สรุปสัมภาษณ์ MrBeast ที่โครตดี แนะนำให้ดู

สรุปสัมภาษณ์ MrBeast ที่โครตดี แนะนำให้ดู

ชายผู้เปิด Focus mode ได้มากที่สุดบนดาวดวงนี้
ใครหา Podcast ดีๆแนะนำอันนี้เลย

MrBeast คือมนุษย์ที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่ ราชาอันดับ 1 ของโลก YouTube ที่มีปรัชญาในการทำช่อง Youtube ได้เท่มาก

—————————————————
Part 1 : YouTube – วิธีมอง Channel ตัวเองเหมือน ทำ Start-Up**

– ตอนอายุ 11 เขาบอกว่าจะ ทำ YouTube ทำไปเรื่อยๆ ต่อให้ไม่มีคนดู ตูก็จะทำ 5555 เขาประกาศกับทุกคนว่า “I want to be YouTuber”

– พอไปโรงงเรียนก็พูดแต่เรื่องยูทูป คุยกับเพื่อนก็พูดแต่เรื่องนี้ พูดจนคนรอบข้างรำคาญ

– ครั้งนึงแม่ของ Jimmy บอกร้องไห้ ขอให้ทำการบ้าน 5555 เพราะมัวแต่หมกมุ่นกับ YouTube

– ที่บ้านของ Jimmy มีปัญหาด้านการเงิน ทำให้แม่ของเขาต้องทำงาน สองอาชีพพร้อมกัน ทำให้เขาแทบไม่ได้เจอแม่เขาเลย (แต่เขาก็ชื่นชมแม่เขาเสมอ)

– เหตุผลที่เขาทำ Youtube ก็เพราะตอน อายุ 11 ได้ยินว่ามันได้ตังเยอะ อยากรวยยยโว้ย

– ตอนนี้ Jimmy อายุ 26 เขา บอกจำชีวิตตอนที่ไม่ทำ Youtube ไม่ได้แล้ว (ทำมา 15 ปีแล้ว) ถ่ายคลิปทุกวัน

– เขามองว่า ธุรกิจของเขาไม่ใช่แค่ YouTube Channel แต่เป็น High-Growth Startup

– เขาเน้นการสร้างนวัตกรรม ทดลองสิ่งใหม่ๆ และเรียนรู้จากความผิดพลาด เหมือนบริษัทเทคโนโลยีใน Silicon Valley

– 🚀 “High Risk, High Reward” คือลีลาการเล่นเกมของเขา

“Your highest chance of flopping is when you do something new”

– แต่เขาไม่กลัวความล้มเหลว เพราะเชื่อว่า

“As long as we mess up, we articulate why.” (โครตเท่)

– Trial & Error Mentality = แค่พลาดให้เร็ว แล้วเรียนรู้ให้ไว

– ใน Beast Games รายการที่ลงใน Amazon – เขาขาดทุนไปกว่า 10 ล้านดอลลาร์

“Money is Fuel, Not the Goal” – เงินเป็นแค่เชื้อเพลิง ไม่ใช่จุดหมาย

– “ในบัญชีผมมีเงินน้อยกว่าล้านเหรียญ” เพราะทุ่มหมดหน้าตักกับการสร้าง Content

– เป้าหมายคือ **Growth, Innovation & Impact** ไม่ใช่แค่ทำเงิน
– MrBeast บอกว่า “ผมไม่กลัวความเสี่ยง มันทำให้ผมตื่นเต้น”

– วิดีโอของ MrBeast มีคนดูมากกว่า 3% ของประชากรโลกแล้ว ณ ปี 2025

– เขาเคยได้รับคอมเมนต์ให้ฆ่าตัวตายมากกว่า 5,000 ข้อความ(น่าสงสารมาก)

– YouTube = “Running on a Treadmill at Max Speed”
(ทำยูทุปก็เหมือนการวิ่งบนลู่วิ่งให้ไวขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วบางทีเรานี่แหละเป็นคนปรับความเร็วนั้นเอง)

– เขาทำผิดพลาดมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

//////////////////////////////////

Part 2 : สิ่งมหัศจรรย์อย่างที่ 8 ของโลกคือการ “Investing in People.”

👉 “Your No.1 job as a leader is to make sure your great people work with other great people.”

– “สิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลกคือการลงทุนในพนักงานอย่างเต็มที่และพวกเขาอยู่กับคุณนานเป็นสิบปี”

👉 “การทำงานกับคนที่ไม่กระตือรือร้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมหมดไฟที่สุด”

– เขาเชื่อว่า “งานอันดับหนึ่งของผู้นำคือการทำให้คนเก่งทำงานร่วมกับคนเก่ง”

– ตอนนี้มีทีม 300+ คน ในโปรดักชันทีม, 100 คน ที่ Feastables (ช็อกโกแลต), 50+ คน ในธุรกิจอื่น ๆ

– สิ่งที่ MrBeast เชื่อที่สุดคือ เอาเหล่าอัจฉะริยะที่สุดบนโลกนี้มารวมตัวกันเป็นทีม (Avenger มาก)

//////////////////////////////////////////////////////

Part 3 : Life Is Hard Mode ( Fucking Obsession)

– “Obsession”(ความหมกมุ่น) คือพลังขับเคลื่อนที่ทำให้ตัวเขาประสบความสำเร็จ
– “ผมหมกมุ่นกับงานแบบสุด ๆ และผมไม่รู้สึกกลัวความเสี่ยงเวลาผมจริงจัง

– MrBeast บอกว่าเขาคือ “คนที่หมกหมุ่นกับ 1 สิ่ง ได้มากกว่าใครใดๆบนดาวดวงนี้” โครตเท่555

– ตั้งอายุ 11 ผมก็ โฟกัสแบบนี้ตลอด เขาบอกว่าตัวเองเป็น Competitive stumble person (พยายามแล้วก็สะดุดแล้วก็ลุยต่อ เล่นไม่เลิก”

– เขาทำงานทุกชั่วโมงที่เขาตื่นลืมตาขึ้นมา เขาคิดเรื่องงานตลอด เขาจริงจังมากๆ Laser Focus สุดๆ

– เขาใส่ใจในทุก Detail ทุกจังหวะในคลิปของเขา

“Every hour my eyes are awake” 🫠

– ถ้าเป็นเกม Mr. Beast บอกว่าเขาว่า “I Live Life on Hard Mode.”

– แต่ถึงจะเหนื่อย เขาก็ไม่หยุดเดินหน้า **Keep Building. Keep Scaling. Keep Pushing.**

– เขาแชร์ความเจ็บปวดว่า “ถ้าผมให้ความสำคัญกับ Mental Health ผมคงไม่ประสบความสำเร็จขนาดนี้”

– บางครั้งเขารู้สึกเหมือนเป็นหุ่นยนต์ที่ทำงานเพื่อธุรกิจ

– ไม่มีใครอยากใช้ชีวิตแบบที่ผมใช้หรอก” ; (

/////////////////////////////////////////////////////

Part 4 : Philosophy Of MrBeast (ยิ่งคุณทำดีคนยิ่งคิดว่าคุณเป็นปีศาจ)

MrBeast บอกว่า
“The More Good You Do, The More People Think You’re Evil”

– ยิ่งเขาทำ Content ช่วยเหลือคนมากเท่าไหร่ ก็จะมีคนจับผิด คิดว่าเขาซ่อนอะไรร้ายๆไว้อยู่เสมอ มีแต่คนแซะเขาว่าเขา เจตนาไม่ดีแน่ๆ

– แต่ถึงจะโดนสงสัยแค่ไหน เขาก็ยังเชื่อว่า

– “A world where I help people is better than a world where I don’t.”

– อย่างน้อยที่เขาไปช่วยเหลือคนมันก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนวะ555

– เขาช่วยคนไว้เยอะมาก ทั้งช่วยคนให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง ช่วยให้คนมองเห็นอีกครั้ง ลองไปดูในช่องเขาได้

– MrBeast ถึงกับแนะนำว่า “ถ้าอยากให้คนชอบคุณ อย่าไปช่วยคนเยอะไป ” (เดี๋ยวโดนจับผิดแบบผมฮือ555)

“คุณต้องหาธุรกิจที่คุณรัก ที่ทำให้โลกดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติดีขึ้นหรือมนุษย์ดีขึ้น และนั่นคือความหมายของชีวิตสำหรับผม”
———————————————-
Key Takeaways: ทำไม MrBeast = The Ultimate Creator-Entrepreneur?**

✅ **Growth Mindset** – ล้มแล้วเรียนรู้เร็ว

✅ **Obsessive Work Ethic** – ทำงานหนักระดับ “Hard Mode”

✅ **People First Culture** – คนเก่งต้องอยู่กับคนเก่ง

✅ **High-Risk, High-Reward Mentality** – เล่นเกมเสี่ยงเพื่อสิง่ใหม่ๆ

✅ **Impact > Popularity** – โดนด่าแค่ไหน ก็ยังช่วยคนต่อไป

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทำไมเดี๋ยวนี้เราถึงรู้สึกทำไรก็ไม่สนุกแล้ว มันคือสัญญาณว่าฮอร์โมนความสุขเสียสมดุล

  • วิธีใช้ AI ให้เข้าใจธุรกิจเรามากขึ้น บทเรียนการไปสอน AI มา 100 บริษัท

  • วิธีฝึกสมองตัวเองให้คิดแบบเป็นภาพได้ จินตนาการให้คมมองแบบนักหมากรุก


ความเห็น

ใส่ความเห็น