ผมเปลี่ยนวิธีการลงทุนตลอด 30 ปี ต้องรื้อ Port ใหม่หลังจาก AI มาถึง

ผมเปลี่ยนวิธีการลงทุนตลอด 30 ปี ต้องรื้อ Port ใหม่หลังจาก AI มาถึง

AI ทำให้ผมต้องเปลี่ยน Port การลงทุนใหม่ทั้งหมด
(ใครอยากมองหาโอกาสลงทุนลองดูอันนี้)
.
มีนักลงทุนคนหนึ่งที่ลงทุนมา 35 ปี และทำเงินจากตลาดหุ้นไปแล้วหลายล้านดอลลาร์
.
เขาชื่อว่า Mark Tilbury (คนติดตาม 7.99M @20.03.26)
เป็นนักลงทุนชาวอังกฤษ และ Creator สายการเงินที่มีผู้ติดตามหลายล้านคน
.
สไตล์ของเขาคือ “ลงทุนเรียบง่าย แต่วินัยโคตรสูง”
.
ตลอดชีวิตเขาแทบไม่ได้ทำอะไรซับซ้อนเลย
แค่ซื้อ S&P 500 แล้วถือยาว
.
แต่ล่าสุด… เขาเริ่ม “เปลี่ยนพอร์ต” เพราะ AI
มี ภาพลวงตาหลายอย่าง ที่เราคิดว่าปลอดภัย
และมันวิธีคิดเขาน่าสนใจหลายอย่าง ใครกำลังอยากปรับ Port ลองฟังอันนี้ดู เป็นอีกมุมมองที่น่าคิดตาม #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป


[1] สิ่งที่เราคิดว่ากระจายดีแล้ว อาจกำลัง “กระจุกตัว” แบบที่เราไม่รู้

เราถูกสอนมาตลอดว่า
S&P 500 = ปลอดภัย
.
เพราะมันคือการลงทุนใน 500 บริษัท
.
แต่สิ่งที่ Mark ไปเจอคือ

ทุก ๆ 1 ดอลลาร์ ประมาณ 40% มันไปกองอยู่ใน “แค่ 10 บริษัท”
.
และบริษัทเหล่านั้น คือ Big Tech ที่กำลังเดิมพันกับ AI ทั้งหมด
.
มันเลยกลายเป็นว่า
เราไม่ได้กระจายความเสี่ยง เรากำลัง “bet on AI” แบบไม่รู้ตัว
————-
[2] ปัญหาไม่ใช่ AI แต่คือ “การคาดหวังที่สูงเกินจริง”

สิ่งที่ Mark เริ่มกังวล ไม่ใช่เพราะ AI ไม่ดี
.
แต่เพราะบริษัทเหล่านี้กำลังถูกประเมินมูลค่าจาก “อนาคต”
.
เพื่อให้ราคาหุ้นมันสมเหตุสมผล
บริษัท AI เหล่านี้ต้องสร้างรายได้รวมกันระดับ “$2 Trillion”
.
ซึ่งมากกว่ารายได้ปัจจุบันของหลายบริษัทใหญ่รวมกัน
.
และที่น่าสนใจคือ
เงินที่เอามาลง AI จำนวนมาก มาจาก “หนี้”
.
มันเริ่มมีลักษณะของ feedback loop

ราคาหุ้นขึ้น → คนแห่ลงทุน → เงินไหลเข้า
→ บริษัทมีเงินเพิ่ม → ลง AI เพิ่ม → ราคาขึ้นอีก
.
มันดูสวยงามมากจนบางทีเราลืมถามคำถามง่าย ๆ ว่า
“ถ้ามันไม่เป็นแบบที่คิดไว้ล่ะ?”
——————
[3] โลกไม่ได้มีแค่ USA (แต่เรามักลงทุนเหมือนมีแค่ที่เดียว)

Mark ย้อนให้ดูประวัติศาสตร์

ปี 1900 → UK คือศูนย์กลางโลก
ปี 1990 → ญี่ปุ่นมาแรงสุด
ปัจจุบัน → USA ครองตลาด
.
แต่ไม่มีประเทศไหน อยู่จุดสูงสุดตลอดไป
สิ่งที่เขาเริ่มทำคือ ค่อย ๆ กระจายเงินออกไป “Global Market”
.
ไม่ใช่แค่ S&P 500
.
เพราะถ้าเราอยู่แค่ใน US
เราจะพลาดบริษัทระดับโลกอีกเยอะมาก
.
และที่สำคัญ

มันคือการลดความเสี่ยงจากการ “bet ประเทศเดียว”
—————
[4] โอกาสของ AI อาจไม่ได้อยู่ที่ “คนสร้าง” แต่อยู่ที่ “คนใช้”

นี่คือมุมที่ผมชอบที่สุด
Mark แบ่งตลาดออกเป็น 4 โซน

1.ตัวใหญ่ คนแห่เข้า (Crowded)
2.ตัวมั่นคง (Defensive)
3.ตัว hype (Speculative)
4.และตัวที่คนมองข้าม (Overlooked)
.
เขาบอกว่า
โอกาสจริงของ AI
อาจอยู่ใน “ตัวที่คนมองข้าม” (“Overlooked Zone”)
.
บริษัทเล็ก-กลาง ที่ไม่ได้สร้าง AI เอง
แต่เอา AI ไปใช้แก้ปัญหาได้ดี
.
เพราะในอนาคต AI อาจกลายเป็นของที่ “ใกล้เคียงกันหมด”
สุดท้ายคนจะเลือกจากราคา และการใช้งานจริง
.
เหมือนน้ำมัน ไม่ได้สำคัญว่าใครขุด
แต่สำคัญว่าใคร “ใช้มันได้คุ้มกว่า”
——————
[5] เงินสดและทอง คือของที่คนมองข้ามตอนทุกอย่างดูดี

อีกสิ่งที่เขาทำคือ ถือเงินสดเพิ่ม เพิ่มสัดส่วนทองคำ
เพราะเวลาที่ตลาดดูดี คือเวลาที่คนระวังน้อยที่สุด
.
แม้แต่ Warren Buffett ยังถือเงินสดมหาศาล
.
ไม่ใช่เพราะเขาไม่รู้จะลงทุนอะไร
แต่เพราะเขา “รอจังหวะ”
.
เงินสด = อิสระในการเลือก
ทองคำ = กำลังถูกซื้อโดยธนาคารกลางทั่วโลกมากขึ้น (เหมือนเป็นการ hedge ความไม่แน่นอนของระบบ)
.
มันไม่ใช่ asset ที่ sexy แต่มันคือสิ่งที่ “ช่วยให้รอด”
=============

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

สิ่งที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่ AI
แต่คือการที่ เงินทั้งโลกกำลังไหลไปในที่เดียวกัน
.
สิ่งที่เคย safe อาจไม่ได้ safe แบบเดิมอีกต่อไป
Mark ไม่ได้พยายามทำนายอนาคต
.
เขาแค่จัดพอร์ตให้ “ไม่พัง” ไม่ว่าอนาคตจะออกหน้าไหน
.
และบางที
.
การลงทุนที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเลือกให้ถูกที่สุด
แต่คือการ “อยู่รอด” ตอนที่ทุกอย่างผิด
.
เราลองมองคำว่า “กระจายความเสี่ยง” ใหม่อีกครั้ง
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • จะหาเงินก้อนแรกในปีนี้ต้องเข้าใจ เรื่องนี้ ถ้ายังวิ่งไล่ค่าใช้จ่ายอย่าเพิ่งพูดเรื่องธุรกิจ

  • วิธีแฮกระบบประสาทให้สมองทำงานดี นี้คือนิสัยที่เราควรทำก่อนเริ่มทำงาน

  • ผมเปลี่ยนวิธีการลงทุนตลอด 30 ปี ต้องรื้อ Port ใหม่หลังจาก AI มาถึง


ความเห็น

ใส่ความเห็น