7 Skills ที่ผู้นำระดับโลกเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องรู้ (44% ของ Skill เราจะใช้ไม่ได้ในอีก 5ปี)

7 Skills ที่ผู้นำระดับโลกเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องรู้ (44% ของ Skill เราจะใช้ไม่ได้ในอีก 5ปี)

44% ของ Skill ที่เรามีอยู่ตอนนี้จะกำลังกลายเป็น Useless skill (ทักษะที่เป็นขยะ)
-เป็นสิ่งที่ผู้นำระดับโลกยอมรับกันใน Future Education Forum
.
-ก่อนปี 1940 คนที่มี Prefrontal Cortex (สมองกีบหน้า) ก้อนใหญ่ กว่าคนอื่น จะได้เปรียบกว่าและขี้โกงกว่ามากๆ
– เพราะคำนวณเลขได้ไวและแม่นกว่าคนอื่น คนที่คิดเลขไวก็มีโอกาส หางานง่ายกว่า ใครๆก็ชอบ ใครๆก็รัก
– แต่แล้วในปี 1940 ที่เครื่องคิดเลขแบบ อิเล็กทรอนิกส์ ถูกพัฒนาขึ้นมา
– คนมี prefrontal cortex(สมองกีบหน้า) ก็ไม่ได้เปรียบขนาดนั้นอีกแล้ว
– หรือยุคที่มีเครื่องพิมดีดเข้ามา คนที่ลายมือสวยก็ถูกแทนที่งานไปมาก
– Technical skills(ทักษะเฉพาะทางมากๆ) ต่างๆจะถูกทำให้มันเท่าเทียม
– เอาจริงๆโลก เราไวมากๆ 2 ปีที่แล้ว มีใครคิดไหมว่าประเทศไทยจะมีรถไฟฟ้าเต็มถนนขนาดนี้?
– ทุกคนเอาแต่พูดว่า มันเป็นไปไม่ได้บ้านเรา ไม่มีที่ชาร์จ กลัวแบตหมด ไม่ไหว เราไม่เหมือนบ้านเขา ถนนเขาดีกว่า เราหาเหตุผลมาพูดได้ทั้งวันนว่าทำไม “รถไฟฟ้าอีกนานมาก กว่าเมืองไทยจะมีขับกัน”
– ณ วันนี้ คุณลอง search google ดูว่า “ที่ชาร์จรถไฟฟ้าใกล้ฉัน”
– ถ้าคุณอยู่ในเมืองคุณจะรู้ว่า มันแทบไม่ต่างอะไรกับที่เติมน้ำมันแล้ว (เปิดใหม่แทบทุกวัน)
– คือทุกคนรู้แหละว่า อนาคตใกล้เข้ามาแล้ว แต่เราไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันจะไวขนาดนี้
– ทักษะต่างๆของเรากำลังจะไม่ได้ใช้มันแล้วหรือเปล่า แล้วมีทักษะอะไรบ้างหละที่เราควรจะต้องรักษามันไว้
– เรามาดู Global Skill Economy ทักษะที่ผู้นำระดับโลกยอมรับว่าควรจะมี
7 ทักษะเราควรมีพื้นฐานในอีก 5 ปีข้างหน้า



[1/7] AI Training & Digital Literacy (ทักษะการทำงานกับ AI และ ความเข้าใจด้านดิจิตอล)

.จริงๆโครตขี้เกียจพูดหัวข้อนี้ AI แบบคนมันโพสกันเต็ม feed AI AIครองโลก จนน่ารำคาญ 555

.

แต่ถ้าเอาจริงๆยุคนี้(2024) AI แม่งยัง Bullshit Marketing(การตลาดแบบหลอกๆ) ลองถามคนอยู่สาย Tech ดู บางอย่างมันไม่ได้ AI อะไรขนาดนั้นยังเป็น Machine Learning แต่แบบตอนนี้ ถ้าทำ อะไรก็ตาม ถ้าใส่คำว่า AI ก็จะดูว้าว! ขายได้เพิ่มราคาได้ (โครตเกรียน555)

แต่ในยุคถัดไปมันไม่ใช่แล้วจริงๆ (ไม่เกิน5ปี)

– ทักษะนี้จะจำเป็นอย่างมากทุกวันนี้ใครยังใช้ Digital technology ไม่เป็น ไม่รู้เรื่องบ้าบออะไรคุณควรเรียนรู้มันด่วนๆ ก่อนคุณกลายเป็นไดโนเสาร์ หันไปอีกทีทุกคนไปถึงไหนกันแล้ว

-มันมี System มี tools อะไรใหม่ๆเต็มไปหมด ออกมาทุกวัน ใครที่สามารถ ฝึก AI ให้ทำงานคู่กับเราได้ ไม่ต่างอะไรกับการมีเลขา ส่วนตัว ที่ช่วยวิเคราะห์ หาข้อมูลได้แบบ Customize (มันต่างจาก Google เพราะมันจะเฉพาะเจาะจงกับความเป็นเรามากกว่าเยอะ ต้องลองเล่นดูจะเข้าใจ)

– สายงานเอกสาร เดี๋ยวนี้มี ปุ่มใหม่ๆสรุปทุกอย่างให้คุณอีกเพียบ ก่อนจะงง ว่าทำไมคนอื่นมันทำงานไวกว่าตูจังวะ555

– เคยมีเคส หมอ ให้ช่วยวางแผนผ่าตัด ก็ปรากฎว่าพอใช้ได้ถึง 70-80% เลย(ณ ปี 2023 ละถ้าอีก5ปีหละ?)

– อีกหน่อยถ้าจะให้ทำแคมเปญการตลาดให้ Viral จะเขียนบทความยังไงให้คนอ่านเยอะ กรอกลงไปใน AI เลย

ChatGPT จะไปวิ่งหา Data ใน Social Media เลย การเขียนแนวไหน คนไทยชอบอ่าน เขียนออกมาให้หมดเลย ภายในไม่กี่นาที

– ความเท่าเทียมการเขียนเกิดขึ้นเลย (บทความนี้เบ้นเขียน 10 ชั่วโมง) ลองคิดดูอีกคนใช้ AI เป็นจบภายใน 10 นาที

– ใครที่ยังไม่มีความสามารถในการทำงานกับพวก Digital tools กับ Technology คุณจะยิ่งถูกทิ้งให้ห่าง

– ลองคิดดูถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการ คุณจ้างใคร คนที่ทำงาน+ใช้ Ai เป็น กับคนที่ใช้ไม่เป็น (เหมือนคนใช้เครื่องคิดเลขเป็นกับคนบวกเลขเร็วคุณจะรับใครเข้าบริษัท?)

ปล.

– ถ้าใครยังตัดต่อแล้วยังมานั่งใส่ Subtitle บอกเลย คุณคือเพื่อนเบ้นเอง 555 (คนเขียน)

– วันก่อนเบ้นนั่งทำตั้งนาน พึ่งรุ้ใน Capcut กดปุ่มเดียวที่เบ้นทำ 2 ชั่วโมงจบเลย ดีกว่าด้วย (ลองคิดดูถ้าเบ้นไม่รุ้จักปุ่มนี้แล้วมานั่งใส่ caption ทำปีละ 100 คลิป เสียเวลาอีกปีนึงกี่ ร้อยชั่วโมง เทียบกันคนที่สามารถ maximize เรื่องพวกนี้ได้จริงๆ แซงไปไกลแล้ว)

[2/7] Psychology(จิตวิทยา) – แบบจิตวิทยาจริงๆไม่ใช่แนวแรงบันใจ(Motivation)

ยุคทองของ Psychology กำลังเดินทางมาถึงแล้ว

– งานต่างๆที่เราทำจะไม่ใช่งาน Tasks แบบ Routine วนไปอีกแล้ว

– งานพวกนี้จะถูกแทนที่ทั้งหมด แต่งานที่จะมีอยู่ต่อไปคืองานเกี่ยวกับ

ความเข้าใจในวิธีคิดสมองมนุษย์ (Coginitive Function)

– Psychology จำเป็นมากๆจริง ในยุคถัดไปเป็นยุคที่ทุกอย่างจะสาด วิ่งเข้ามารัวเกินจิตใจเรารับไหว อะไรก็ไม่รุ้โผ่ลมาให้เราเห็น (ลองเล่น new feeds ดูสิ ข้อมูลเยอะแค่ไหน)

– เราต้องมีพื้นฐาน เข้าใจ Mental-Health (สุขภาพจิต) ของเรา

– ซึ่งเหมือนกับ 10 ปีที่ผ่านมาที่

– ความรู้เรื่องสุขภาพร่างกาย (Health) ของเรา พัฒนาขึ้นมากันมาก

– แต่ความรู้เรื่อง สุขภาพจิต(Mental Health) ยังขาดความเข้าใจเยอะมากๆ

– ทุกวันนี้ในสังคมเรายังเข้าใจกันอยู่เลยว่า

– คนที่ สุขภาพจิตดี คือ คนคิดบวกตลอดเวลา ไม่เคยโกรธใคร (จริงๆมันไม่ใช่เลย555)

– ทักษะนี้เป็นทักษะโครตครอบจักรวาลไปสู่ทักษะอื่นๆในบทความนี้

– เพราะ มันคือ Foundation (จุดเริ่มต้น) ของทุกอย่างในการใช้ชีวิตต่อไปในยุคหน้า

ถ้าใครสนใจว่า Psychology มีเกี่ยวกับอะไรบ้างก็ลองกลับไปอ่าน บทความนี้ดู (มีเยอะกว่าที่เราเข้าใจมากๆ)

[3/7]Leadership and Crisis Communication: (ความเป็นผู้นำ และ การสื่อสารในช่วงวิกฤต)

– ทักษะนี้ดูจะไม่เกี่ยวกับอนาคตขนาดนั้น แต่ลองมาฟังดูว่าทำไม

– พรมแดนประเทศเริ่มพังทลายลง ทุกประเทศเริ่มเข้าหากันเป็นหนึ่ง เทคโนโลยีเติบโตแบบก้าวกระโดด

– ด้วยความล้ำลึกในเทคโนโลยี, ธุรกิจและทีมงานจะเชื่อมโยงกันไปมาได้มากขึ้น(จะทำงานกับคนหลายประเทศกันมากขึ้น).

-ผู้นำต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดีเพื่อนำทีมที่หลากหลายทางวัฒนธรรมไปสู่ความสามารถที่สูงและมีประสิทธิภาพที่สุด.(ต้องเข้าใจ วัฒนธรรมชาติอื่นด้วย เช่น ฝรั่งเขาจะพูดตรงไปตรงมา ญีปุ่่นจะเกรงใจ)

– เมื่อ AI, Automation, และ Big Data ยังพัฒนาต่อไป, ผู้นำต้องไม่ใช่แค่เข้าใจเทคโนโลยีเหล่านี้อยู่คนเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องสื่อสารผลกระทบของพวกนี้ที่มีต่อองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ(เอาให้ทุกคนเข้าใจไปกับเราด้วย)

– วิกฤติโควิด-19 ได้เร่งรีบการเปลี่ยนแปลงไปที่การทำงาน Work From Anywhere การทำงานแบบผสมอาจ(Hybrid) กลายเป็นสถานการณ์ที่พบได้มากขึ้น.

-ผู้นำต้องเชี่ยวชาญในการสื่อสารให้เหมือนของจริงมากขึ้น เราจะ Empower(ปลุกระดม) คนยังไงให้เหมือนคุยตัวจริง รูปแบบทั้งหมดจะเปลี่ยนไปหมด (จะมาถือแก้วยก อะไรแบบนี้ไม่ได้แล้ว555)

– เศรษฐกิจจะมีความพลิกผลันกันไวมากขึ้น ผู้นำต้องสามารถ สื่อสารใช้ คำศัพท์ ในภาวะ Crisis(วิกฤต) ได้ดี ทำให้ทีมไม่กลัววิกฤต และเดินก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ได้

– ผู้นำที่มีความฉลาดทางอารมณ์(EQ) สามารถกระตุ้นและทำให้ทีมรู้สึกมีพลัง, สร้างนวัตกรรม, และนำทีมผ่านความดิ่ง (depressed ) ภาวะทางอารมณ์ต่ำไปได้.

– อนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วต้องการทักษะการนำทางที่สามารถปรับตัวได้. ผู้นำต้องมีทักษะการนำทางที่ดีมากขึ้นเพื่อนำทีมผ่านความไม่แน่นอนของโลกนำทีมผ่านสถานการณ์ที่มีความผันผวนและแนวทางการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว.

– อีกหน่อย Technology จะทำให้ผู้คน Bias(ลำเอียง) กันได้มากขึ้นมากๆ ผ่าน Data ไม่ต้องอีกหน่อยลองดูทุกวันนี้ ถ้าเราจะหาเหตุผลว่า กินกาแฟ ดี หรือ ไม่ดี เราก็หา Logic อะไรมาเถียงกันได้ทั้งวัน

– ผู้นำต้องนำทีมผ่านข้อยุติทางจริยธรรม Bias และสื่อสารค่านิยมและความซื่อสัตย์อย่างมีประสิทธิภาพ.

[4/7] Continuous Learning and Pivot skill (ทักษะทำยังไงให้เราเรียนได้เรื่อย และ เอาความรู้มาใช้ได้จริง)

ในโลกที่จะเปลี่ยนแปลงไว ทุกอย่างจะ Disrupt กันไป กันมา ตลอดเวลาๆ

– สิ่งใหม่ๆมาอีกแล้ว ต้องเรียนรู้เพิ่มตลอด มันจำเป็นให้เราต้องมี นิสัย ที่จะเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ

 “ถ้าเรามี 100 ปี จงใช้เวลา 100 ปีนั้น เพื่อเรียนรู้“

จริงๆทุกวันนี้คนเกิน 95% ที่เรียนจบมาแล้ว ยังไม่เข้าใจเลยว่าต้องเรียนรู้ยังไง? (เบ้นด้วย 55)

– อะไรคือการเรียนรู้ กันแน่ เราต้องกลับไป Back to Basic กันใหม่ว่า

Knowledge กับ Education กับ Skill ต่างกันมากๆ (ไว้เบ้นจะทำเรื่องนี้อีกบทนึง)

– กลับมาประเด็นเราคือ เราต้องเรียนรู้ แล้วเอา สิ่งที่เราเรียนรู้ ให้กลายเป็น Skill

– หรือก็คือการ Pivot Skill (การเอาความรู้เปลี่ยนมาเป็นทักษะ)

– สมมุติเราเรียน เรื่องจิตวิทยามา มีแต่คำศัพท์ยากๆ ทฤษฎีเต็มไปหมดเลย ภาษาอะไรก็ไม่รู้งงมากเลย (ไม่ต้องสมมุติอะ ตอนนี้เบ้นกำลังเรียนอยู่ งงมาก 5555 ศัพท์เฉพาะทางเพียบ)

– แต่นั้นก็ยังไม่ใช่ความยาก ของประเด็นนี้

– ความยากของมันคือการทำยังไงให้มันกลายเป็น ทักษะของเราได้

– นี้จะเป็นทักษะใหม่ของยุคหน้า ซึ่งปีนี้เบ้นจะ Focus content เพจเราในด้านนี้เลย

– โลกเราในตอนนี้ Education = Free (อยากหาอะไรก็หาเรียนได้เลย)

– แต่สิ่งที่จะทำให้ Education กลายมาเป็น สิ่งที่ ใช้ได้จริง มันคือ ทักษะการ “Pivot Skills”

-เราจะต้องหา Psychogloy (จิตวิทยา) ที่จะทำให้เราเรียนเรื่องใหม่ๆได้ตลอด แล้วก็ พัฒนาสู่ทักษะเอาไปใช้ทำงานต่อไป (หลายคนตกม้าตายตรงเรียนเสร็จเอาไปใช้ไม่เป็น รู้เอาไว้โชวแจ๋ว555)

.

– ถ้าใครชอบเรื่องเรื่องนี้ แล้วก็ใส่อีเมลไว้เดี๋ยวเบ้นจะ เอาเรื่องนี้มาเล่าต่อด้วย

(ตอนนี้หหลายคนบ่นเบ้นละ มึงค้างหลายเรื่องละนะ 5555+ )

Illustration of social media concept

[5/7] Data Literacy and MarTech (Ads skill) (ทักษะด้านความเข้าใจข้อมูล, การตลาดแบบเทคโนโลยี และการทำโฆษณา)

.

ทักษะที่เกี่ยวกับการเข้าใจข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีในการตลาด (MarTech) จะมีความสำคัญมากขึ้นในอีก 5 ปีนี้

.

1. การปรับใช้เทคโนโลยีในการตลาด: การทราบวิธีการใช้เทคโนโลยีใช้ในตลาด, เช่น Chatbots, AI, และ VR, จะช่วยให้ธุรกิจเข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้น

2. สร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ตื่นเต้น – เราต้องเข้าใจ user experience(UI) จะทำไงให้ลูกรู้สึกประทับใจในทุก process ของธุรกิจ

3. การสร้างและจัดการแคมเปญโฆษณา:** ทักษะในการสร้าง Ads สำคัญมากๆต้องทำให้ตรงกลุ่มเป้าหมายเพื่อประหยัดงบประมาณ และ คุ้มค่าที่สุด (AI จะมาช่วยเรา 50% ทำมห้แม่นขึ้นแต่ความเข้ามนุษย์จะเป็น 50% แรกที่เราต้องหาทางเข้าให้ถูกทาง)

**ทักษะการเข้าใจข้อมูล (Data Literacy):**

1. **ตัดสินใจใหญ่ๆที่มีผลกระทบสูง:** ผู้บริหารจะต้องมีความสามารถในการอ่าน, วิเคราะห์, และนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจได้ ใครอ่าน Data ไม่เป็นก็จะเหนื่อยหน่อย

2. **การทำนายแนวโน้ม(Prediction):** การใช้Data เพื่อ ทำนายอนาตว่าจะเกิดอะไรขึ้น (Data Science)

3. **การใช้ tools เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล:** เราควรมีพื้นฐานพอเข้าใจบ้างว่า ในตลาดมี tools ไหนบ้างในการวิเคราะห์ข้อมูล บ้าง

-สำหรับใครสนใจเรื่องพวกนี้สามารถไปตามเพจ DataRockie แอดมินทอยสุดใจดีเย้ (ช่วยขายของ555)

.

กลับมาต่อต่อ 2 ทักษะ เหล่านี้เป็นรากฐานทำให้เราไปทำ การตลาดของเรา

การตลาด = ต้นทาง (การเปิดประเด็นทำให้คนสนใจ,การยิงโฆษณา,แคมเปญต่างๆ)

กลางทาง = การเลือกวิธีการนำเสนอสินค้าของเรา(จะทำไงให้คนเข้าใจว่าสินค้าเราคืออะไร )

ปลายทาง = ไปจบที่การ ปิดการขาย (ทำให้ลูกค้าประทับใจจนอยากได้ของเรา)

.

ส่วนตัวผมมองว่าการยิงโฆษณา จะอยู่ต่อไปอีกเป็น 10ปี ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ เพราะเป็นตัวหลักในการหารายได้ของ Social Media

ปัจจุบัน อาชีพนี้คนกระโดดเข้ามาทำเยอะ(แล้วก็ออกไปเยอะ55)เพราะขาดความเข้าใจเอามากๆ คิดว่าแค่ๆยิงๆ Set ไปก็จบแล้ว

.

ทักษะการยิงโฆษณา เป็นการผสมกันระหว่าง = Data Analysis , Financial Management, Psychology

. คุณต้องบริหารงบประมาณเป็น อ่านData ได้ว่าตัวเลขไหนคุ้มไม่คุ้ม,แล้วก็เข้าใจจิตวิทยาผู้บริโภคแล้วก็ตัวคนยิงเองด้วย (เบ้นกำลังทำคลิปสอนถ้าใครสนใจทักมาได้ค้าบ)

.

จึงไม่แปลกใจทำไม คนใน Facebook ถึงเลิกยิงโฆษณากันไป (ทั้งๆที่จริงๆมันยังทำเงินได้อยู่แบบไม่ต้องรอคลิปว่อน หรือ ไปแข่งตัดราคากันในที่อื่น)

Ecology cartoon comparative concept with clean planet because of use alternative energy sources and dirty earth due to industrial environmental pollution vector illustration

[6/7] Green Skill (ทักษะสีเขียว)

– ผมเขียนบทความเรื่อง Green ใน“บทสรุป 10 ประเด็นที่ โลกเราจะไป จริงๆ” ทุกคนที่อยากเข้าใจว่ามันสำคัญยังไงไปอ่านอันนี้ก่อน (คนอ่านกันเป็นหมื่นคนแล้วสุดยอดด)

.

– คือทำไมเราควรมีฐานเรื่องพวกนี้คือ อีกหน่อย การปล่อยกู้ จะเป็น Green Loan (หนี้สีเขียว)

– มันคือ “การกู้ไหนที่ส่งผลต่อ มลพิษกับโลกจะโดนดอกเบี้ยแพงกว่าเป็นพิเศษ”

– นี้เป็นแค่เรื่องนึงซึ่งเราควรมีความเข้าใจ Green luxury อะไรที่มัน Green จะทำให้เราได้เปรียบกว่าคนอื่น

– World Economic Forum ระบุว่า เศรษฐกิจสีเขียวขับเคลื่อนโดยทักษะหลัก 6 ประการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์, สถาปัตยกรรมและการวางแผน, วิศวกรรมศาสตร์, เกษตรกรรม, ความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม และการคิดเชิงระบบ

– และนี้คือสิ่งที่คุณต้องควรพอมีความรู้บ้าง

1. **เข้าใจสภาพภูมิอากาศ:** รู้จักการเปลี่ยนแปลงอากาศ เพื่อการแก้ไขไปทางที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม.

2. **ใช้เทคโนโลยีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม:** ให้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้คุณลดปัญหาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นได้

3. **จัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ:** ปรับใช้การใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ.

4. **แก้ไขปัญหาทางสิ่งแวดล้อม:** หาวิธีแก้ปัญหาในสิ่งแวดล้อม.

5. **สื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่น:** พูดคุยและทำงานร่วมกับทีมในเรื่องสิ่งแวดล้อม.

.

การพัฒนา Green Skills เป็นการลงทุนในระยะยาวที่คุ้มมากๆ ความรู้พื้นฐานเหล่านี้จะทำให้คุณครอบคลุมถึงกฎหมายๆใหม่ๆที่กำลังจะ เข้ามา(โดนบังคับให้มี)

-จะทำให้ธุรกิจ หรืองานของเราทันกระแสยุคใหม่ๆ (อีกหน่อยใครไม่ green โดนภาษีแพงกว่า)

-เราต้องสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนต่อการดำเนินชีวิตของเราและโลกรอบตัว

-ถ้าใครอยากเริ่มก็ต้องลุยกันตั้งแต่วันนี้ได้เลย

3d render of an internet security badge

[7/7] Cybersecurity Awareness: (ความเข้าใจด้านปลอดภัยของโลกไซเบอร์)

.

จริงๆทุกวันนี้พวกเราโดนหลอกกันเยอะมาก เพราะขาดความเข้าใจด้านนี้ ยิ่งอนาคต จะยิ่งมีการหลอกแบบใหม่ๆแปลกๆกันมามากขึ้น หลอกเป็นพ่อแม่เรา หลอกเป็นเสียงญาติเรา

-ถ้า มี Deepfakes (เทคโนโลยีปลอมหน้าจาก AI) ก็ปลอมหน้าเปิดกล้องได้อีก

คิดดูพ่อแม่เราเปิดกล้องโทรมาบอกขอยืมเงิน?

แล้วเราจะรุ้ได้ไงว่าใครตัวจริงไม่ตัวจริง?

1. การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล:** ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรามีค่ามาก การรับรู้เกี่ยวกับวิธีการปกป้องข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยของเรา.

2. การป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต:** ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ช่วยให้เราเข้าใจถึงวิธีการป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าสู่ระบบของเรา ซึ่งมีความสำคัญในการป้องกันการถูกแฮ็ก.

3. ความปลอดภัยของธุรกิจ:** สำหรับธุรกิจ, การรับรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อปกป้องข้อมูลลูกค้า, ข้อมูลธุรกิจ, และระบบการทำงาน และลดความเสี่ยงจากการโจมตี

4. ป้องกันการฉ้อโกง:** ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ช่วยให้เราเข้าใจถึงเทคนิคการฉ้อโกงที่อาจเจอในโลกออนไลน์ และมีมาตรการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยง.

5. ความเชื่อถือในการใช้งานอินเทอร์เน็ต:**ไม่ใช่อยากกดลิ้งเว็บอะไรก็กดไปกันไปมั่วๆ แล้วก็มาบ่นมาโดนแฮกมือถือ นี้จะเป็นสิ่งที่เราต้องเข้าใจกันมากขึ้น ลิ้งแบบไหนกดได้ไม่ได้ URL แบบไหน

6. **การป้องกันการรั่วไหลข้อมูล:** ไปเอาข้อมูลส่วนตัวของเราไปฝากไว้ตามที่ต่างๆโดยขาดความเข้าใจสิ่งเหล่านี้

.

โดยสรุปคือเราต้องเข้าใจวิธีการเบื้องต้นของความปลอดภัยในโลกไซเบอร์

-การตั้งรหัสเหมือนกันทุกเว็บ แล้วเราดันเสล่อ5555(ไม่ใช่เราหรอก เบ้นเองประสบการ์ณตรง)

– เอารหัสไปใส่รหัสเราในเว็บที่สมัครอะไรก็ไม่รุ้ สุดท้ายโดนเอารหัสนั้นไป Hack platform อื่นๆของเรา

– พวกเรายังขาดความเข้าใจในด้านนี้อีกมาก ในขณะที่พวก พี่มิจ(มิจฉาชีพ) ก็ขยันกันหาวิธีหลอก ชิบเป๋ง มากันทุกระบบทุกทิศทาง55555

.

ยิ่งสาวๆ ที่เหงาๆโสด จะโดน Roman Scam(หลอกให้รัก หลอกให้หลง) กันหนักมาก คือ จะปลอมเป็นหนุ่มหล่อจากต่างประเทศ มาหลอกให้ลงทุน เอาเงิน หรือหลอกว่าจะบินมาที่ไทย ขอเงินค่าตั๋ว หรือจะมารับไปเป็นภรรยา เลี้ยงดูสุขสบาย

– ฟังดูอาจจะแบบไปโดนหลอกได้ไง บ้ากันหรือเปล่า คือ คนพวกนี้เรียนรู้ทักษะจิตวิทยามาเยอะมากๆ เขาฝึกมา + เขาจะไม่บังคับเราคุยกับเราเป็นปีๆเขาก็อดทนรอได้ (บางคนคุยกัน 2 ปีกว่าทุกวัน ) น่ากลัวมากๆ


[จบ] และนี้คือทักษะที่ผู้นำระดับโลกยอมรับว่าเราควรจะพัฒนากัน เพื่อรองรับ Wave ใหม่ ที่จะกระทบกับทุกคนจริงๆ ถ้ามองกันดูดีๆ ทักษะส่วนใหญ่จะ Focus ไปที่ Soft Skill ใครที่ไม่เก่งเรื่อง Soft Skill ก็ควรจะมีพกเอาไว้ติดตัวกันบ้าง มีหลายงานวิจัย พิสูจน์กันแล้วว่า ยิ่งเรามี Soft Skill มากเท่าไหร่ ชีวิตเราในระยะยาวจะยิ่งขาขึ้นมากเท่านั้น ตอนก่อน 30 อาจจะยังไม่เห็นผลมาก แต่พอเลยไป จะเริ่มเห็นความแตกต่างของคนที่ มี Soft Skill ดี จะยิ่งเติบโตได้ดีกว่ามากๆ

สำหรับใครที่กังวลกับทักษะเหล่านี้ ว่าจะไม่มีหรือไม่ถนัดไม่เป็นไรเลยครับ

-ไม่ต้องกลัว AI จะมาแทนที่ครับ AI จะมา แทนที่ Task(งาน) บางประเภท ใน Carreer (อาชีพ) ของเราครับ ตราบใดที่งานเราไม่ใช่งาน Routine Print (ทำเหมือนเดิมซ้ำๆ)

AI ก็แทนที่ได้ยากครับ เราต้องเป็น Knowledge Worker นักทำงานที่ใช้ความคิด

สิ่งสำคัญที่เราควรจะให้ความสำคัญที่สุดคือ Mental Health สุขภาพจิตของเราให้อยู่กับโลกที่หมุนไปไวมากๆขนาดนี้ครับ ขอบคุณทุกคนมากที่อ่านมาถึงตรงไหน

บ้นเชื่อว่าคุณคือ 5% ของประเทศนี้ที่สามารถ Focus อะไรได้นานๆยาวๆแบบนี้

ไม่มีใครแทนที่พวกคุณได้ง่ายๆหรอก พวกคุณพยายาหาความรู้ให้ตัวเอง เห็นบทความยาวๆแบบนี้ก็ยังอดทนนั่งอ่าน ผมชื่นชมจริงๆครับ

ขอให้ทุกๆวันเป็นวันที่มีความหมายนะครับ (เบ้น อานันท์)

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • สรุปครบจบในโพสต์เดียว affiliate มัดรวมทุกอย่างที่เราใช้ได้ไว้ที่นี้ อ่านจบเริ่มได้เลย ปีนี้ ต้องฟาดแล้ว

  • Love is courage : ความรักที่แท้จริงคือความกล้าหาญ

  • ประกาศย้ายบ้าน +แจกคลาสฟรี ทุกคนเลย


ความเห็น

ใส่ความเห็น