ทดลองไม่ฟังเพลงเป็นเวลา 90 วัน เรากลัวความเงียบ ฉบับวิทยาศาสตร์

ทดลองไม่ฟังเพลงเป็นเวลา 90 วัน เรากลัวความเงียบ ฉบับวิทยาศาสตร์

ทดลองไม่ฟังเพลงเลยเป็นเวลา 90 วัน
(จริงเราอาจจะไม่ได้อยากฟังเพลง แต่สมองเรา “กลัวความเงียบ” ไปแล้ว)
.
ไปเจอ ช่อง Lrnjulie เขามาแบ่งประปัน Challenge ที่เขาลอง ไม่ฟังเพลงเป็นเวลา 90 วันดูว่าเป็นยังไงบ้าง
.
ชื่อว่า I didn’t listen to music for 3 months (a science experiment)
เออดูเป็น Challenge ที่น่าสนใจดีเลยเปิดเข้าไปดู
สรุปมันเป็นเรื่องของ “สมองมนุษย์เลย กับความเบื่อเลย”
.
ดูจบแล้วรู้สึกแปลกมาก ไม่ใช่อยากเลิกฟังเพลง แต่เริ่มถามตัวเองว่า
เราฟังเพลงไปเพื่ออะไรนะ?
.
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
————————-
[1] เราไม่ได้ฟังเพลงเพราะอยากฟัง แต่เพราะสมองไม่ชอบ “ความว่าง”
.
ในคลิป Lrnjulie เขาเล่าว่า
เขาเริ่มสงสัยว่าตัวเองอาจจะ “ติดเพลง”
ไม่ต่างจากการติดพฤติกรรมบางอย่าง
.
เพราะเขาฟังตลอด ทำงานก็ฟัง เดินก็ฟัง อยู่เฉย ๆ ก็ฟัง
.
ไม่ใช่เพราะอยากเสพเสียงดนตรีแล้ว
แต่เพราะพอไม่มีเพลง จะรู้สึกอึดอัดทันที
.
ซึ่งมันตรงกับงานวิจัยปี 2011 ที่เขาอ้างในคลิป
ที่พูดถึง Music Consumption ในฐานะ Behavioral Addiction
คือไม่ได้ติดสารเสพติด แต่ติด “พฤติกรรมการกระตุ้นตัวเอง”
.
สมองไม่ได้อยากฟังเพลง สมองแค่ไม่อยากอยู่กับความเงียบ
———————–
[2] เพลงทำหน้าที่ “จัดการอารมณ์แทนเรา”
.
อีกเหตุผลที่เขาหยุดฟังเพลง คือเขาเริ่มสังเกตว่า
“เพลงไปยุ่งกับอารมณ์เขามากเกินไป”
.
เศร้านิดเดียว = เปิดเพลงเศร้า
เบื่อนิดเดียว = เปิดเพลงให้รู้สึกมีอะไร
เครียด = เปิดเพลงกลบเลย (อันนี้เบ้นเป็นบ่อยเลย55555)
.
ในคลิปมีการพูดถึงงานวิจัยปี 2013
ที่พบว่า เพลงเศร้าสามารถทำให้คน “รู้สึกดี” ได้
แม้อารมณ์จะเป็นลบ
.
ฟังดูเหมือนข้อดี แต่ผลข้างเคียงคือ
เราเริ่มแยกไม่ออกว่า อารมณ์ที่รู้สึกอยู่ มันคือของจริงไหมนะ
หรือเป็นอารมณ์ที่เพลงพาไป
.
เพลงไม่ได้สะท้อนความรู้สึก
แต่มัน “ขยาย” หรือ “บิด” ความรู้สึกนั้น
————————-
[3] พอไม่มีเพลง ความรู้สึกไม่ได้แรงขึ้น แต่มัน “ชัดเจนขึ้น”
.
สิ่งที่น่าสนใจมากคือ หลังจากหยุดฟังเพลงไปสักพัก
Lrnjulie ไม่ได้บอกว่าเขามีแรงมากขึ้น หรือ productive ขึ้น
.
แต่เขาบอกว่า ความรู้สึกมัน “ชัดเจนขึ้น”
.
ถ้าโกรธ → ก็โกรธจริง
เศร้า → ก็เศร้าเท่าที่มันเป็น
ไม่ถูกเร่ง ไม่ถูก กลบทิ้ง
.
เขาไม่ต้องใช้เพลง เพื่อหลบอารมณ์ตัวเองอีกต่อไป
.
มันไม่สบายในช่วงแรก แต่สมองเริ่ม “ซื่อสัตย์” กับความรู้สึกมากขึ้น
———————–
[4] ความเงียบพาเขากลับไปสู่โลกจริง
.
อีกอย่างที่เขาเล่าไว้ในคลิปคือ
พอไม่มีเพลง เขาเริ่มได้ยินเสียงอื่น
.
เสียงลม เสียงนก เสียงผู้คน เสียงสิ่งรอบตัว
.
สิ่งพวกนี้ไปดึงความทรงจำในวัยเด็กกลับมา
ความรู้สึกแบบ Wonder ที่ไม่ได้ถูกกระตุ้นด้วยอะไรแรง ๆ
.
เขาบอกว่า ความเงียบทำให้เขา “อยู่กับปัจจุบัน” มากขึ้น
ไม่หลุด ไม่ลอย ไม่ต้องมีอะไรเปิดกรอกหูตลอดเวลา
———————–
[5] ปัญหาไม่ใช่เพลง แต่คือการไม่มี ความเงียบ เหลืออยู่เลย
.
ในช่วงท้ายคลิป Lrnjulie ไม่ได้บอกให้ทุกคนเลิกฟังเพลง
.
เขาบอกแค่ว่า เราควร “ฟังแบบตั้งใจ”
ไม่เปิดเพลงทุกช่องว่าง
ไม่ใช้เพลงกลบความเบื่อ
ไม่ใช้เพลงหนีความรู้สึก
.
เพราะถ้าเราไม่เคยอยู่กับความเงียบได้
เราจะไม่รู้เลยว่า สมองเราคิดอะไร ใจเรารู้สึกอะไรจริง ๆ
———————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
จริงๆเบ้นชอบอันนี้มาก เมื่อก่อนเวลาเราไปวิ่ง ไปทำอะไรต้องฟังเพลงตลอดเพราะกลัวความเบื่อ มีเช้าวันนึง 4 ปีก่อน
.
วันนั้นจะออกไปเดิน แล้วเบ้นดันลืมหูฟังไว้ ก็เลยไม่ได้ฟังเพลงตอนวิ่ง
อยู่ดีๆเราเริ่มเห็นตัวเองมากขึ้น คิดไอเดียดีๆได้ ได้ฟังเสียงนกครั้งแรก
มันรู้สึกดีมาก หลังจากนั้นเลยไม่ฟังเพลงตอนวิ่งอีกเลย 555555
.
พอดูคลิปนี้จบ เบ้นไม่ได้รู้สึกอยากเลิกฟังเพลงเลย
แต่รู้สึกว่า บางทีเราอาจจะไม่ได้ชอบเพลงขนาดนั้นไหมนะ (ก็น่าถามตัวเอง)
.
เราอาจจะแค่ชินกับการมีอะไรเปิดตลอด จนสมองกลัวความเงียบไปแล้ว
.
และบางคำตอบในชีวิต มันไม่ดังพอจะสู้ Playlist
ถ้าเราไม่ยอมปิดเสียงลงก่อน
.
เบ้นอยากลอง Challenge เพื่อนๆ ลองออกไปเดินเล่น (ห้ามเดินลู่นะ) แบบไม่เอามือถือไป ไม่เอาหูฟังสัก 30 -90นาที ดู ติดต่อกันสัก 3 วัน
แต่พกสมุดกับปากกาเล็กๆไปด้วย พอคิดอะไรได้จดออกมาให้หมด
.
และนั้นถึงตอนนั้นแหละ เราจะได้รู้ว่าเสียงที่ดังอยู่ในหัวเราตลอดมันคือเสียงอะไร เราเป็นใคร เราอยากทำอะไรกันแน่ และเสียงพวกนี้จะไม่มีทางออกมาได้ตอนที่มีเสียงข้างนอก ดังอยู่ตลอดเวลา
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้ จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทดลองไม่ฟังเพลงเป็นเวลา 90 วัน เรากลัวความเงียบ ฉบับวิทยาศาสตร์

  • วิธีเล่าเรื่องขายไอเดียให้คนตอบตกลง คำแนะโดยครูใหญ่แห่งวงการ Startup

  • วิธีการสร้างความแตกต่าง ให้ตัวเราเองเป็นคนไม่มีจุดเด่น ทำอะไรก็ไม่มีจุดขาย


ความเห็น

ใส่ความเห็น