เบ้นได้มีโอกาสไปร่วมงาน Bitkub Meet Up ครั้งที่ 5 มา ตอนแรกคิดว่าจะไปฟังเรื่อง คริปโต สรุป ไม่มีพูดเรื่อง คริปโตเลย555 แต่เอาเหล่า Entrepreneur มาแบ่งปันเรื่องราวของกันและกัน และนี้คือสิ่งที่เบ้นได้ทั้ง 3 ท่าน
//////////////////////////////
คุณ ตัน พาสกร [ อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ]
Street Marketing (การตลาด มวยวัด)
– คุณตัน เป็นคนแรกทำ 1 ล้าน like ได้บน Facebook คนแรกของประเทศไทย (ตัวคุณตันเองยังไม่รู้ตัวเลย555)
– คุณตันบอก จริงๆแล้วไม่ไดัอยากจะเป็น Presenter หรอกแต่ใช้งบน้อย ไม่ต้องเสียเงินค่าตัว
– คุณตัน พึ่งกลับจากอินโดเนเซียไปถ่าย ตต มา จะไปกี่วันก็ไม่เสียเงิน คุณตันบอกว่าเราอยู่ในยุคที่ทุกคนมีสื่อในมือหมด ทุกคนสามารถแจ้งเกิดได้ ไม่ได้ยากเหมือนสมัยของเขา คุณตันบอกใช้มันให้ถูกทาง ใช้ความเป็นธรรมชาติ
– กลุยุทธที่คุณตันใช้คือแบบ basic มาก เดินแจกน้ำเวลาออกสินค้าใหม่ แจกไปเรื่อยๆให้คนจำหน้าเขาได้ สร้างเอกลักษณ์ (ใส่หมวกกัปตัน)
– คุณตัน เริ่ม ธุรกิจแรกตอนอายุ 21 ขาย หนังสือพิมพ์ ไปเปิดหน้าบ้านคน จนซื้อบ้านเขา ขยายเป็นร้านกาแฟ ขยายเบอเกอรี่ ขยาย สตูแต่งงาน เปิดโออิชิบุฟเฟ่ ขยายไปเรื่อยๆ
– ถ้าเกิด คุณซื้อ หนังสือพิม จะได้ คูปองกินกาแฟร้านคุณตัน
– ถ้ากินกาแฟ ก็ได้คูปองไปกินส่วนลดบุฟเฟ่ โออิชิ
– เคล็ดลับในการแจกคูปอง คือต้องมีหมดอายุ 7 วันหมดเลย คนจะได้รีบมา
– คุณตันเรียกสิ่งนี้ว่า Spider Marketing
– ลูกค้า กลุ่มแรกคุณตัน บอกเลยลูกค้ากลุ่มแรก กินโออิชิ แจกคูปองกินฟรีทั้งนั้น ขายดีมากๆ แต่เดือนแรกขาดทุน ล้านกว่าบาท (ตอนฟัง งงเลย5555)
– โออิชิชาเขียว เกิดจากคนอยากซื้อน้ำชาเขียวในบุฟเฟ่ กลับบ้านไปกิน ไม่รู้จะขายยังไง ก็เลย เทใส่ถุงโอเลี้ยงถุงใหญ่ๆ มัดใส่ถุงคิด 100 บาท
– จึงเป็นจุดเริ่มต้นมาทำ โออิชิ
– เบื้องหลังความสำเร็จของโออิชิ มาจากตอนที่ทำเครื่องจักร ตอนนั้น Unif(ยูนิฟ) ครองตลาด Market Share 80% (ใช้เวลาปีเดียว คุณตันเอาชนะเขาเลย)
– ยูนิฟ ทำโฆษณา ชิเมโจได๋ 55555 หนอนชาเขียว (ใครจำได้บ้าง) พอทำเสร็จ โออิชิขายดีเฉย5555 คุณตันแซวว่า “Unif ทำโฆษณา ส่วน โออิชิเป็นคนขาย”

– คุณตัน เตือนทุกคนว่ายิ่งสินค้าใหม่เปิดตัว “อย่าลืมบอกว่าเราเป็นใครด้วย”
– อีกหนึ่งแคมเปญที่สำเร็จมากๆคือ แคมเปญ ใบเสร็จ 7-11 ซื้อ ครบ40 บาท แลกซื้อ ชาเขียว 2 ขวด 25 บาท ใช้ได้เลย จริงๆเขาไม่ได้ตั้งใจ ทำงี้ แต่เป็นจิตวิทยา ทำให้คนเสียดาย
– แคมเปญ มอเตอร์ไซค์ 1 บาท คือ ต้องซื้อ ของให้ครบ100ถึงจะแลก สิทธิ จับคูปอง ก็เช่นกัน
– เคล็ดลับเล็กๆที่เราคิดไม่ถึง สมกับเป็น Street Business
– สิ่งสุดท้ายที่คุณตันบอกคือ ทั้งหมดที่ทำไปเนี่ย เขาไม่รู้เลยมันจะเป็นยังไง มันยากมากๆ
– เขาไม่รุ้เลยมันจะไปรอดไหม แต่เขาก็ต้องกล้าทำ กล้าเสี่ยง กล้า ลองผิดลองถูกแต่ต้องเอาให้มันไม่ถึงตาย คุณตันบอก มันต้องเสี่ยงงงงง ! แต่ไม่ตายย
– เคล็ดลับของคุณตันในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ต้องทำแบบ ซามูไร ต้องทำให้สำเร็จ ไม่เกี่ยงงาน ไม่เกี่ยงเงิน ถ้าทำไม่สำเร็จ คว้านท้องเลย55555555
– คุณตันบอก คิดงานไม่ออก จะนั่งในห้องซาวน่า ที่บ้านแล่วเปิด 90 องศา ถ้าคิดไม่ออก ตายเลย คุณตันเรียกว่า มรณะ Marketing 5555555
////////////////////////////////
คุณ ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา [บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด]
– “ถ้าให้กลับไปทำ Bitkub เริ่มใหม่อีกครั้งไม่เอาอีกแล้ววว”
– นี้คือคำพูดที่ตอนฟังแล้วถึงกับอึ้งมากๆ คุณท๊อป บอกว่ามันเจ็บปวดมากๆเลย ผิดพลาด มั่วซั่ว ผิดทางไปหมดเลย
– คุณท๊อปบอกผิดพลาดเยอะมาก ตั้งแต่ตั้งบริษัทแล้ว ตอนตั้งก็ให้มูลค่าเยอะไปแรงกดดันก็เยอะไป เจ็บปวดตลอด 10 เดือนไม่ได้จ่ายเงินเดือนตัวเอง ความสำเร็จมันมีราคาเราต้องเสียสละ ช่วงแรกโครตเขี้ยวมาก ขี้เหนียวมากเลย งกทุกอย่าง
– พอขี้เหนียวมากไปพอถึงเวลา ทำการตลาดไป จนคนมาสมัคร bitkub เยอะๆ แต่ไม่ได้เตรียมตัวไว้ มีคนมาสมัคร วันละ หนึ่งสนามกีฬา(50,000 คน) ทุกวัน ระบบก็เลยพัง เสียหายไป 1,700 ล้าน เสียหายเยอะกว่าที่ ประหยัดไปเยอะมาก
– “การทำบริษัทเหมือนกับการกระโดดลงหน้าผาแล้วต้องประกอบเครื่องบินให้ทันก่อนพุ่งชนพื้น”
– ทุกอย่างมั่ว ทุกอย่างเร่งรีบไปหมด เงินก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี
– คุณท๊อป บอกเหมือนคุณตันเลย ตัวเองไม่มีงบการตลาด ก็เลยต้องใช้ตัวเองเป็น Presenter จนภาพจำของวงการ คริปโต เป็นคุณท๊อป ตัวคุณท๊อปบอกเลิกพูดเรื่อง คริปโต มา2-3 ปีแล้ว พอ bitcoin ราคาลง ก็โดนด่า พอ NFT ระเบิดก็โดนด่า เอ็งใช่ไหมท๊อป 55555
– ทำไรไม่ได้เลย โดนทัวลง หมดเลย โดนด่าติด top ประเทศไทย ก็โดนมาแล้ว
– สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องมีคือ ความสามารถในการรับความเจ็บปวดมากกว่าคนอื่น
– คุณท๊อป บอกว่ามันเจ็บปวดมากๆ แต่คุณสมบัติของผู้ประกอบคือการต้องทำต่อ ต้องลุยต่อ ถึงแม้ว่าจะเจ็บปวด แค่ไหนก็ตาม
//////////////////
คุณ ยอด ชินสุภัคกุล [Lineman Wongnai ]
มนุษย์ยางยืด ลูฟี่
– พี่ยอดเริ่มทำวงใน ตอนปี 2010 เริ่มมา14 ปีแล้ว
– ตอนนั้น ไม่มีไอโฟน เป็นยุค Blackberry เป็นเว็บ รีวิวอาหารธรรมดา ใครอยากรู้ร้านไหนดีไหม ก็มาดูกันในเว็บวงใน
– พี่ยอด ก็เริ่มต้นด้วยความมั่วพอๆกัน เอาเงินเก็บมาลง พอทำไปทำมาก็ไม่มีเงินจ่ายเงินเดือน
– เงินเดือนตัวเองก็ไม่ได้จ่ายเหมือนของคุณท๊อปเลย แต่ พี่ยอด เกทับ คุณท๊อปว่า ผมไม่ใช่แค่ ไม่จ่ายเงินเดือนตัวเองนะ ผมไม่จ่ายเพื่อนที่ชวนมาทำ วงในด้วยกันอีกต่างหาก (เพื่อนกำหมัดแล้วว555)
– ที่วงในพี่ยอด บอกตัวเองใช้สื่อไม่เก่ง เท่าไหร่ ยังไม่กล้าเอาหน้าตัวเองขึ้น บิลบอร์ดแบบ คุณตันกับคุณท๊อป
– วงในเลย เน้น online mkt เน้น ไป specific แต่ละคนจะเห็นโปรโมรชั่น ไม่เหมือนกัน
– เน้นการทดสอบ A/B testing ทดสอบ แยกเลย คูปองไหนใช้ได้ดี ใช้ไม่ได้ดี กลุ่มนี้เห็นคูปองนี้แล้วกดเยอะกว่าอีกกลุ่มไหม? (พี่ยอดสาย Data)
สิ่งที่เจ็บปวดของพี่ยอดคือ ตอนที่เริ่มทำวงในมี ของติดตัวมาคือ โรคภูมิแพ้ภายใน หน้าจะลอกอยู่ตลอดเวลา ถ้าใครเห็นหน้าผมใกล้ๆจะเห็นว่ามันลอกๆ
– ในตอนที่เริ่มทำ หน้าจะลอกเยอะมาก ลอกแบบเป็นผื่นตลอดเวลา นอนก็น้อย พักผ่อนก็ไม่พอ แถมตัวแดง เป็นภูมิแพ้ตลอดเลย เป็นสิ่งที่ทรมานๆ แย่มากๆ เจ็บปวดสุดๆ
– แต่คำปลอบใจ สุดท้าย ที่พี่ยอดชอบปลอบตัวเองคือ คิดเสมอว่า เราเป็น ลูฟี่ มนุษย์ยางยืด ฟันไม่เข้า แทงไม่เข้า ไม่เจ็บ อดทนเด้งกลับไปสู้ต่อ
/////////////////////////////////
บทสรุปจาก ทั้ง 3 ท่าน
– การเป็น Entrepreneur มีหน้าฉากที่สวยหรูมากๆ แต่จากที่เบ้นได้ฟัง ทุกท่านที่พูดมา บ่นกันเยอะมากๆว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลย
– ส่วนใหญ่ของการตลาด เหมือนการถางป่า เลย มองไม่เห็นทางที่ถูกต้องมี่แต่การลองผิดลองถูก
– เราต้องทำ ห้องทดลองการตลาดของเราให้มัน ทดลองได้ไว วัดผลได้ไว และที่สำคัญต้องไม่ตาย เจ็บได้แต่ไม่ตาย
– สิ่งสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือการ ” ไม่เลิกทำ “ แม้ว่าจะเจ็บปวด ให้ศรัทธาของเรานำทางเราไป บางครั้งเราหาเหตุผลไม่ได้ หาหนทางไม่ได้
“แต่เรายังต้องมีศรัทธาในธุรกิจของเรา”
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ





ใส่ความเห็น