AI เปลี่ยนชีวิตไม่ได้..แต่ช่วยให้เรา “ค้นพบตัวเองได้เร็วขึ้น”

AI เปลี่ยนชีวิตไม่ได้..แต่ช่วยให้เรา “ค้นพบตัวเองได้เร็วขึ้น”

 AI ไม่ได้มาแย่งตัวตนเรา
แต่มันจะทำให้ “คนที่ไม่รู้จักตัวเอง” หายไปก่อน

เบ้นเคยคิดว่า AI คือเครื่องมือของนักการตลาด
ของ Creator หรือคนทำงานสาย Tech จ๋าๆ
.
แต่พอใช้จริงจังมา 6 เดือน ความรู้สึกมันค่อยๆ เปลี่ยนไป
.
AI ไม่ได้แค่ “ทำงานแทนเรา”
มันกลายเป็น กระจกที่สะท้อนว่า “เราเป็นใคร”
ยิ่งใช้มันก็ยิ่งสะท้อนว่า “เราไม่รู้จักตัวเราเองขนาดนไหน”

และในยุคถัดไป

“คนที่เป็นตัวของตัวเองได้ดีที่สุด…จะเป็นผู้ชนะ”
.
เมื่อวานเบ้นคุยกับเพื่อน
กำลังเชียร์มันให้เริ่ม One Person Business สักที
.
มันตอบกลับมาว่า
“ทำตอนนี้ใครก็ทำกันไปหมดแล้ว จะทำ Content อะไร?”
.
คำถามนั้นทำให้ผมนึกถึงอะไรบางอย่าง…
.
ทำไม Creator ถึงทำ Topic เดียวกันซ้ำๆ ได้เป็นพันครั้ง
ทำไมหนังสือ Atomic Habits ถึงถูกรีวิวเป็นหมื่นรอบ คนก็ยังอ่าน?
ทำไมเรื่องของ Elon Musk ถึงถูกเล่าใหม่วนไปมา แต่คนก็ยังฟัง?
ทำไมเรากลับไปดูหนังเรื่องเดิมทั้งที่รู้ฉากจบ?
.
คำตอบมันไม่ใช่เพราะ “ข้อมูล”
แต่มันคือ “ความรู้สึก” ที่ฝังอยู่ในเรื่องนั้น
.
มนุษย์ไม่ได้เสพแค่เนื้อหา
มนุษย์เสพ “ความจริงใจ” และ “ตัวตน” ของคนเล่า
.
หนังสือ Same As Ever ของ Morgan Housel พูดชัด:

“We like what we’ve always liked.”

มนุษย์ไม่ได้ต้องการอะไรใหม่เสมอ
เราต้องการ ใครสักคนที่เข้าใจเราจริงๆ
พูดในแบบที่เรารู้สึกว่ามัน ‘จริง’

AI จะเขียนได้เหมือนทุกคน
AI จะพูดได้ทุกสำเนียง
AI จะสร้างสูตรสำเร็จได้เป็นร้อยแบบ

แต่มันไม่มีวัน “Generate” สิ่งเหล่านี้ได้:

– ประสบการณ์ที่เราคยเจอความเจ็บปวดที่ผ่านมา
– บาดแผลที่คุณยอมรับมันและเลือกจะเล่าต่อ
– ความเงียบและความขมขื่น ที่เราตัดสินใจผิด

สิ่งนั้น…คือ Signal
ส่วนที่เหลือ…คือ Noise
.
Nassim Taleb บอกว่าในยุคที่ข้อมูลล้นโลก
คนจะสับสนระหว่างสิ่งที่ “ดูเหมือนสำคัญ” (Noise)
กับสิ่งที่ “สำคัญจริงๆ” (Signal)
.
– Noise = สูตรไวรัล คอนเทนต์ AI สร้าง เทรนด์สั้นๆ
– Signal = ตัวตน ภารกิจ เรื่องจริงที่คุณผ่าน
.
ในยุค AI Noise จะระเบิดขึ้น 1,000 เท่า
แต่ Signal จะยิ่งมีมูลค่ามากกว่าทุกยุคที่ผ่านมา
.
เราไม่ได้อยู่ในยุคของคนที่เก่งทุกอย่าง
เราอยู่ในยุคของคนที่ ซื่อสัตย์กับความเป็นตัวเองมากพอ
จนแม้จะพูดในเรื่องเดิม…ก็ยังฟังแล้วรู้สึกว่า “ Connect
.
เรา Connect กันได้เพราะ “เรื่องราวของเราเหมือนกัน”
AI จะไม่มาแทนคุณ แต่มันจะเร่งให้คุณรู้ว่า
ถ้าคุณไม่เป็นตัวเองจริงๆ คุณจะหายไป
ยิ่งคุณซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง และเล่าผ่าน Content
“คุณจะได้รางวัล ที่คุณซื่อสัตย์ต่อตัวเอง”
.
มันเหมือนกับที่เบ้นรู้สึก ขอบคุณ Internet ที่ทำให้ชีวิตเบ้นเปลี่ยนได้จริงๆ
มันทำให้เบ้นรู้ว่า โลกนี้ทำ ธุรกิจด้วยตัวคนเดียวได้แล้ว (One Person)
มันทำให้เบ้นรู้ว่า เราสามารถเติบโตแบบ S Curve ในชีวิตได้จริงๆ
.
และถ้าคุณชัดเจนว่าเราเป็นใคร คอนเทนต์ธรรมดาๆ
เสียงที่ไม่ได้ดัง ไม่มีคนติดตาม เยอะขนาดนั้น
ก็จะกลายเป็น “พื้นที่” ของเรา
.
ใครกำลังรู้สึกเบลอในโลกที่เสียงดังไปหมด
อย่าเพิ่งรีบโพสต์ อย่าเพิ่งรีบหาไอเดีย
.
ลองกลับมา “ฟังเสียงที่อยู่ข้างในก่อน”
.
บางทีคุณไม่ต้องพูดอะไรใหม่
แค่พูดแบบที่ “เป็นคุณ” จริงๆ
.
เท่านั้นแหละ
โลกจะเริ่มเงียบฟัง

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • แนวคิดการซื้อธุรกิจแทนที่จะปั้นธุรกิจเอง ใช้ คน 19 คน สร้างธุรกิจโต 80ล้าน/ปี

  • ถ้าต้องเริ่มใหม่เลยวันนี้จะเริ่มจากอะไร ฉบับ One Person Business

  • เข้านอนยังไงให้ถูกต้องตามหลักการร่างกายโดยนักประสาทวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการนอน


ความเห็น

ใส่ความเห็น