7 ช่องทางหารายได้เงินแสนด้วยตัวคนเดียว Soloprenuer (อ่านจบเริ่มได้เลย)

7 ช่องทางหารายได้เงินแสนด้วยตัวคนเดียว Soloprenuer (อ่านจบเริ่มได้เลย)

เราจะหาเงิน แสน ได้ยังไง ?
.
นี้น่าจะเป็นคำถามแรกๆเลยสำหรับคนที่ทำงาน
.
ตอนนี้หลายคนมีคำตอบในใจละ “ทำธุรกิจ”
.
และความเป็นจริงคือ “คนทุกคนไม่ได้เหมาะจะเป็นเจ้าของธุรกิจ”
.
แต่ทำไมทำสื่อถึงชอบประโคมข่าว เอาแนวคิดนักธุรกิจคนนั้น คนนี้มาเล่า ให้ตื่นเต้นกัน
.
ในมุมมอง Psychology จิตวิทยา แบบผม ต้องบอกว่า แนวคิดเกินครึ่งของนักธุรกิจที่เราเห็นในสื่อ แทบเอามาใช้กับตัวเราไม่ได้เลย
.
เราอยู่คนละบริบท สมมุติคุณมีภาระต้องดูแลครอบครัว แต่นักธุรกิจบอก High Risk High Return คุณต้องกล้าเสี่ยง แค่นี้ถ้าคุณเชื่อคุณแทบเอาครอบครัวคุณไปเสี่ยงแล้ว เอาเงินไป All-in มันต้องดู Context (บริบท) ที่เราอยู่ด้วยเราอยู่จุดไหนเรามีต้นทุนอะไร เราเสี่ยงได้แค่ไหน?
.
การจะเป็นEntreprenuer (ผู้ประกอบการ) มันเป็นเรื่องที่ขายฝันได้สนุก มันเท่ มันมีอำนาจ มีคนนับถือ ถ้าเรื่องมันจบแค่บรรทัดนี้ก็ดี เราคงแยกย้ายไปเปิดธุรกิจของตัวเอง
.
ในความเป็นจริงๆ Entrepreneur (ผู้ประกอบการ) ต้องรับความเจ็บปวดได้สูงมาก แล้วก็มีอีกหลายอย่างที่เล่าว่าได้ทั้งวันว่ามันข่มขื่นเพียงใด (ตอนพิมไปยังเจ็บไป)
.
เจ้าของธุรกิจ Entrepreneur ต้องมุ่งเน้นไปที่การทำให้ธุรกิจโต บริหารคนเยอะแยะ แบกรับความเสี่ยงมหาศาล ต้องลงมือทำแบบอดหลับอดนอน ต้องพัฒนาตัวเองตลอด ต้องวิ่งไม่หยุด ต้องมีทักษะผู้นำ ต้องแก้เรื่องคนเก่ง ต้องมีทักษะเยอะแยะเต็มไปหมด และที่สำคัญต้องมีเงิน555
.
และนั้นไม่ได้เหมาะกับคนทุกคน แล้วก็ไม่ได้แปลว่า Entrepreneur (ผู้ประกอบการ) ทุกคนจะรวยด้วย คนเจ๊งเกิน 50%
.
ในขณะที่ Entreprenuer (ผู้ประกอบการ) โครตจะเจ็บปวด และไม่เหมาะกับหลายคน
.
วันนี้ผมจะมาเสนอทางเลือกใหม่ Solopreneur (ทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียว)

Solopreneur เราจะ Focus ไปที่ตัวเราเอง เราไม่ได้ Focus ไปที่ Trend โอกาส หรือ เศรษฐกิจ
.
เราจะ มุ่งไปที่ Psychology (จิตวิทยา) + ปรัชญา (Philosophy) ของชีวิตเรา
.
เราเป็นคนยังไง เราชอบเรื่องอะไร เจอปัญหาอะไรในชีวิตเราบ้าง
เราเริ่มจากคำถามนี้เลยคือ
.
“ถ้ามีเราคนเดียวเราทำอะไรได้บ้าง”
.
ถ้าสิ่งที่เราทำเราได้เป็นคนควบคุม ชีวิตเราจะมีความสุขมากๆ
.
ที่เรา Suffer(เจ็บปวด) กับชีวิต เพราะเรารุ้สึกเราควบคุมอะไรไม่ได้ (บางคนยอมเพราะได้เงินมากพอ)
.
เราเลือกงานที่ทำไม่ได้ เลือกเวลาเข้างานไม่ได้ ยิ่งเราควบคุมอะไรไม่ได้เราจะยิ่งเครียด ยิ่งอึดอัด
.
นั้นทำไมการลงโทษของมนุษย์คือการขังคุก เพราะ เขาเสียอิสระภาพในการควบคุมตัวเอง
.
เขาไม่ได้โดนทำร้ายร่างกายอะไรเลย แต่เขาแค่จับคนมาขังให้อยู่เฉยๆ
.
โดนควบคุม เวลาตื่น เวลานอน เวลากิน เวลาใช้ชีวิต นั้นคือการลงโทษทางอารมณ์ที่รุนแรงที่สุดของมนุษย์ชาติ
.
และเบ้นเชื่อว่า Soloprenuer คือหนทางที่จะทำให้คนเราค้นพบ ความสุข และ ความมั่งคั่งผ่านเป็นตัวเราเอง
.
วันนี้เบ้นจะมาเล่าให้ฟังถึงขั้นตอนการเป็น SoloPreneur ตั้งแต่ แบบ Basic จนไปถึง ระดับ Advance มี 7 ระดับ พร้อมแล้วมาลุยกันค้าบบบ

ถ้าจะเริ่มต้องเริ่มจาก Self-Awareness การเข้าใจตัวก่อนละวิธีที่ไวที่สุดก็คือ

[1]Working For Another

อันนี้เป็น Basic มาก คือเราหางานทำให้คนอื่น

ให้เราดู Main Job ของเราก่อนว่ามันทำอะไรอยู่

เราแค่เอาความรู้ของ Main Job ของเรามา Repeat(ทำซ้ำ) เหมือนเดิมในงานเสริมแค่นี้

คุณแทบไม่ต้องใช้ทักษะอะไรใหม่เลย เป็นการเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด

แล้วเราจะหาลูกค้ายังไง?

สิ่งที่เราโพส สิ่งที่เราแชร์ คือ Digital Resume ของเรา

Content ของเราคือ การตลาดในชีวิตเรา

ถ้าเราทำงานเกี่ยวกับการเขียน Website ก็ลองเอาเรื่องของเรามาเล่า

บ่นๆ อะไรบ้างบน Social Media ของเรา

ถ้ามีคนเห็นเราเยอะว่าเราทำงานอะไร = ก็มีโอกาสที่งานของเราไปตรงกับคนอื่น

ถ้าคุณมีคนติดตามใน Social 1,000 คน แล้วใน 1,000 คนนั้นมีคนรู้จักอีก 1,000 คน ตอนนี้คุณมี Networkแล้ว

ถ้าเพื่อนของเรา 1,000 คน โดนเพื่อนถามว่า

“มีใครรับทำเว็บบ้างไหม?” มีใครทำขนมเก่งๆไหม?

แล้วเราทำให้คนจดจำเราได้ว่าเราทำด้านนี้ เราจะเป็นคนแรกๆ ที่มีโอกาส (แน่นอนมีคู่แข่งเสมอ)

เราเริ่มจากอะไรก็ได้ที่ Basic ที่สุด ถ้าเราไม่มีอะไรเริ่มเลยก็เริ่มจาก การไปขอทำงานให้เขาฟรีเลย

เพื่อฝึกวิชา + เอาประสบการ์ณ พอเรามีสิ่งเหล่านี้อาจจะเริ่มค่อยรับเงินจากน้อยๆก่อน

เราเลือกสิ่งที่เราสนใจเลย เราอยากทำด้านไหน เราอยากแก้ปัญหาอะไรในชีวิตเราเราเลือกสิ่งนั้นก่อนเลย

ทำงานให้คนอื่นซะ คุณจะไม่เสียอะไรเลย อย่าเอาเงินไปลงพรวดพราดก่อน เราต้องทำงานให้คนอื่นก่อน

ยิ่งคุณทำไปเรื่อยๆคุณมี Port ที่น่าเชื่อถือ หลังจากนั้น เราอาจจะหากลุ่มคนที่ Skill เรา Packet กับเขาได้ก็ยิ่งหางานง่าย

เช่นคุณ ยิง Ads Facebook เป็นงานหลัก คุณไป Pack กับเพื่อน ทำ Graphic ไปรับงานเพิ่ม เป็นทีมทำการตลาด

ก็เอา 2 Skill ไป Package เสนอขายงานต่อให้กับคนที่เขามาจ้างงาน และจะทำเราให้พัฒนาไปสู่ งานประเภท ที่ 2

[2] A Service Business

หลายคนที่มีโปรไฟล์ในงานเราแข็งแรงอยู่แล้ว เราอาจจะมาเรื่มกันที่ข้อนี้ได้เลย

พอเราเริ่มมีคนเข้าใจละว่า ฉันทำสิ่งนี้ได้ดียังไง เราก็จะเริ่มเส้นทางนี้ได้เลยโดยเบ้นจะแบ่งออกเป็นดังนี้

1. Tutor(ติวเตอร์) – อันนี้เหมือนสมัยเราเรียนเป็นครูสอนทักษะที่เรามีให้คนกับคนๆนึง เพื่อนเบ้นเรียนจบโปรแกรมเมอรฺมาก็ มาสอนคนอื่นเขียนเว็บตัวต่อตัว มาสอนรุ่นน้องเขียนโปรแกรมตอนเรียน แบบนี้ก็จะทำให้เรามีงานทำตลอด

2. Consult(ที่ปรึกษา) – อันนี้คือเราช่วยกันกับลูกค้าเราร่วมไปด้วยกันแต่เราจะไม่ได้ทำแทนเหมือนในข้อแรกแล้ว เราจะช่วยเขาหาทางออกลงมือทำร่วมกันเพื่อเป้าหมายที่ร่วมกัน อย่างตัวเบ้นจะเป้นตัวนี้เป็นหลักเลย

3. Agency (เอเจนซี่) – อันนี้เราจะมาต่อจากข้อที่แล้วคือเราเอาทักษะเฉพาะด้านของเรามาผสมกับเพื่อนในทีมเราแล้วเริ่มรับงานเป็นรูปแบบเฉพาะเจาะจงไป เช่น ถ้าคุณเชียวชาญด้านการทำการตลาดเครื่องสำอาง ก็เอาทีมเพื่อนที่เป็น Expert ด้านนี้เลยมาทำด้วยกัน เรารับเฉพาะด้านที่เราถนัดไปเลยอย่ารับมั่ว (เบ้นเคยรับมั่วๆมา สมัยก่อนเละมาก 555 )

เราควรเริ่มสายนี้ถ้าเรายังไม่มีคนรู้จัก Network เรายังไม่ใหญ่พอจะรองรับธุรกิจประเภทอื่นๆ

เราแค่มีลูกค้า 1-3 คน/เดือนก็แทบจะเพียงพอให้เราหาเงินเป็นอาชีพเสริมได้เลย

ลองคิดดูเราทำงานประจำ จะไปขอขึ้นเงินเดือน ยากมาก ต้องประเมินต้องทำงานหนักขึ้น

แต่ถ้าเรารับงาน ได้เงินเพิ่ม เดือนละ 1-2หมื่น เราก็เหมือนเงินเดือนขึ้นไปเยอะมากแล้วโดยไม่ต้องย้ายงานเลย

บางคนเป็น Consult ได้เงินเจ้านึงเกิน 50K/เดือน แต่เขาต้อง Expert แก้ปัญหาได้ ตัวจริงเท่านั้นนะ (ไม่ใช่หลอกฟันเขานะ555)

สิ่งที่เราต้องเรียนรู้คือกลยุทธ์การตลาดและจิตวิทยาของตัวเราเองเพื่อทำให้เราสามารถเข้าถึง ลูกค้าตัวจริงของเราได้ เราต้องไปเล่น Social Media ทำ Digital Resume ของเราบนที่ๆเราควรอยู่ แล้วเราจะไปสู่ข้อสาม [3]

[3] Affiliate Marketing

– จริงๆด้านนี้กำลังมาแรงมากแต่เบ้นไม่ถนัดเลย เบ้นไปสัมภาษาณ์เพื่อนๆที่ทำด้านนี้มา

– อธิบายง่ายสุดคือตอนนี้ใน ติกตอก ทำเยอะสุดคือเราเอาโปรดักส์คนอื่นมาเล่า มาขายแทนแล้วได้ส่วนแบ่งกันไป

– เราจะได้ค่าคอมมิชชั่น ที่เราเห็นใน ติกตอกส่วนใหญ่ที่บอกให้กดในตระกร้า มันคือแบบนี้แหละ

– สามารถใช้ได้หลายที่ คอร์สเรียนหลายคอร์สก็รับ หรือ Amazon, Shopee ,Lazada ถ้าใครซื้อของผ่านลิ้งก็ได้เหมือนกัน

– คือเราเอาของเขามา (เฉพาะร้านที่เปิดให้นะ) เราเอามารีวิวขาย ทำคลิป หรือรูป ถ้ามีคนซื้อก็ได้ไป

– เป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆสำหรับสายไม่อยากคิด Product ตัวเอง แต่ชอบทำการตลาด (แต่ยังไงทำของตัวเองก็ดีกว่า)

– ข้อดีของสายนี้คือเราไหลไปตามกระแส ตลอดเวลา เทรนอะไรใหม่ก็มาทำคลิป ทำโพสขายใหม่

– คำแนะนำเบ้นคือ เราอย่าอยู่ในช่วงนี้นานเกินไปเราต้องสร้าง Product ของเราเองจะยืนระยะได้ดีกว่า

– ลองคิดมุมเบ้นดู ว่ามันแปลกปะ ในเมื่อคุณทำ การตลาดเก่ง ทำให้คนมาซื้อของได้ แต่เราดันไม่ทำของตัวเองขาย

– เราไปขายให้คนอื่น ไหนๆเราก็มีทักษะที่คนส่วนใหญ่ขายไม่ได้แล้ว ทำไมเราไม่เอาของตัวเองมาขายหละ?

– แต่ถ้าเราอยากฝึกสายนี้ก็สามารถไปถึง 6 หลักได้แต่ต้องทำสะสมกันนานหน่อย

– แต่ข้อนี้จะเป็นการเริ่มต้น ทักษะ จิตวิทยา (การตลาด+การขาย) ของเราได้ดี เราต้องใช้ทักษะนี้ให้เก่ง

– ไม่มีใครอดตายเลยถ้าเข้าใจ จิตวิทยา แล้วเอาไปใช้ ฝึกจิตวิทยาให้ดี เราจะไม่อดตาย

[4] Digital Products

– สินค้า Digital คือสิ่งที่เบ้นมองว่ามีความปรัชญาสูงสุดมากๆ เพราะมันคือการเอาวิธีการหรือสิ่งที่เราใช้แก้ปัญหาอยู่ออกมาให้เป็นสินค้าหรือผลลัพธ์ เบ้นแนะนำให้ทุกคนลองเริ่มทำสิ่งนี้ถ้าเกิดคุณมีไอเดียอยู่แล้ว

– ตัวอย่างสินค้าง่ายๆก็แบบ Planner อย่างเบ้นก็ชอบดูช่อง Peanut Butter (ไม่เข้ากับหน้าตาเบ้นเลย55) เขาก็จะทำ Year Calendar ปฎิทินประจำปีออกมาขายโดยเปิดใช้งานผ่าน Goodnotes (แอพสำหรับจด)

– หรือจะเป็นการขาย Education จากข้อ 2 ที่เราเป็น Tutor เราก็ยกระดับสิ่งที่เราสอนขึ้นมาสู่โลก Digital ของเรา

– ถ้าเราทำอะไรเป็นเราก็สอนสิ่งนั้น จริงๆข้อนี้แบบไร้ขีดจำกัดมากๆ คนรู้จักผมบางคนก็สอนแบบ จีบสาว แบบนี้ก็ยังหาเงินได้หลายแสนเลย 5555 สุดมาก

– คือปัญหาในโลกนี้จริงๆมัมมีเยอะมาก แต่ทุกปัญหาที่เราแก้ไขได้ ก็มีคนติดเหมือนกันเราสามารถเอาสิ่งนี้มาสอนได้

– วันก่อนเบ้นเข้าไปดู Udemy (เว็บเกี่ยวกับการเรียน) มีคนไทยเอาวิธีการทำอาหารไทยบ้านเรามาสอน มีคนเรียนไป 5,000+คน โหดมาก คนละ 1,150 บาท เขาทำเงินไป 5 ล้านบาทผ่านการทำอาหารไทยเลย สุดยอด (ทุกคนถึงเวลาไปเรียกคุณยายมาโชวฝีมือแล้ว)

– เราต้องเราพิจารณาดูจะเป็น Digital Product, Course, Membership ก็ได้

– บางคนก็ทำกลุ่มลับสำหรับสรุปหนังสือ คิดคนละ 50 บาท/เดือน ถ้าในกลุ่มเรามี 2000 คน ก็หาได้ 1แสน/เดือน

– สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่า Soloprenuer คือ คนที่ทำธุรกิจด้วยตัวเราคนเดียว

– เขาไม่ได้ใช้คนหรือใช้คนน้อยที่สุดเลย เลือกสิ่งที่เราถนัด เอาสิ่งนั้นมาขายต่อเป็นความรู้

– มันมีหลายวิธีมากๆถ้าใครชอบคอนเท้นแบบนี้ก็ใส่ Email ไว้เบ้นจะเอามาแบ่งเล่าให้ฟังเรื่อยๆ

[5] Sponsorships & Ad Revenue

– อันนี้คือแบบ ก็ทำให้ดังแล้วรับงานรีวิว รับค่า โฆษณาจาก Platform ต่างๆ

– ข้อนี้จะเป็นข้อที่ทุกคนแบบรู้จักกันแบบมากที่สุดแต่เบ้นบอกเลยว่าเราไม่ควรรีบทำข้อนี้ก่อนเลย เบ้นติดข้อนี้มานานมาก

– ไปทำสื่อรอสปอนเซอร์เสียเวลาทิ้งเปล่าไป 5 ปีหาเงินแทบไม่รอด สิ่งนี้ดูเหมือนจะ Make sense มากๆ แต่จริงๆไม่จริงเลย

ถ้าให้เลือกได้แค่ข้อเดียว

1.มีคนตามเรา 1 ล้านคน เราหาเงินได้ 1 หมื่นบาท

2.มีคนตามเรา 1 หมื่นคน แต่เราหาเงินได้ 1 ล้านบาท

– คุณจะเลือกอะไร ? จริงๆคนติดตาม ในเพจแทบไม่มีผลเลยถ้าคุณยังมาไม่ถึงจุดที่จะหาเงินจากการทำ Sponsor

– แต่ลองคิดดูในตลาดบ้านเรามีคนที่ทำ Full Time เพื่อจะแย่งสปอนเซอร์ไปจากเรา Focusทุกอย่างที่เราทำได้ ในขณะที่เราทำงานประจำอยู่เขาคิดทุกอย่าง

-มันแทบไม่ใช่อาชีพที่จะทำตอนเสริมเลย ลองถาม Youtuber หลายๆคนดู เป็นงานที่เครียดมากๆ ไม่มีเลิกงาน ทำทุกวัน

– มันเป็นเรื่องยากๆมาก ทั้ง อัลกอรึทื่ม จังหวะที่เราเริ่มทำ คู่แข่งในตลาด ส่วนตัวเบ้นมองว่าเราทำ Product ของตัวเองออกมาขายก่อนดีกว่า

– เราต้องเลิก Focus ที่คนติดตาม ให้ Focus ที่การหารายได้

– ถ้าเรารับรีวิวคลิป 1 ได้ 5,000 บาท (สำหรับคนตามแบบ Basic) แต่ถ้าเราไปทำงาน Work For Another เดือนนึงเราก็ได้แล้ว 5,000บาท

– แต่รีวิวเราไม่สามารถการันตีได้เลยว่าจะมีคนจะมาจ้างเราไหม? ต้องเสี่ยงมากๆ แต่อีกอันได้เงินชัวร์ๆทุกเดือน

– เงินมาก่อนทุกคน (พูดซะโลภเลย555) แต่มันเรื่องจริงไม่งั้นเราจะอ่านบทความนี้กันทำไม

– เบ้นเคยยิง Adsให้เพจขายพัดลมเพจนึง คนกด Follow ยังไม่ถึง 1,000 คนเลย แต่สามารถหาเงินเป็นแสนบาท

– เราจะไปนั่งทำการตลาดให้คนอื่นมาขายของในช่องทางเราทำไม?

– เราก็ทำของเราขายเองแม่งเลยสิ 555555 ฟาดเลย

[6] Physical Product

หากเราอยากได้กำไรเยอะทำ Digital Product แต่ Physical Products ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ไม่เลว

นี้เป็น Legacy (ตำนาน) ของการทำธุรกิจดิจิตอลเลยคือการขายของออนไลน์ จริงๆทางนี้เบ้นว่าเริ่มง่าย555

หาของมาขายจบ แต่ความเสี่ยงมันก็มีเยอะ ตอนหลังเขาเลยมี Drop-ship คือขายได้ค่อยแจ้งโรงงานเขาจะส่งของให้

การขายพวกนี้ยังคงหาเงินได้ในตลาดอยู่มหาศาล

แต่คุณต้อง เก่งมีทักษะ การตลาด + จิตวิทยา ที่ดี

ปัญหาส่วนใหญ่ของสายนี้คือ หาสินค้า Product fit ไม่เป็น

ถ้าคุณอยากทำเงินได้ตั้งแต่ Day 1 คุณต้องยิง Adsให้เป็นเลย

เดี๋ยวเบ้นจะเปิดสอนการ ใช้ จิตวิทยาในการทำธุรกิจและการตลาด + การยิงโฆษณา รอติดตามได้ในเว็บนี้ได้เลย

[7] Software Or Service Scaling

– อันนี้เป็นระดับยากและลึกที่สุดคือเราต้องเริ่มจ้างคนเข้ามาแล้วเป็นความเสี่ยงขึ้นมาอีกระดับนึง

– คือเราเริ่มเอาสิ่งที่ขายมาทำให้เป็น Software เช่น สมมุติช่อง Peanut Butter ขาย Planner ไว้ใช้ใน Goodnotes ก็อาจจะเริ่มทำ Apps Planner ของตัวเองขึ้นมา เพื่อให้คนเข้ามาใช้แล้วเก็บ Subscription รายเดือนเอา

– นี้จะเป็นอีก Scale เบ้นจะขอไม่ลงลึกมาก มัน Niched(เฉพาะเจาะจง) มากๆ หลายคนอาจจะไม่จำเป็นต้องมาถึงจุดนี้เลย เราแค่ทำ 6 ข้อที่ผ่านมาให้ได้เราก็หาเงินได้ 6 หลักแล้ว แต่ถ้าใครมีธุรกิจของตัวเองแล้วอยากจะ Scale หรือ อยากได้ Consult ที่เข้าใจเรื่องการ Growth ทักหาเบ้นหลังไมค์ได้เลย

– เอาเป็นว่านี้จะเป็นขั้นสูงสุดของการทำอาชีพเสริม ถ้ามาถึงจุดนี้เราจะหาเงินได้ 7-8หลักต่อปีเลย

– แต่ช่างมันก่อนอย่าพึ่งโลภ555

– เรากลับมาที่ข้อ 1 Work For Another ก่อน เราต้องเริ่มจากการทำงานเพื่อคนอื่น

[จบ]

  • นี้เป็นเพียงการชี้ภาพกว้างมากๆให้ทุกคนพอจะเข้าใจในแต่ละ Step
  • ปัญหาคือเราต้อง ให้ความสำคัญกับการจัดการเวลา
  • ซึ่งเบ้นบอกเลยว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น สิ่งที่ยากที่สุดคือ
  • “การตลาด” (จิตวิทยา)
  • เราจะทำยังไง สื่อสารยังไงให้ผู้คนเข้าใจใน สินค้า ของเรา
  • เราต้องทำให้เขาเห็นภาพ ที่เราต้องการจะสื่อ สินค้าที่เราอยากจะเล่า
  • นั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้การฝึกฝนและใช้เวลา
  • ถ้าใครอยากเริ่มต้น ขอขายของหน่อยย5555
  • มีเรียกร้องมาเยอะมาก เบ้นเปิดแล้วว
  • “Psychology Marketing Facebook Ads รุ่น 2”
  • ตอนแรกเบ้นว่าจะสอนรอบเดียวพอ แต่คนทักมาเยอะมาก 555
  • สอนเนื้อหา จิตวิทยา ที่เอาไปใช้สำหรับการทำธุรกิจและการตลาด
  • โดยเราจะเริ่มตั้งแต่ Day 1 เลยในการทำธุรกิจ Soloprenuer ก็ได้
  • หรือเอาไปใช้ในบริษัทตัวเองก็ได้ เพราะจะสอนให้เข้าใจจิตวิทยา
  • ราคา 5,000 บาท เป็นการเรียน Live สด ตลอดคลาส Live 6 ครั้ง(2-3 ชั่วโมง)
  • เรามี Discord เป็น Community ตลอด
  • เรียนจบสามารถ เริ่มหารายได้ ได้เลย รุ่น แรก เอาไปหาเงินกันมันแล้ว 5555
  • ใครสนใจทักมาถามเบ้นในเพจได้เลยนะค้าบ คลิกนี้เลย หมดเขต 4 มีนาคม 2567 นี้เลย
  • ส่วนใครที่ยังลังเลทักมาสอบถามเบ้นในเพจ ก่อนได้ครับ คุยเล่นกันได้5555

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • วิธีหลอกสมองของเราให้หลับง่าย ตามหลักกลไกของ คลื่นสมอง + ระบบประสาท

  • ทำไมยิ่งเราจัดการเวลา เราจะยิ่งไม่มีเวลา(ปรัชญาการจัดการเวลาโดยนักวิจัยด้านเวลา)

  • วิธีพัฒนาชีวิตให้เก่งขึ้นไวเหมือน AI รู้จักวิธีคิด Stepwise Reasoning


ความเห็น

2 ตอบกลับไปที่ “7 ช่องทางหารายได้เงินแสนด้วยตัวคนเดียว Soloprenuer (อ่านจบเริ่มได้เลย)”

  1. ภานุวัฒน์ จิมานัง อวตาร
    ภานุวัฒน์ จิมานัง

    ขอบคุณเนื้อหาดีๆที่ทำขึ้นมาบ่อยๆนะครับ ผมกำลังเริ่มต้น รู้สึกว่าเริ่มช้าแล้วยังไร้ทิศทางอีก คุณเบ้นถือเป็นอีกคนหนึ่งที่คอยช่วยเหลือคนไร้ทิศทางอยู่ห่างๆ อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจจะช่วยก็แล้วแต่ แต่อย่างน้อยมันช่วยผมแล้วคนนึง อยากลงคอร์สด้วยอยู่ครับ แต่ผมยังติดลบอยู่เลย ไว้พอตั้งตัวได้ซักหน่อยแล้วจะลงคอร์สของคุณเบ้นนะครับ

    ชื่นชอบโดย 1 คน

    1. สวัสดีครับ คุณภานุวัฒน์ ขอบคุณมากๆเลยนะครับ ที่มาแบ่งปัน แล้วก็ขอบคุณความจริงใจที่มีให้กันนะครับ เรื่องเรียนไม่เป็นไรเลยครับ ไม่เบ้นไม่ได้ซีเรียสเลย 5555 แค่อ่านบทความทุกอาทิตย์ ก็เริ่มธุรกิจได้เบื้องต้นแล้วครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ

      ถูกใจ

ส่งความเห็นที่ Arnun Treetitipat ยกเลิกการตอบ