ทำไมการเรียนรู้ทุกวันถึงสำคัญกว่าที่เราคิด จุดตัดคนมีพรสวรรค์ VS คนที่ทำต่อเนื่อง

ทำไมการเรียนรู้ทุกวันถึงสำคัญกว่าที่เราคิด จุดตัดคนมีพรสวรรค์ VS คนที่ทำต่อเนื่อง

ทำไม “การเรียนรู้ทุกวัน” ถึงเปลี่ยนชีวิตเราได้จริงๆ
.
เราทุกคนรู้อยู่แล้วว่า “เวลาคือสิ่งมีค่า”
แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็น คือพลังที่ซ่อนอยู่หลังคำธรรมดา ๆ นี้
.
หลายครั้งที่เราพูดว่า “ฝึกบ่อย ๆ เดี๋ยวก็เก่ง” แต่พอถึงชีวิตจริง…
– เราอ่านหนังสือ แต่ไม่เคยเอามาใช้
– เรารู้ทฤษฎี แต่พอเจอสนามจริงก็พลาดเหมือนเดิม
– เราบอกตัวเองว่าจะทำ แต่สุดท้ายเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ
.
จนวันหนึ่งเราก็ตัน ไม่ไปต่อ
ทั้งที่จริงแล้ว ความแตกต่างระหว่างคนที่ตัน กับคนที่ก้าวไปอีกขั้น
อยู่ที่ Everyday Learning – การเรียนรู้เล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน
.
Sean D’Souza อธิบายไว้ว่า นี่แหละคือ 3 เหตุผลที่ “ทุกวัน” สำคัญกว่าที่คิด
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
———————–
{ 1 } Book Concepts Come Alive — หนังสือมันไม่พอจนกว่าจะได้ “ลงมือทุกวัน”
.
Sean เขาเล่าเรื่องถ่ายรูปในอินเดีย
Sean เขาเป็นคนชอบถ่ายภาพแนว Candid Photography
คือเป็นแนว เผลอ” หรือกำลังทำอะไรจริง ๆ ไม่รู้ตัวว่าถูกถ่าย
.
ตอนที่รถ Jeep ที่ขนคน ขับผ่านมา เขาหยิบกล้องขึ้น ทุกคนหันมายิ้มให้
ภาพที่ได้ออกมา…สวย แต่ คน fake หมดเลย (แกล้งยิ้มให้กับกล้อง)
.
Sean บอกว่า กฎของการถ่ายรูป Candid คือ “อย่าหยุดถ่ายหลังจากคนเลิกโพสท่าทาง”
แต่สุดท้าย Sean ก็เผลอวางกล้อง ได้แต่ภาพ จัดฉาก Fake ที่ Sean ไม่อยากได้
.
นี่คือความจริงของการเรียนรู้
เราจะอ่านกฎถ่ายรูปกี่ครั้งก็ได้ แต่สมองมันจะไม่จำ จนกว่าจะได้ “พลาดมันด้วยตัวเอง”
และเราจะไม่พลาดซ้ำพอจนมันติดสมอง ถ้าเราไม่ทำมันทุกวัน
.
– ถ้าเราอยากเขียนเก่ง? เขียนทุกวันเลย แม้มันจะห่วยแตก
– คุณอยากพูดภาษาได้? ต้องพูดผิดทุกวันจนปากมันจำ
– คุณอยากเข้าใจลูกค้า? ต้องคุยกับเขาทุกวัน จนจับแพทเทิร์นได้จริง
.
ความรู้มันไม่ตื่นขึ้นมาแค่เพราะอ่าน มันตื่นขึ้นมาเพราะเรา “ทำพลาดซ้ำ ๆ จนเข้าเนื้อ”
————————————————-
{ 2 } Progressive Mistakes – ความผิดพลาดที่ค่อย ๆ วิวัฒนาการ
.
ซอส มะเขือ Ketchup ที่เรากินทุกวันนี้ เป็นผลลัพธ์ของการพลาดหลายร้อยปี
– จากซอสปลาหมักของจีน → Mushroom Ketchup ของอังกฤษ → Tomato Ketchup ของ Heinz
.
มันไม่ใช่ว่าคนแรกที่คิดจะได้สูตรสำเร็จเลย
แต่คือการ refine ปรับปรุง ทีละขั้น ด้วยการ ผิดซ้ำ → แก้ซ้ำ → refine ซ้ำ
.
Sean บอกว่า Talent = Science at High Speed
คือการทำผิดพลาดถี่มาก จนแก้ไขได้เร็ว จนคนอื่นเข้าใจผิดว่าเป็น “พรสวรรค์”
.
เบ้นเคยถาม Sean ว่า อยากวาดรูปเก่งแบบเขาจะเป็นไปได้ไหม
เขายกตัวอย่างตัวเองว่า
วันแรก เขาวาดแย่มาก วาดแล้วเละไปหมด แต่พอทำเป็น diary ทุกวัน ผ่านไป 5,582 วัน เขามีงานกว่า 4,000+ ชิ้น (พร้อมส่งรูปมาให้ดูเป็นร้อยๆรูป 555555)
.
แต่ละชิ้นไม่ใช่ masterpiece
แต่คือ progressive mistakes ที่สะสมจนแกร่งขึ้น จนเร็วขึ้น
.
ลองคิดสิ…
– ถ้าเราเขียนบทความแค่ปีละ 10 บท → เราได้ mistake 10 ครั้ง
– แต่ถ้าเราเขียนทุกวัน → เราได้ mistake 365 ครั้ง
ผ่านไป 5 ปี คุณ ได้ 1,800 ครั้ง Skill นี้เรามันจะไปถึงไหนแล้ว?

“ความผิดพลาด” คือเชื้อเพลิงของความเร็ว
และ “ทุกวัน” คือเครื่องจักรที่ทำให้คุณ ปรับปรุง ได้เร็วกว่าใคร
ความลับของ Sean คือ ผิดพลาด + ทุกวัน

—————
{ 3 } Serendipity – โอกาสที่โผล่มาเพราะคุณไม่หยุดทำ
.
ก่อนหน้านี้ Sean หยิบกล้องแค่ปีละ 3 ครั้ง เวลามีทริปใหญ่ ๆ
แต่พอมีคนบอกว่า “หยิบกล้องไปทุกที่” ชีวิตเขาเปลี่ยนไปเลย
Sean มาไทย ถ่ายรูปฉ่ำมากก ส่งให้เพื่อนๆ คนไทยดูทุกวัน เหมือนเที่ยวไปกับเขา 555555
.
เพราะเมื่อคุณทำอะไรทุกวัน มันสร้าง “Surface Area” พื้นที่ให้โอกาสเข้ามาหาเรา
– วาดรูปทุกวัน → เพื่อนเห็น อาจจะชวนออกงาน
– เขียนทุกวัน → มีคนอ่านจนอยากร่วมงาน
– ถ่ายรูปทุกวัน → เจอ moment ที่เปลี่ยนผลงานคุณไปตลอดกาล
.
ถ้าคุณทำปีละครั้ง → เรากดดันว่าต้องออกมาดีตั้งแต่แรก
แต่ถ้าคุณทำทุกวัน → เราเล่นได้ ทดลองได้ และเปิดพื้นที่ให้ ความบังเอิญ เกิดขึ้นเอง
———————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

หนังสือ Brain Audit ฉบับ แปลไทย ออกมาได้ เกือบ 3 สัปดาห์ตอนนี้ พิมพ์ครั้งที่ 2 แล้ว
Brain Audit ของ Sean ก็เกิดจาก ความบังเอิญเหมือนกัน ที่ไปพูดแล้วคนทัก จนกลายเป็นหนังสือ เล่มนี้
.
เราต้องหา Everyday Plan ให้ตัวเอง – แผนเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตใหญ่ ๆ
.
วันนี้เบ้นก็กำลังจะไปสัมภาษณ์ Sean ใน Podcast หลังจากเขียนบทความนี้จบ ใครมีคำถามอะไรอยากฝากถามคอมเมนต์ไว้ได้เลย 555555
.
(และแน่นอนมันเป็นสิ่งใหม่ของเบ้นเหมือนกัน เพราะไม่เคย สัมภาษณ์ใครเป็น Eng มาก่อน แต่เราวิ่งหาความผิดพลาดนั้นอยู่เสมอ ตื่นเต้นๆ5555 )
.
เหมือนคุณหัดขับรถ
วันแรก ทุกอย่างยากหมด – สตาร์ทไม่ติด คลัทช์ดับ ตื่นเต้นจนเหงื่อแตก 555555 จำได้ไหม
แต่พอทำทุกวัน สุดท้ายมันกลายเป็นธรรมชาติ
ขับได้โดยไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ
.
ชีวิตก็แบบนั้น
วันนี้คุณอาจจะยังเห็นผลน้อยมาก แต่ถ้าอีก 5,582 วัน ผ่านไป
คุณจะหันกลับมามอง แล้วตกใจว่า…
.
“โห…นี่ฉันเก่งขึ้นได้ขนาดนี้เลยเหรอ?”
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • แนวคิดการซื้อธุรกิจแทนที่จะปั้นธุรกิจเอง ใช้ คน 19 คน สร้างธุรกิจโต 80ล้าน/ปี

  • ถ้าต้องเริ่มใหม่เลยวันนี้จะเริ่มจากอะไร ฉบับ One Person Business

  • เข้านอนยังไงให้ถูกต้องตามหลักการร่างกายโดยนักประสาทวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการนอน


ความเห็น

ใส่ความเห็น