก มีสารคดีใน Netflix ลองไปดูกันได้ค้าบ

(เขาทำทุกอย่างแบบโหดมาก กินวิตามินเป็นร้อยเม็ด กินมื้อสุดท้ายตอน 11 โมง นอนเป็นระบบ)

สรุปคือ “เงินจะช่วยให้เราเด็กลงแค่นี้เลิกอ่านได้ ไม่ใช่ละๆ ฟังต่อๆ สายไม่เปลืองเงินฟังก่อนๆ

สำหรับเราแบบไม่ต้องมีเงินระดับคุณท๊อป ก็สามารถมี longevity ได้เหมือนกัน

***********************************************

*6 Power Law of Longevity ที่สำคัญ*

1.Sleep

เราควรเลิกนอนน้อยแล้ว เลิกให้ค่ากับการนอนน้อยแล้วเท่สักที 5555

ต้องเป็น Professional Sleeper เลิกนอน 8 ชั่วโมง แล้วให้ได้ Deep sleep 2 ชม. และ REM sleep 2 ชม.

ถ้าใครขี้ลิม เรียนรู้เรื่องใหม่ แต่ REM ของคุณไม่พอ ถ้าทำได้ มูลค่ามากกว่า stem cell เป็นล้านบาท

คนไทยมีปัญหาการนอน ไม่ใช่ว่านอนไม่เยอะ แต่เรานอนไม่ดี

เทคนิคง่าย ๆ คือ “3-2-1”: 3 ชั่วโมงก่อนนอนอย่ากิน, 2 ชั่วโมงอย่ากินน้ำมากเกินไป, 1 ชั่วโมงก่อนนอนเลิกเล่น blue light (แสงจากจอมือถือ) ถ้าแก้ไม่ได้ แนะนำใช้แว่นตัดแสง

สรุปคือ ให้เริ่มดูแลการนอนตั้งแต่ก่อนนอน โดยรับแสงอาทิตย์ยามเช้าเพื่อให้ร่างกายชิน ก่อนนอนอย่าเล่นมือถือ และพยายามทำให้หัวใจเต้นช้าลง

2.Diet

เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเรา

สิ่งสำคัญจริง ๆ คือ Whole Food (ควรคุมให้ได้สัก 80% ก่อน)

แนะนำให้เลี่ยงสิ่งที่ไม่ดี เช่น น้ำตาล (กินเยอะทำให้หน้าแก่), cell เครียด และ gluten จากนม ซึ่งคนเอเชียส่วนใหญ่จะแพ้นมวัว

ลำดับการกิน (Ordering Eating) ก็สำคัญ เพราะการกินเร็วเกินไปทำให้ร่างกายจัดการไม่ได้

ควรกินลำดับ: เริ่มจากผัก ตามด้วยไขมัน เนื้อสัตว์ แล้วจบด้วยแป้ง

หากเอาแบบจริงจัง แนะนำให้เคี้ยวให้น้ำย่อยออกก่อนแล้วค่อยกิน

ปัจจุบัน gut หรือลำไส้ ได้รับการเรียกว่า “สมองก้อนที่สอง” เพราะผลิต serotonin ฮอร์โมนแห่งความสุขและความสงบ

หลาย expert แนะนำว่า ของหวานอย่ากินตอนท้องว่าง ควรกินหลังมื้ออาหาร

สำหรับ alcohol ถ้าเลิกไม่ได้ ก็ควรลดให้น้อยที่สุด

3.Exercise

เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดลงทุกปีจนในที่สุดเราจะเสียชีวิต

ควรทำ strength training และ cardio เพื่อฝึกกล้ามเนื้อและหัวใจให้แข็งแรง

พยายามเดินให้ได้อย่างน้อย 10,000 ก้าวต่อวัน

คุณท๊อปบอกว่า “ถ้าปล่อยให้ผมกลับบ้านไปออกกำลังกาย ผมจะไม่ไปแน่” จึงต้องบังคับตัวเองออกไป พร้อมทีมงานกระตุ้น 55555

4.Hydration

คนส่วนใหญ่ดื่มน้ำน้อยมาก รวมถึงคุณท๊อปด้วย

Microplastic เป็นสิ่งที่ทำให้ฮอร์โมนของเรามีผลกระทบ (อันนี้แพงมากถ้าแก้กระบวนการนี้จริง ๆ ได้ผล)

5. Community

อย่าอยู่บ้านคนเดียว เพราะความเหงาทำให้สุขภาพแย่ลง

อย่าเล่นแต่ social media จนไม่ได้เจอผู้คนจริง เพราะเราคือ social animals เราต้องมีสังคม เจอผู้คนบ้าง

6.Environment

อากาศเป็นสิ่งที่เราต้อง filter ใหม่ ๆ แบบที่เรารู้กันว่าฝุ่นในบ้านเรามีแรงขนาดไหน

บุหรี่ 1 ม้วนทำให้อายุสั้นลง 11 นาที

Bryan Johnson เคยนั่งสัมภาษณ์ที่อินเดีย แล้วเดินออกไปเลย เพราะบอกว่าสภาพห้องนั้นมีควันบุหรี่ชัด ๆ 5555 โครตโหด

ควร invest ในสิ่งที่ filter อากาศดี ๆ เข้ามาในร่างกาย

ห้องนอนควรเย็นและมืดที่สุด

Trend ต่อไป จะไม่อวดความรวยแล้ว แต่จะอวดค่าเลือดและค่าหัวใจที่ลดลง สุขภาพผิว – เราจะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “Health Luxury”

————————————————-

B – [ คุณหมอ ฟรัง นารีกุล ]

คุณหมอฟรังบอกว่า สาย organic เลย low-tech มาก ๆ ไม่ได้มีอุปกรณ์เยอะ เพราะไม่มีเงิน 5 ล้านแบบคุณท๊อป 555 (แซว)

คุณหมอฟรังแนะนำว่า “ลองเริ่มจากปรับเปลี่ยนอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนเช้า เช่น ลองอย่ากินแป้งหรืออาหารที่ให้น้ำตาลสูง และเพิ่มโปรตีนเข้าไปในอาหาร”

ควรเลือกไขมันที่ดีแทนไขมันที่เลว (พวกหมูกรอบ อะไรก็น้อย ๆ หน่อย 55555)

ต้องคำนึงว่า “จากธรรมชาติ” ในเชิงการตลาด ไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป เราควรศึกษาเพิ่มเติม อย่าพึ่งฟังแค่สื่อเดียว

มีการศึกษาบอกว่าถ้าเราออกกำลังกายเพียง 5–10 นาทีเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่วยได้ (สำหรับคนที่ไม่มีเวลา อย่าหมดความหวังในตัวเอง)

และควรเน้น movement ระหว่างวัน ให้ขยับตัวบ้าง

คุณหมอฟรังแนะนำเพิ่ม physical activity เช่น ขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ หรือถ้าเดินได้ก็เดิน

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการนอน ลองเปิดคลื่นเสียงที่ช่วยให้นอนดีขึ้นก็ช่วยได้มาก

จุดหลักของคุณหมอฟรังคือ “เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ก่อนที่เราจะปรับปรุงได้” สิ่งแรกในการดูแลตัวเองคือ ความตั้งใจ

ขอให้เราตั้งใจเพียงแค่เดินไปใน direction ที่ดีขึ้น ก็จะดีขึ้นแล้ว ค่อย ๆ เริ่ม ทุกคนนน

—————————————————-

C – [ คุณ Maxdicine ]

คุณแม๊คบอกว่าจุดเริ่มต้นสนใจเรื่องนี้ เริ่มมาจากความต้องการมีสุขภาพดี เพราะเคยป่วยหนัก ทำให้ดูเหมือนคนอายุ 70 ปี สุขภาพพังสุด ๆ

ทำให้เขากลับมามองเห็นความสำคัญของสุขภาพ

เมื่อก่อนเราอวยพรกันให้มีอายุยืน แต่จริง ๆ คือ เราอยากมีสุขภาพที่ยืน

อายุขัยของคนไทยอยู่ที่ 66 ปีที่สุขภาพดี แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มมีอาการปวดอวัยวะ

คุณแม๊คบอกว่า “จะจับสมุดก่อนจับมือถือ” เพื่อเขียนขอบคุณตัวเองตอนเช้า ก่อนทำอย่างอื่น จากนั้นทำสมาธิ

(คุณ Yuval ผู้เขียน Saipen บอกว่านั่งสมาธิวันละ 2 ชั่วโมง โหดมาก)

ลองทำดูแค่สองอย่างนี้ทุกวัน แล้วดูว่าจะเปลี่ยนแปลงไปได้แค่ไหน

คุณแม๊คจะตื่นประมาณ 5:30 น. พอตื่นแล้วพยายามดื่มน้ำ จากนั้นก็ไปออกกำลังกายที่สวน แต่พอฝุ่นเยอะ ก็เลยซื้อ Walking Pad มา ดูหนังไปเดินไป ทำอะไรก็ได้

คุณแม๊คยังแนะนำอีกว่า ให้เลือกผักสีที่เราไม่เคยกินดูบ้าง เลือกสีแปลก ๆ ที่เราไม่เคยกิน

(ถ้ามีเครื่องล้างผักก็จะดีมาก)

นอกจากนี้ เขายังบอกว่า “พยายามอย่าเล่นมือถือขณะกินข้าว” ให้เรา appreciate กับสิ่งที่เรากิน ค่อย ๆ ย่อย ใช้เวลาให้กับอาหาร เคี้ยวให้ดี

ความเข้าใจผิดของหลายคนคือ “อะไรที่ดีกับคนอื่น ไม่ได้แปลว่ามันจะดีกับตัวเรา”

ลองฟังเสียงตัวเอง ดูสังเกตุว่าแบบนี้เหมาะกับเราไหม

ถ้าเราอยากเริ่มอะไร ให้ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วัน

———————————————————

D – [ คุณ หมอ ท๊อป Dr.Top Channel ]

คุณหมอบอกว่า ปีนี้เขาอายุ 46 แล้ว ตัวจริงหน้าเด็กมากก

จุดเริ่มต้นของเขามาจากการที่เป็นศัลยแพทย์ผ่าตัดหลอดเลือดมาตลอด คุณหมอเล่าว่า ตรวจคนไข้ทุกวัน พูดซ้ำ ๆ เพียง 10 นาที

“จะทำยังไงให้คนไข้เจอเราสัก 3 ชั่วโมง” จึงเริ่มอัดวีดีโอให้คนไข้ดู แล้วก็ลง social media

เมื่อเริ่มเล่าเรื่องต่าง ๆ ก็เริ่มพูดเรื่อง Longevity และพยายามย่อยให้เข้าใจง่าย ไม่ใช้ภาษาแพทย์

การมีอายุยืนกับการมีชีวิตที่ดีเป็นเรื่องคนละส่วนกัน ถ้าเราอายุเยอะแต่สุขภาพไม่ดี ก็ไม่มีประโยชน์

Longevity คือความรู้สึกที่เราตื่นมาแล้วรู้สึกดีกับตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ

คุณหมอแนะนำเทคนิค “ใช้ นาฬิกาปลุกเครื่องเดียวเอาอยู่” ตั้งปลุกตอน 3 ทุ่ม เพื่อให้เราไปนอน (ไม่ใช่ปลุกให้ตื่นนะทุกคน5555)

จากนั้น เข้านอนตอน 4 ทุ่ม โดยต้องเตรียมตัวก่อนนอน พยายามฟังเสียงเพลงสลัว ๆ ที่มีแสงส้ม อย่าใช้ไฟขาว เพราะจะทำให้ร่างกายไม่หลั่ง melatonin

คุณหมอท๊อปกล่าวว่า “ไม่ตั้งนาฬิกาปลุกมาแล้วกว่า 10 ปี” ร่างกายรู้จักพระอาทิตย์และพระจันทร์ แต่ไม่รู้จักวันจันทร์ อังคาร พุธ 5555

แม้ว่าเราจะติดโทรศัพท์ แต่มันถูกออกแบบมาให้เราใช้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นควรเอามือถือไว้นอกห้องก่อนนอน

สิ่งสำคัญตอนตื่นเช้าคือการดื่มน้ำ ควรวางขวดน้ำไว้ที่หัวเตียงแล้วดื่มทันทีหลังตื่น

คุณหมอบอกว่า “จะเดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าว”

เขายังบอกว่า “ชอบ Live ไปเดินลู่วิ่ง” 55555 เอามารวมกันประหยัดเวลา

โดยมี weight training สัปดาห์ละ 2 วัน ส่วนวันอื่น ๆ ทำวิดพื้น ดึงข้อ และอย่าลืมการยืดกล้ามเนื้อ เพราะยิ่งเรายืดได้ดี แสดงว่า mobility ของเราดี

คุณหมอท๊อป กินข้าว 2 มื้อต่อวัน 6 วัน และ 1 วันกินแค่มื้อเดียว

(ช่วยกระตุ้นกระบวนการ autophagy)

Ice bath หรือ sauna ก็ให้ผลดี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกดีสุด

หลายคนเข้าใจผิดว่าผลเลือดดี ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพดี 100%

(เช่น ถ้าเราเป็นเบาหวานและกินยา เบาหวานอาจทำให้เลือดดูดี แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ)

คุณหมอท๊อปบอกว่า เบาหวานสามารถหายได้ ถ้าเราแก้ที่ต้นเหตุ นั่นคือภาวะดื้ออินซูลิน

บางครั้งผลเลือดดีอาจมาจากยาที่ดี (อย่าเข้าใจผิด)

หมอยังบอกว่า “พยายามทำอะไรให้เริ่มง่าย ๆ ดูแลห้องนอนให้ดี อย่ามัวแต่แต่งตัวหรือหารองเท้า” ให้เริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุด

คุณหมอท๊อปกล่าวให้ท่องว่า “สะอาด เย็น เงียบ สงบ นอนดี”

“เราใช้ชีวิตที่ยืนยาวเป็นเรื่องที่ดี แต่สำคัญที่เราจะต้องใช้ชีวิตไปทำอะไรมากกว่า”

สุขภาพก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้ เวลาที่ดีที่สุดในการปลูกคือตอน 5 ปีที่แล้ว ส่วนเวลาที่เหลือคือ ‘ตอนนี้ (Now)’

///////////////////////////////////////////////////////

สรุปจาก Benz Arnun

เบ้นเชื่อว่า Health จะเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกในโลกยุคใหม่ เพราะ AI จะมาช่วยคิด วิเคราะห์ และจัดการ data ดี ๆ ให้เราได้เห็นอีกเยอะแน่นอน

ใครยังอยากหาเงินจาก Meta Trend Health นี้เบ้นว่ามาทัน เราพึ่งอยู่ต้นน้ำของ Trend นี้ และคนเข้าใจผิดเยอะเรื่องสุขภาพ

มีหลายอย่างที่เป็น scam ทำให้เราเข้าใจผิดมาตลอด เช่น ความเชื่อที่ว่า “อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด” (ซึ่ง มาจาก Edward Bernays ผู้เป็น Father of Propaganda)

คนที่มีสุขภาพดีจะมีความคิดที่ดี ทำให้หาเงินได้เยอะขึ้น และมีความสุขขึ้น เบ้นเชื่อแบบนั้น

เบ้นและคุณท๊อป จิรายุส เห็นตรงกันว่า เราจะใส่ tracker อย่าง Whoop เพื่อวัดสุขภาพของเรา วัดผลการนอน วัดผลชีวิตเรา (สาย Data ทั้งคู่ ฮ่าๆ555)

“Health is the first foundation” ซึ่งเป็นฐานของพีระมิดชีวิต ก่อนที่เราจะเริ่มเรื่องอื่น ๆ

เราอย่าอดรอให้แก้วที่แตก มันแตกไปแล้วค่อยมาซ่อม ; )

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทำไมเดี๋ยวนี้เราถึงรู้สึกทำไรก็ไม่สนุกแล้ว มันคือสัญญาณว่าฮอร์โมนความสุขเสียสมดุล

  • วิธีใช้ AI ให้เข้าใจธุรกิจเรามากขึ้น บทเรียนการไปสอน AI มา 100 บริษัท

  • วิธีฝึกสมองตัวเองให้คิดแบบเป็นภาพได้ จินตนาการให้คมมองแบบนักหมากรุก


ความเห็น

ใส่ความเห็น