สิ่งที่จะอยู่ต่อไปในอนาคตคือ “อดีต” (Same As Ever)

สิ่งที่จะอยู่ต่อไปในอนาคตคือ “อดีต” (Same As Ever)

ประวัติศาสตร์มันไม่เคยซ้ำรอย ก็มีแต่มนุษย์นี้แหละทำเรื่องเดิมๆ

– Voltaire

แค่เปิดมาคำนำก็มันมาก

Warren Buffett ในปี2009 ขับรถรอบเมืองกับคนสนิท Jim

ตอนนั้นเศรษฐกิจลงมาถึงจุดวิกฤตร้านค้าปิดธุรกิจถูกปิดหมด ตึงเครียดสุด

Jim : “มันแย่มากเลยเศรษฐกิจจะเป็นยังไงต่อไปนี้”

Warren Buffett : “รู้ป่าวว่าขนมอะไรขายดีที่สุดในปี 1962

Warren Buffett : “Snicker(สนิกเกอร์)”

Jim: เงียบ

Warren Buffett : “แล้วรู้ป่าวว่าตอนนี้ขนมอะไรขายดีที่สุด”

Jim: ส่ายหัว ไม่รู้

Warren Buffett : “Snicker(สนิกเกอร์)”

Jim ไม่พูดอะไรแล้วก็เงียบลง
.

นี้เป็นจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้ ที่เบ้นชอบมากๆ

มีผู้คนในโลกนี้พยายามจะทำนายว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปทางไหน

มีอะไรใหม่ๆจะเกิดขึ้นบ้าง อะไรจะมาแทนที่อะไร ประโคมข่าวกันทั้งวัน

แต่ไม่เคยมีใครถามเลยว่า “อะไรจะไม่เปลี่ยนไปบ้าง”

ทำไมเราไม่ลงทุนในสิ่งที่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนไปหละ ?

คำถามที่เราควรถามคือ สิ่งทีเราทำอยู่ อีก 20 ปี ยังอยู่ไหม ?

ถ้าไม่อยู่แล้วเราะจะทำไปทำไม เราไม่ทำสิ่งที่จะใช้ได้ตลอดไปหละ

นักปรัชญาใช้เวลาเถียงกันเป็น พันปี เพื่อถกเถียงเรื่องที่พวกเราเถียงกันทุกวันนี้ (ทั้งที่เขาตอบกันไปแล้ว)

หนังสือเล่มนี้จะค้นหาว่าจะทำไงให้ความเป็นจริงเราทั้ง 999 ครั้งเป็นหนทางที่ดีที่สุด

Same As Ever อะไรจะอยู่ตลอดไป นี้คือสิ่งที่เบ้นได้เรียนรู้ จากเล่มนี้


[1] สิ่งเล็กๆของชีวิตเปราะบาง

ทุกคนรู้ว่าประวัติศาร์มีตอนจบกันแบบไหน แต่ไม่มีใครรู้เลยว่ามันเริ่มมาได้ยังไง ?

อนาคตเป็นสิ่งที่โครตเปราะปาง สมมุติ พ่อ แม่ ของเราเกิดเราช้ากว่าแค่ 1 ปี

ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปไหม เพื่อนเราจะเปลี่ยนเป็นอีกกลุ่ม สังคมเราจะเป็นอีกแบบ

เราจะได้เรียนที่ๆเราเรียนอยู่ไหม

แล้วไหนจะการตัดสินใจเล็กๆน้อยในชีวิตเราอีก ถ้าวันนี้เราไม่เห็นบทความนี้

เราจะมานั่งฉุกคิดเรื่องนี้ไหม ถ้า เราไม่เปิด บทความนี้ตอนนี้

เราจะได้มานั่งอ่านกันตอนนี้ไหม เปิดช้ากว่านี้อีกแค่ 10 นาที

บทความนี้อาจจะไม่ผ่านตาของเราไปอีกแล้ว จริงไหม? เราไม่รู้ ตอบไม่ได้

แต่สิ่งที่เราตอบได้คือ อนาคโครตเปราะปราง เราควบคุณสิ่งที่จะเกิดแทบไม่ได้เลย

แต่สิ่งที่ควบคุมได้คือ อดีต เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว เรารู้ละว่าต้องทำไงกับเรื่องเกิดขึ้นต่อไป

อย่าปล่อยให้ดอกเบี้ยในอดีตของเราทบต้นไปอนาคต คุณก็รุ้ว่ามันน่ากลัวขนาด

คนที่ขนานนามว่าฉลาดที่สุดในโลก

ไอน์สไตน์ยังรับรู้ถึงความน่ากลัวของ”ดอกเบี้ยทบต้น” แห่งอดีต


[2] ความเสี่ยงคืออะไรที่เรามองไม่เห็น

ความเสี่ยงสูงสุด = สิ่งทีเราไม่เคยเห็นมาก่อน

ที่เราบอกเสี่ยงมาก ไม่จริงเลย ที่เสี่ยงมากที่สุดคือสิ่งที่เราไม่รู้ว่ามันเสี่ยงต่างหาก

มีใครเคยคิดไหม โควิทจะระบาดขนาดนี้

มันมาถึงเราได้เพราะ พวกเราไม่รู้ว่ามันจะมา ก็ไม่มีใครเตรียมรีบมือกับมัน

5 ปีก่อน เบ้นยังคิดเลยว่า พวกโรคระบาดสมัยก่อน ยุคสงคราม นี้น่ากลัวเนอะ

แต่ถ้าเป็นยุคนี้คงจัดการได้ง่ายๆ (เป็นไงหละ ผมเกือบตายเข้า ICU )

สองสิ่งที่อธิบายได้ว่า ทำไมเราดูเหมือนจะ Predict(ทำนาย) อนาคตอะไรไม่ได้เลยก็คือ

1.ทุกคนในอดีตถูกปิดตา

2.ทุกคนในปัจจุบันมองไม่เห็นความจริง

สิ่งที่สื่อพูดกับเรา ไม่ใช่สิ่งที่เสี่ยงมากที่สุด แต่เป็นสิ่งที่คนพูดมากที่สุด

สิ่งที่ข่าวจะพูดอีก 10 ปีข้างหน้าจะไม่มีไรที่วันนี้เราพูดเลย

ประวัติศาสตร์ ถูกบันทึกมาผ่านหลักฐานแค่ 3 อย่าง รุปภาพ คนพูด คนเขียนต่อ

ลองคิดดูถ้าคนเล่า เล่าจากมุมตัวเอง เราพลาดเนื้อหาความจริงแค่กี่เปอร์เซ็นต์

มันมีอดีตมากแค่ไหนที่เราไม่รุ้ว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ เรามองไม่เห็นความเสี่ยงของเราอีกเยอะมาก

[3] ผู้คนชอบเรื่องเดิม แต่เล่าใหม่

คนเขียนหนังสือ Homo Saipen (พึ่งครบ 10 ปีไปไม่กี่วันก่อน) Yuval Noah Harari บอกว่า ตอนปล่อยหนังสือออกมาคนหวือหวามาก

หน้าปกใหม่ครบรอบ 10ปี ของ Sapiens: A Brief History of Humankind (10 Year Anniversary Edition)

แบบเรื่องใหม่มากๆว้าววว ชื่นชมกันใหญ่

แต่จริงๆ Yuval บอก ผมไม่ได้เล่าอะไรใหม่เลย ผมไม่ได้ค้นพบอะไรใหม่เลย เรื่องเดิมๆ

แต่เอามาเล่าแบบใหม่ ให้สนุกขึ้น (มีคนออกมาเถียงเยอะว่าสิ่งที่เขาเล่ามันไม่จริงหลายเรื่อง)

นี้คือมนุษย์ เราก็ยังชอบเรื่องเดิมๆ

ความรัก พูดกันมาเป็นร้อยปี พันปี ก็ยังถูกพูดถึง

การเงิน พูดกันตั้งแต่ ยุคเมือง babylon สอนกันมาจนถึงตอนนี้ ก็ยังพูดกันได้

Concept การเงินมันก็มีแค่ หาเงิน เก็บเงิน ลงทุน จบ เย้

แค่นี้เอง แต่ก็ยังหาวิธีเล่ากันแบบใหม่กันมาได้เรื่อยๆ

ในหนังสือบอกว่ามันเป็นวงจร เศรษฐกิจ ที่ตลกมาก

When an economy is stable, people get optimistic

When people get optimistic, they go into debt

when they go to debt, the economy become unstable

คือถ้าเศรษฐกิจดีคนจะมองเห็นโอกาสคนก็จะไปกู้ให้เป็นหนี้ พอเป็นหนี้เยอะมากๆเข้า เศรษฐกิจก็จะไม่ดี ข่าวก็ประโคมว่าไม่ดี พอไม่ดีสักพักคนก็จะบอกเออเลิกเป็นหนี้ละหยุดๆ แล้วไงต่อ555

พอหยุด ปลดหนี้กันหมด เศรษฐกิจ ก็กลับมา Stable ใหม่ คนก็จะหาโอกาสมาใหม่ เป็นหนี้ใหม่

นี้แหละคือมนุษย์ เราทำอะไรแบบเดิม เสมอ ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย เปลี่ยนแค่เรื่องเล่า

People Love story !


[4] Expectation and Reality

กฎข้อแรกของความสุขคือคาดหวังให้น้อย – Montesquieu(นักวิพากษ์สังคม)

ชาร์ลีมังเกอร์ บอกว่า เศรษฐกิจโลกขับเคลื่อนด้วย สมการ 3 อย่าง

1. ของวัตถุที่โชวแจ๋วได้

2.คนซื้อของนี้มาโชวแจ๋วให้คนอื่นเห็น

3.คนอิจฉา แล้วพยายามทำงานเพื่อแจ๋วบ้าง

โครตปั่น 5555555555

ความอิจฉามีประโยชน์ในเชิงนี้มากมันบีบให้เราอยากได้ในสิ่งที่คนอื่นมี แล้วก็ทำให้เราเบื่อสิ่งที่เรามี

คำถามคือ จริงๆชีวิตเราดีขึ้นไหม เทียบกับ 5 ปีที่แล้ว ?

จริงๆชีวิตพวกเราดีขึ้นตลอด แต่เราไม่เคยพอใจหรอก เพราะอะไร?

“เราหวังให้มันดีขึ้นไวกว่านี้”

เราไม่พอใจหรอก จริงๆ ถ้าถามว่า 5 ปีที่แล้วกับ ตอนนี้ คุณฉลาดขึ้นไหม

ก็ฉลาดขึ้น ร่ำรวยมากขึ้น(บางคนอาจจะไม่รวยขึ้นแต่รู้วิธีหาเงินได้มากขึ้น)

ก็จริงแต่เราก็ไม่พอใจอยู่ดี นั้นคือความมุ่งมั่นที่จะ Focus ไปที่อนาคตของเรา

เราเอาแต่มองว่าอนาคตจะเป็นยังไง ทั้งๆที่มันโครตเปราะปราง เราแค่ไม่เปิดอ่านบทความตอนนี้ ก็ไม่เห็น บทความนี้แล้วอะ

ทำไมเราไม่มองกลับมาสิ่งที่เกิดขึ้นหละ เรารู้อยู่แล้ว เราจะเติบโตขึ้น แน่นอน

แล้วทำไมเรายังทุกข์อยู่ เราคาดหวังอนาคตมากเกินไป แล้วก็คิดถึงอดีตน้อยเกินไป

เราเติบโตจากเรื่องราวในอดีต ไม่ใช่อนาคต
เรียนรู้ นิสัย เรียนรู้สิ่งที่เราชอบทำ ผู้คนทำอะไรเหมือนเดิมวนไปวนมาเสมอ

Same As Ever


[จบ] ถ้าเราย้อนกลับไป 5000 ปีมีอะไรในโลกนี้เปลี่ยนแปลงมากมายเลยแต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยคือผู้คนนั่นคือสิ่งที่จะไม่มีวันเปลี่ยนไป

เรายังเป็นมนุษย์ ต้องกิน ต้องโลภ ต้องหาความสุข นี้เป็นสิ่งที่เราไม่เคยมอง

เมื่อก่อนเบ้น พยายามเรียน การตลาด การเงิน ธุรกิจเยอะมาก เพื่อทำให้ธุรกิจเติบโต

แต่ถ้าเราเข้าใจจุดนี้ สิ่งที่เรียนอย่างเดียวเพื่อเข้าใจทุกอย่างคือ จิตวิทยา ของมนุษย์

เบ้นว่าสิ่งที่คือรากฐานทุกอย่างในการเข้าใจโลกนี้

และตอนนี้เปิดคลาส (ขายของแล้ว555)

Psychology Marketing Human เปิดแล้ว

ใครอยากเรียนอะไรที่ ใช้ไปได้ตลอด ไม่ใช่ Trick การตลาดทีใช้ได้ 3 เดือน

แต่เป็น จิตวิทยา เบื้องลึกของมนุษย์ ในการทำธุรกิจ ทำการตลาด การซื้อของ

เบ้นจะเล่าตั้งแต่ Day 1 เราจะเรียนจิตวิทยากันแบบคนไม่มีความรู้ก็เรียนได้

ออกแบบ Class ผ่านจิตวิทยาให้ผู้เรียนเข้าใจได้ดี

ความรู้จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าเราไม่ได้ใช้มัน

เรามี Discord Community คอย Support ตลอด มีกิจกรรมกันเพียบ

ใครอยากอ่านเพิ่มเติมลิ้งนี้เลย

สิ่งที่เบ้นจะเล่าในนี้ไม่ใช่ความรู้ แต่เป็น ทักษะที่เบ้นใช้ทำธุรกิจของเบ้นจริงๆ

ไม่ใช่ทฤษฎีเอามาสอน แต่ เอาปฎิบัติมาสอน
ทักมาในเฟสบุ้คนี้เลย

เราอย่ารอช้าที่จะ พัฒนาตัวเองในด้านที่ใช้ได้ตลอดไป Psychology of Human Same As Ever

ขอให้ทุกวันๆเป็นวันที่มีความหมาย

Benz Arnun

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ถ้าใครรู้สึกว่าชีวิตกำลังเครียดเกินควบคุม ถึงเวลาแล้วที่เราต้องคำถามกับชีวิตใหม่

  • วิธีแก้ปัญหาเรื่องสมาธิสั้นแบบถาวร ใช้แบบฝึกหัดนี้เพื่อกระตุ้นระบบประสาท

  • ทำไมเราถึงไม่ควรเรียน MBA วิธีทำธุรกิจ ถ้าเราอยากเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ให้ได้ในยุคนี้


ความเห็น

ใส่ความเห็น