NVIDIA’s Jenson Hwang เปิดตัว NemoClaw พร้อมสนับสนุน OpenClaw เต็มระบบ (กุ้งอัพกล้ามแล้ว)
.
นี่ไม่ใช่แค่การเปิดตัวของ NVIDIA แต่มันคือสัญญาณว่า
“โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ทั้งระบบ(infra)”
[1] “OpenClaw คือ open-source ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”
.
Jensen เริ่มด้วยการพูดถึง OpenClaw ของ Peter Steinberger
Jenson เปิด Stat ให้ดูว่า
มันโตเร็วกว่า Linux ที่ใช้เวลา 30 ปี
แต่ OpenClaw ใช้เวลาแค่ “ไม่กี่สัปดาห์”
นี่ไม่ใช่แค่ hype มันคือสัญญาณว่า “โลกกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วผิดปกติ”
.
[2] “1 command = มี AI agent พร้อมใช้งานทันที”
.
Jensen โชว์ของที่โคตร simple แต่ impact โคตรแรง
แค่พิมพ์คำสั่งเดียวใน console ระบบจะไป
– โหลด OpenClaw
– build agent
– พร้อมใช้งานทันที
สิ่งที่หายไปคือ “ต้นทุนในการเริ่มต้น”
เมื่อก่อนจะมี AI agent ต้องมีทีม dev
ตอนนี้ = คนเดียว + command เดียว
Barrier ถูกทุบหมดแล้ว
.
(หายใจลึกๆก่อนอ่านต่อ)
[3] โลกจริงเริ่มใช้ Agent แล้ว ไม่ใช่แค่ demo
.
เขาตัดไปโชว์ use case ที่เกิดขึ้นจริง
– Agent ทำ research ตอนเรานอน
– คนธรรมดา automate ธุรกิจเบียร์ทั้งระบบ
– เชื่อม hardware + website + order flow
Insight คือ
นี่ไม่ใช่ future มันคือ “present ที่เพิ่งเริ่ม explode”
.
[4] แล้ว OpenClaw จริง ๆ คืออะไร?
.
Jensen อธิบายแบบไม่ต้องมี tech background ก็เข้าใจได้
OpenClaw คือ system ที่
– เชื่อมกับ LLM (AI ตัวอื่นๆ)
– ใช้ tools ได้
– เข้าถึง file system
– วาง schedule ได้
– แตก task เป็น step
– สร้าง sub-agent ได้
– คุยได้ทุก modality
สรุปคำเดียวของเขา “มันคือ Operating System”
.
[5] จาก Personal Computer สู่ Personal Agent
.
Jensen เปรียบเทียบแบบง่ายๆ
Windows ทำให้เรามีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว
OpenClaw ทำให้เรามี “AI agent ส่วนตัว”
นี่คือ shift ใหญ่ จากเครื่องมือ สู่ แรงงาน
.
[6] ทุกบริษัทต้องมี “OpenClaw Strategy”
เหมือนเมื่อก่อนทุกบริษัทต้องมี
– Internet strategy
– Linux strategy
– Cloud strategy
ตอนนี้ ทุกบริษัทต้องมี “Agent strategy”
นี่ไม่ใช่ optional
นี่คือ baseline ใหม่ของธุรกิจ
[7] โลก IT แบบเก่ากำลังจะจบ
.
Jensen อธิบายโครงสร้างเดิมของ enterprise IT
– เก็บ data ใน data center
– ใช้ software เป็น tools
– มี workflow ให้คนใช้
ทั้งหมดคือระบบที่ “มนุษย์เป็นคนทำงาน”
.
[8] โลกใหม่ = Agent เป็นคนทำงานแทน
.
หลัง OpenClaw Agent จะ
– เข้าถึงข้อมูล
– execute code
– สื่อสารออกไปข้างนอก
ตรงนี้ Jensen หยุดแล้วบอกว่า “ลองคิดดี ๆ มันอันตรายแค่ไหน”
.
[9] ปัญหาใหญ่ไม่ใช่ AI ไม่เก่ง แต่คือ “มันเก่งเกินไป”
.
Agent สามารถ
* อ่านข้อมูลบริษัท
* แก้ระบบ
* ส่งข้อมูลออก
ถ้าไม่มี control = พังทันที
นี่คือ pain point จริงขององค์กร
.
[10] NVIDIA เลยเข้ามาแก้ตรงนี้ด้วย NemoClaw
.
เขาบอกว่าไปทำงานกับ Peter + ทีม security ระดับโลก
เพื่อทำให้ OpenClaw “พร้อมใช้ในองค์กรจริง”
.
[11] NemoClaw = layer ของความปลอดภัย + control
สิ่งที่เพิ่มเข้ามา
– policy engine
– guardrails
– privacy router
– execution control
มันทำให้ agent “ทำงานได้ แต่ไม่หลุดกรอบ”
.
[12] Agent ต้องมี Policy เหมือนพนักงาน
.
Insight ที่ลึกมาก
ในอนาคต AI = employee
และ employee ต้องมี rule
– เข้าถึงอะไรได้
– ทำอะไรได้
– ห้ามทำอะไร
NemoClaw คือระบบที่คุมตรงนี้
เหมือน HR + compliance ของ AI
.
[13] โลกไม่ได้มี AI ตัวเดียว แต่มี “AI ecosystem”
.
Jensen ขยายภาพออกไปอีก
แต่ละ industry ต้องใช้ model ต่างกัน
– language
– robotics
– biology
– physics
– autonomous
ไม่มี one-size-fits-all อีกแล้ว
.
[14] NVIDIA กำลังสร้าง “รากของ AI ทุก domain”
เขาโชว์ model stack ของตัวเอง
Neotron, Cosmos, Groot, Bioneo, Earth-2
ซึ่งครอบคลุมแทบทุก industry
นี่ไม่ใช่ product แต่มันคือ infrastructure
.
[15] บริษัทต้องมี AI ของตัวเอง (Sovereign AI)
.
โลกกำลังไปทางนี้
แต่ละบริษัท / ประเทศ
ต้องมี model ของตัวเอง
เพราะ data + context ของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน
.
[16] เกิด ecosystem ระดับโลกแล้ว
.
Jensen ประกาศ coalition
มีบริษัทอย่าง
Mistral, Perplexity, LangChain เข้าร่วม
แปลว่า นี่ไม่ใช่แค่ NVIDIA คิด ทั้ง industry กำลังไปทางเดียวกัน
.
[17] SaaS กำลังจะเปลี่ยนเป็น GaaS
.
เขาย้ำชัดมาก
ทุก SaaS company
จะกลายเป็น Agent-as-a-Service
.
จากเดิมขาย tool
อนาคตขาย “agent ที่ทำแทน”
.
[18] พนักงานจะมี “Token Budget”
.
Insight โคตรใหม่
อนาคตคนทำงานจะมี
1. เงินเดือน
2. token สำหรับใช้ AI
token = พลังในการ leverage
ใครใช้ token เก่ง
ทำงานได้มากกว่าคนอื่นหลายเท่า
.
[19] บริษัทจะกลายเป็น “โรงงานผลิต intelligence”
.
ธุรกิจจะไม่ใช่แค่ขาย product
แต่ขาย
“AI output / ความฉลาด”
ทั้งใช้เอง
และขายให้ลูกค้า
.
[20] นี่คือการ Reset อุตสาหกรรม IT ทั้งหมด
.
Jensen ปิดด้วยภาพใหญ่
OpenClaw = ใหญ่ระดับ HTML / Linux
NemoClaw = ทำให้มันใช้ได้จริง
และสิ่งที่กำลังเกิดคือ
Software → Agent
Tool → Worker
System → Intelligence
===========
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
ถ้าเรายังมอง AI เป็นแค่ chatbot เรากำลังอยู่ผิด layer ของเกม
แต่ถ้าคุณเริ่มคิดว่า “จะมี agent กี่ตัว แล้วมันทำงานแทนเรายังไง”
เราเริ่มเข้าใจเกมนี้แล้ว
.
ยุคนี้ไม่ใช่คนที่ทำงานเก่งที่สุดจะชนะ
แต่คือคนที่ “ใช้ AI เป็นแรงงาน” ได้เก่งที่สุด
ถ้า NemoClaw ทำได้จริงๆจะแก้ปัญหาที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าใช้ Openclaw ได้ และนั้นจะ shift ธุรกิจไปอีกระดับนึง
มุมมองทุกคนคิดว่ายังไงบ้างกับการเปิดตัวครั้งนี้ครับ
กาวไหมถ55555 หรือทำได้จริง?





ใส่ความเห็น